“บ่วงเสน่หา” สายใยที่เต็มใจถูกร้อยรัด


thanomjit8@yahoo.com : บทความจาก ผู้จัดการ : 8/8/07
       
         ตอนเด็กๆ ชอบถามแม่ว่า จะเก็บมะม่วงอกร่องลูกโตๆ แสนหวานชื่นใจ ไว้ให้ใคร ทำไมแม่กินใบเล็ก
       แม่บอกว่า เก็บไว้ให้ลูกๆ น่ะซิ ของดีๆ ต้องเก็บไว้ให้ลูก แม่พูดแค่นั้น เราได้แต่คิดในใจว่า ถ้าเรามีลูก เราจะกินลูกใหญ่ แล้วเอาลูกเล็กๆ ไว้ให้ลูกกินซะดีกว่า

         กว่าจะเข้าใจเรื่องนี้ เวลาก็ผ่านมาจนอายุล่วงเข้าเกือบสามสิบ เมื่อมีลูกของตัวเอง เราทำเหมือนแม่ทุกอย่าง ยามอยู่ในสถานที่ที่ดีที่สุด มีของกินที่ดีที่สุด หรือพบเห็นสิ่งใดที่ดีที่สุด จะนึกถึงคนที่เป็นลูกก่อนเสมอ
        บางคนมองว่า มีลูก คือ บ่วง แบบที่พระพุทธเจ้าท่านว่า ราหุล คือ บ่วง แต่ดูเหมือนเรายังตัดความอยาก ตัดกิเลสไม่ได้ เต็มใจเดินเข้าไปอยู่ในบ่วงนั้น
        เต็มใจถึงขั้นดิ้นรน ยอมเจ็บ ยอมปวดทุกข์ทรมาน ตั้งท้อง 5 ครั้ง ได้ลูกชายมาเพียงคนเดียว ที่เหลือบุญระหว่างเขากับเรายังไม่บรรจบกัน อิ่มเอมทุกครั้งที่พวกเขาเริ่มมาแฝงฝังอยู่ในร่างกาย โศกเศร้าใจจะขาดยามที่รู้ว่าเขาจากไปในช่วง 3 เดือนแรก คนแล้วคนเล่า
       ลูกชายที่เหลืออยู่ ครั้นพอรู้เรื่อง รู้ความมักถามเสมอว่า พวกพี่น้องเขาไปไหนกันหมด เราก็ได้อุ้มลูกชี้ให้ดูดวงดาว บอกกับเขาว่า พวกพี่และน้องของหนูอยู่บนดวงดาว เขามองดูเราทุกค่ำคืน
       การเป็นลูกชายคนเดียวทำให้เขาเหงา ว้าเหว่ เขาจะถามเราตลอดเวลาว่า เมื่อไหร่พวกพี่ พวกน้องจะลงมาจากดวงดาวเสียที เขาจะได้มีเพื่อนเล่น
       สิ่งที่คนพูดกันไว้นั้น ไม่ผิดเลยสักนิด การมีลูกก็คือการมีภาระอันยิ่งใหญ่ ให้คนเกิดมาหนึ่งคน เป็นหน้าที่ที่จะต้องเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน คอยดูแล ขอเพียงให้เขาไม่ก่อปัญหาให้คนอื่นและใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคม แค่นี้เราก็พอใจแล้ว
       แม้ว่าจะต้องทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อหาเงินเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ครอบครัวเราก็เต็มใจ เหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็ไม่ปริปาก มีบ่นบ้าง แต่พอรู้ตัวก็หยุด
       ความที่เขาไม่ใช่เด็กเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ อยู่ในกรอบ กติกามารยาทตามระเบียบของเด็กดีทั้งหลาย เรายิ่งรู้สึกว่าบ่วงนั้นมันเริ่มรัดคอตึงเข้าทุกที ยิ่งอายุ 11 ย่าง 12 ปี กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น สารพัดเรื่องที่จะต้องทนอับอายยามมีคนรายงานความประพฤติลูกชาย ไม่ใช่เด็กเกเร แต่เป็นเด็กที่ชอบความเฮฮา รู้ทุกเรื่อง กีฬา ดนตรี กิจกรรม ไม่รู้อยู่เรื่องเดียวคือความรู้ในห้องเรียน และข้อควรปฎิบัติที่จะสร้างระเบียบให้ชีวิต
       ยิ่งคิด ยิ่งทุกข์ เขาจะอยู่อย่างไรหนอหากเราจากโลกนี้ไป เราพยายามที่สร้างรั้วอันแข็งแรงมาล้อมเด็กคนนี้ไว้ พยายามสร้างทางให้เขาเดินไป แต่เขาไม่เคยยอม
       เราให้ไปซ้ายเขาจะไปขวา ต่างคนต่างมีเหตุผลทั้งแม่ทั้งลูกไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ไม่มีใครยอมใคร พอทุกข์หนักๆ เข้าก็คิดเรื่อยเปื่อยไปว่า ไม่ควรมีเสียก็ดี
       ความคิดแบบนั้นเป็นผลพวงจากความตกต่ำของจิต ที่คิดตื้นๆ เราลืมไปว่า ก่อนเขามาเราอยากได้เขาหนักหนา แต่ทำไมเราถึงไม่อดทน ไม่ยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อเขา เหมือนกับที่แม่เราเคยทำให้เราเล่า เรามีลูกคนเดียว ยังเบื่อหน่าย แต่แม่มีลูกถึง 5 คน เลี้ยงดูให้ได้เล่าเรียน ด้วยหยาดเหงื่อ และความอดทน กว่าพวกเราจะเติบโตมาได้
       ทุกวันนี้แม่ก็ยังเป็นห่วง เห็นเรานอน แม่กลัวจะป่วย เห็นเรากินข้าวไม่ลง อ้วนขึ้น ผอมลง เห็นสีหน้าทุกข์ สุข สบายใจ ดีใจ “แม่” ที่มิได้เป็นผู้มีการศึกษาแต่มีความเป็นแม่กลับรู้และเข้าใจไปหมด โดยอาศัยประสบการณ์ เรียนรู้ท่าทีของเราจากความคุ้นเคย
       
       เราจึงคิดตกว่า ที่แท้เราได้รับสิ่งดีๆมากมายจากลูกคนนี้ แต่เรามิเคยใส่ใจ
       
       ปกติเราไม่ค่อยรักเด็ก เล่นกับเด็กไม่เป็น แต่เพราะลูกคนนี้สอนให้เราถึงคำว่า “รัก”ที่บริสุทธิ์ รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ สอนให้เรียนรู้เรื่องราวของการให้ ที่ไม่มีวันเป็นทรัพย์สินเงินทองคืนมา หรือทำดีกับเขาแล้วเขาต้องเห็นค่าเสมอไป
       
       ที่สำคัญ สอนให้เราเข้าใจหัวอกพ่อแม่คนอื่นว่า เรารักลูกเรา เขาก็รักลูกเขา ความรักที่ยิ่งใหญ่เป็นเช่นนี้เอง
       นี่กระมังคือบทเรียนที่สวรรค์ส่งให้เขามาเป็นครูของเรา สอนบทเรียนว่าด้วยรักอันยิ่งใหญ่ให้แก่เรา

       
       นับจากนั้น ดิฉันเลยเดินเข้าสู่ “บ่วง” นั้นด้วยความเต็มใจ เพราะมันเป็นบ่วงเสน่หาที่ถักทอจากความรัก ไม่เคยคิดว่าเขาเป็นภาระอีกต่อไป
       เราสอนเขาในเรื่องที่เราผ่านมา เขาสอนเราในเรื่องที่เราไม่รู้ ต่างคนต่างเรียนรู้ ฟังกันและก้าวไปพร้อมๆ กัน โดยมีความรักเป็นสายใยผูกพันที่ร้อยรัดเราเข้าด้วยกัน
       
       เพราะมีลูก เราจึงรู้ซึ้งถึงความรักของคนเป็นแม่ต้องว่าต้องเสียสละ อดทนขนาดไหน
    ...และเพราะมีลูก เราจึงรักแม่ รักมาก และคงจะเลิกรักไม่ได้ จนกว่าร่างกายเราจะแตกดับสูญสลายจากโลกไป
       ไม่ว่าจะเป็นวันแม่หรือไม่ก็ตาม เราเต็มใจที่จะมีบ่วง มีภาระที่เกิดขึ้นจากทั้งแม่ และลูกตลอดไป
       เป็นบ่วงที่เราเต็มใจจะเดินเข้าไป โดยไม่มีใครบีบบังคับ แค่ได้สัมผัสและมีโอกาสรู้จักคำว่ารักที่บริสุทธิ์ก็คุ้มค่าแล้วที่เกิดมาในชาตินี้
       เกิดมาเพื่อเรียนรู้คำว่ารัก เพื่อจะส่งความรักให้กับผู้อื่นต่อไป

       
       

       
        รอยเท้าเล็กๆ
       คือก้าวแรกของชีวิต
       ที่เกิดมาเพื่อทำให้แม่
       ได้เรียนรู้จักคำว่า “รัก”
       เพราะรักลูกจึงเข้าใจ
       ว่าความรักที่เคยได้รับจากแม่
       ยิ่งใหญ่เพียงใด

       


โดย.. Nuiko 203.147.7.22   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

11 ส.ค.2550  เวลา 00:50 น.
โดย.. rattanajan 203.146.63.189  

เขาเป็นผู้    ให้ก่อเกิด   กำเนิดร่าง

เขาเป็นผู้    สร้างชีวา   ค่ายิ่งใหญ่

เขาเป็นทั้ง   ร่มโพธิ์   และร่มไทร

เขาใช่ใคร  คนนั้น  หรือก็คือ...แม่



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน