หมูที่แข็งแรงไม่มีจริง



บางครั้งสิ่งที่ปรากฏให้เห็นภายนอก อาจซ่อนอะไรหลายอย่างไว้ข้างในเสมอ
 
เรามักจะมองว่าโรคอ้วนเป็นโรคด้านความสวยความงาม แต่แท้จริงแล้วมีอะไรอีกหลายอย่างที่ซ่อนอยู่แต่เราไม่รู้ว่ามันสัมพันธ์กันโดยตรง
 
"หมูที่แข็งแรงไม่มีจริง"
 
อย่ามองข้ามทุกอาการผิดปกติ ที่แต่ก่อนไม่เคยแต่ตอนนี้กลับมี
บางทีแค่ปรับนิดเดียวก็สามารถรักษาให้หายขาดได้แล้ว

เครดิตข้อความและรูปจาก เฟส เพื่อนเบาหวาน โดยคุณหมอ ทิม

https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/rpp.220096042017349/432666514093633/?type=3&theater

 

โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.114   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

8 ม.ค.2563  เวลา 19:12 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.114  

ในปี 2030 ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีคนอ้วนเกินกว่าครึ่งประเทศ และหนึ่งในสี่จะอ้วนขั้นรุนแรง(BMI >35)
 
การศึกษาที่เรียกว่า CHOICES STUDY ในสหรัฐอเมริกาได้ตีพิมพ์ผลการวิเคราะห์จากการเก็บข้อมูลประชากรตั้งแต่ปี 1993 - 2016
 
ประชากรในสหรัฐอเมริกาปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 330 ล้านคน และจะเพิ่มเป็นราวๆ 350 ล้านคนในปี 2030 โดยที่ครึ่งนึงในนั้นจะป่วยเป็นโรคอ้วน
 
สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นตามมาคือ Chronic Disease ที่เพิ่มมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย(บริษัทยากับผู้ถือหุ้นยิ้มเลย)
 
ตัวเลขข้างต้นค่อนข้างเป็นที่น่าตกใจ เพราะตลอดหลายล้านปีของมนุษยชาติมาไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน
 
ย้อนกลับมามองที่ประเทศไทย
 
ประเทศไทยแม้จะมีความแตกต่างจากสหรัฐอเมริกาอยู่ค่อนข้างมากทั้งวัฒนธรรม อาหารการกินไลฟ์สไตล์ แต่ก็ต้องยอมรับว่าประเทศไทยได้รับผลกระทบจากความเป็น Westernize มากขึ้น ทั้งในด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรมอาหารต่างๆ รูปแบบของอาหารเริ่มใกล้เคียงมากขึ้น เหมือนลูกเดินตามพ่อ
 
สังเกตได้จากคนที่มีปัญหา NCDs เริ่มเป็นกันตั้งแต่อายุน้อยๆ ปริมาณคนไข้ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
 
นอกจากปัญหาด้านโภชนาการแล้ว สิ่งนึงที่น่าสนใจคือ สิ่งที่มีผลต่อการเป็นโรค NCDs คือ รายได้ต่อหัว ซึ่งในฝั่งอเมริกา ผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า 1,500,000 บาทต่อปี พบว่ามีความชุกของโรคอ้วนที่สูงกว่ากลุ่มอื่น
 
ได้ยินมาว่าปี 2030 โลกจะอยู่ในเทคโนโลยี 6G การรับส่งข้อมูลจะเร็วมากๆจนขนาดที่ว่าโหลดหนัง bluray 3 แผ่นเสร็จในวิสองวิ เทคโนโลยี Neural link จะมีบทบาทมากขึ้น ไลฟ์สไตล์มนุษย์เราก็จะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้อีก
 
Ref
1. PROJECTED U.S. STATE-LEVEL PREVALENCE OF ADULT OBESITY AND SEVERE OBESITY
Posted on December 19, 2019 - Zachary J. Ward, M.P.H., Sara N. Bleich, Ph.D.

เครดิตรูปและข้อความจาก เฟสเพื่อนเบาหวาน โดยคุณหมอ ทิม

https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/rpp.220096042017349/445181919508759/?type=3&theater


 ความคิดเห็นที่ 2

9 ม.ค.2563  เวลา 16:19 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.222.216  

ถ้าใครก้มมองดูเท้าแล้วไม่เห็นปลายเท้า ผลคำนวณ ค่าไตรกลีเซอไรด์(TG) หารด้วย: ค่า HDL ยังน้อยกว่า 2 ก็อย่าพึ่งดีใจไป
(ถ้าใครรูปร่างเล็ก(ที่เก็บไขมันตามตัวก็น้อยไปด้วย จึงไปเก็บไว้ที่พุงเร็ว)แม้จะมีพุงไม่ต้องมากนัก ก็จัดว่า อ้วน แล้วครับ นั่นคือ กำลังมีความเสี่ยงแล้วนั่นเองครับ
 
เพื่อนเบาหวาน
32 นาที · 
...คนส่วนใหญ่ที่น้ำหนักตัวเกิน มีไขมันส่วนเกินะสะสมอยู่เยอะ ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดก็มักจะสูง
 
...แต่ในบางคนที่ยังคงไวต่ออินซูลินหรืออินซูลินยังคงจัดสรรไตรกลีเซอไรด์ได้ดีเราก็อาจตรวจไม่พบค่าไตรกลีเซอไรด์ที่สูงผิดปกติในกระแสเลือดได้
 
...ปัญหาคือบางคนโดน"หลอก" คิดว่าตัวเองไม่มีปัญหาแต่จริงๆแล้วมันมีนะครับ เนื่องจากไขมันที่สะสมเยอะสัมพันธ์กับสารชักนำการอักเสบที่สูงกว่า นำไปสู่ปัญหาต่างๆได้
 
...เพราะฉะนั้น บางครั้ง Indicator ที่จะบอกว่าไขมันคุณสูงหรือไม่ ไม่ใช่ Lipid Profile จากการตรวจเลือดเสมอไป ต้องอาศัยการดู%Body Fat ประกอบกับผลเลือดอีกทีนะครับ
 
...ในรายที่พันธุกรรมจากพ่อ แม่ไม่ได้กำหนดมาให้อ้วนเราอาจใช้ผลเลือดช่วยก็ได้ครับ
 
...แต่ถ้าใครก้มมองดูเท้าแล้วไม่เห็นปลายเท้า ผล TG:HDL<2 ก็อย่าพึ่งดีใจไป
 
...Stay lean, Stay fit
ด้วยรัก จากหมอทิม❤️

 

เครดิตรูปและข้อความจาก เฟสเพื่อนเบาหวาน โดยคุณหมอ ทิม

https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/a.220132438680376/458581071502177/?type=3&theater



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน