เอาTG(ไตรกลีเซอไรด์)หารด้วย HDLมากกว่า 4 เสี่ยงลาโลกกะทันหัน



🎲 TG:HDL-c ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือไพ่ยิบซีชั้นดีเลย🎲
...ทำไมผมถึงชอบถาม TG:HDL-c มากกว่า

...อย่างที่เราทราบกันดีว่า TG:HDL-c ที่มากกว่า 2 น่าจะเป็นผลมาจากภาวะดื้ออินซูลิน และมีระดับอินซูลินสูงที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถถ่ายโอน TG ไปใช้เป็นพลังงาน และมีการสะสมของ TG ที่มากขึ้นเรื่อยๆจาก "Metabolic inflexibility" ที่ร่างกายใช้ไขมันไม่ได้หรือใช้ได้แต่ไม่สมบูร์ จนเกิดเป็นเศษไขมันตกค้างทำให้ HDL ที่คอยเก็บกวาดถูกส่งออกมา และเอาเศษซากเหล่านี้พร้อมตัว HDL ไปทำลายที่ตับมากขึ้น จำนวน HDL จึงลดลง

...ที่นี้เรามีสมมติฐานว่าภาวะดื้ออินซูลินและการที่ระดับอินซูลินในเลือดที่สูงมีความสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน🤕

...จากข้อมูลในการศึกษาไปข้างหน้าของ Copenhagen Male Study ในผู้ชาย 5,000 กว่าคน เห็นได้ชัดว่าคนที่ตายจากโรคหัวใจมีระดับไตรกลีเซอรไรด์ที่สูงขึ้นและ HDL ที่ต่ำลง สอดคล้องกับสมมติฐานที่เราเคยตั้งไว้ตอนแรก อธิบายได้จากกลไกทางชีววิทยาของไขมันและ metabolic inflexibility

...หลังจาก Copenhagen Male Study ซึ่งเป็นงานวิจัยเมื่อ 30 ปีก่อน
ในปัจจุบันเราพยายามวิเคราะห์เชิงตัวเลขหาความสัมพันธ์ของการอุดตันของเส้นเลือดแดงที่หัวใจกับค่าที่เราเจาะใน Lipid profile และแสดงน้ำหนักว่าตัวไหนมีผลมาก ผลน้อยออกมาในรูปแบบของ Friesinger index score(FR score) โดยดูจากผลสวนหัวใจ ยิ่งตีบรูแคบมากๆ ตีบหลายเส้น ตีบเส้นใหญ่ๆที่สำคัญ score ตรงนี้จะยิ่งเยอะ โดยเฉพาะถ้า FS score มากกว่า 4(เต็ม15) นั่นหมายถึงเส้นเลือดสำคัญอุดตันมากมีโอกาสหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตเฉียบพลันได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องสั่งเสีย หรือเขียนพินัยกรรมใดๆ🤕

...งานวิจัยในปี 2005(1) มีผู้เข้าร่วมประมาณ 400 คน เป็นโรคหัวใจทั้งหมดเอามาสวนและเรียงลำดับ FR score พบว่ามีอยู่ 2 ค่าที่ overall ของทุกคนให้ผลไปในทางเดียวกันเป็นกราฟเส้นตรงเลยคือ TG ยิ่งสูง FR score ยิ่งเยอะ ในขณะที่ HDL ยิ่งสูง FS score ยิ่งต่ำ และเมื่อนำมาเทียบเป็นสัดส่วนและวาดรูปออกมาจะได้กราฟเส้นตรงเราจะเห็นความสัมพันธ์ได้ชัดมากขึ้นจนถึงกับร้อง Wow เลยทีเดียว

...ในปี 2015(2) ก็ได้มีการเก็บข้อมูลเพิ่มอีกเกือบ 600 คน เก็บข้อมูลในลักษณะเดียวกัน แต่เค้าจำแนกค่า TG/HDL ออกมาแล้วพบว่าในคนที่ FR score มากกว่า 4 มี TG:HDL-c เฉลี่ยที่ 4.69 นั่นหมายความว่า ถ้าคุณหารเลขออกมาได้ 4.69 มีเมียน้อยเยอะ คุณอาจต้องรีบหากระดาษมาเขียนพินัยกรรม ป้องกันการตบตีกันในอนาคต แต่ทุกทางออกย่อมมีปัญหา ถ้าคุณกำลังเจอเคราะห์กรรมเหล่านี้ ให้คุณสะเดาะเคราะห์ได้ด้วยการ ib มาหลังไมค์แล้วพิมพ์ 99 สาธุ เดี๋ยว...ใส่มุขมากไปแล้ว เดี๋ยวคนอ่านจะงง มันจะมีเคล็ดวิชาในตำนานที่วัดเส้าหลินเคยใช้ ลองไปหาตำราเพลงยุทธ์ที่ชื่อว่า Intermittent fasting & Low carbohydrate diet ดู ถ้าคุณทำได้ผมรับรองว่าเคราะห์กรรมคุณจะเบาลง

...แต่ใช่ว่าใครที่ถ้าหารออกมาแล้วได้น้อยกว่า 4.69 ก็อย่าพึ่งดีใจ เพราะเลขนี้มีคนที่เค้าไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้เป็นเบาหวาน ไม่ได้เป็นความดันรวมอยู่ด้วยส่วนนึง ถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นเพิ่มเข้ามาตัวเลขอาจน้อยกว่านี้ครับ

...คอเลสเตอรอลไปไหน จากการวิเคราะห์ออกมาพบว่าระดับของคอเลสเตอรอล ไม่มีนัยยะสำคัญทางสถิติ เพราะมันมีคนบางกลุ่มที่คอเลสเตอรอลต่ำกลับมี FR score สูง บางคนคอเลสเตอรอลสูงกว่าแต่ FR score ต่ำกว่า ด้วยเหตุผลในเรื่องของกระบวนการถ่าย TG และ Lipolysis เกิดเป็น small dense LDL ที่ผมเคยบอกไปตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเพจ

...สรุปคือ...
TG:HDL-c ratio เป็นค่าจาก Lipid Profile อย่างง่ายที่สามารถทำนายโอกาสในการเกิด extensive coronary artery disease หรือความรุนแรงของเส้นเลือดแดงของหัวใจอุดตันได้ดีมากกว่าค่าอื่นทั้ง TC/HDL-c และ LDL-c/HDL-c ครับ
อนาคตอันใกล้ผมคิดว่าเราน่าจะเริ่มตรวจ ApoB1:ApoA หรือตรวจ Small Dense LDL ในราคาที่ถูกได้ เพราะสามารถพยากรณ์ได้แม่นยำกว่า TG:HDL-c

ขอบคุณครับ Diet Clinic by Dr.Tim

Ref.
1. High Ratio of Triglycerides to HDL-Cholesterol Predicts Extensive Coronary Disease
Protasio Lemos da Luz,I Desiderio Favarato,I Jose Rocha Faria-Neto Junior,II Pedro Lemos,I and Antonio Carlos Palandri ChagasI

2. Link between Friesinger Index and Lipid
Profile in Patients Undergoing Diagnostic
Coronary Angiography
Deepesh Agarwal1, Ramanand P. Sinha1, Ram Mohan Jaiswal1, Nikhil Pursnani1,
Nirlep Gajiwala2, Ashok Thakkar2

 

https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/a.220132438680376/396220011071617/?type=3&theater

 

เครดิตข้อมูลสุขภาพเหล่านี้จาก เฟสบุ๊ค เพื่อนเบาหวาน โดยคุณหมอ ทิม

https://www.facebook.com/Obesitythailand/


โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.239   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

12 ต.ค.2562  เวลา 14:29 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.239  

นำภาพ สาระความรู้นี้มาจาก เฟสบุ๊ค เพื่อนเบาหวาน

https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/a.220132438680376/396206261072992/?type=3&theater


 ความคิดเห็นที่ 2

12 ต.ค.2562  เวลา 14:29 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.239  

นำภาพ สาระความรู้นี้มาจาก เฟสบุ๊ค เพื่อนเบาหวาน

https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/a.220132438680376/396206261072992/?type=3&theater


 ความคิดเห็นที่ 3

12 ต.ค.2562  เวลา 14:37 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.239  

การแปลผลไขมันอย่างง่าย-เพื่อนเบาหวาน คุณหมอทิม

https://www.facebook.com/Obesitythailand/posts/275772626449690


 ความคิดเห็นที่ 4

12 ต.ค.2562  เวลา 14:40 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.239  

***การแปลผลตามภาพด้านล่างนี้เป็นการแปลผลเบื้องต้นเท่านั้น
ถ้าแปลผลร่วมกับ HbA1C, insulin level, hs-CRP+มีของเก่าให้เปรียบเทียบจะทำให้เห็นภาพชัดมากขึ้นครับ ซึ่งอาจต้องให้แพทย์หรือผู้ที่เข้าใจช่วยแปลผลให้อีกทีนึง 

อ่านเสร็จแล้วลองทำแบบฝึกหัดดูนะครับ คุณคิดว่าระหว่างนาย A กับ B ใครมีแนวโน้มสุขภาพดีกว่ากัน พิมพ์คำตอบมาที่ใต้คอมเมนต์นี้ได้เลยครับ



 ความคิดเห็นที่ 5

22 ต.ค.2562  เวลา 15:55 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.152.71  

"ไตรกลีเซอร์ไรด์สูงและHDLต่ำ เป็นตัวบอกความเสี่ยงของโรคหัวใจ ไม่ใช่ LDL"
การศึกษาที่มีการรายงานปี 2001 พบว่า ไม่ว่าLDLจะสูงหรือต่ำ ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจจะสัมพันธ์กับระดับของไตรกลีเซอร์ไรด์ที่สูงและHDLที่ต่ำ แม้LDL จะสูงแต่หากไตรกลีเซอร์ไรด์ต่ำและHDLสูงก็จะมีความเสี่ยงต่ำ
ดังนั้นระดับLDLไม่สามารถบ่งถึงความเสี่ยงได้
กลุ่มความเสี่ยงสูงคือกลุ่มที่ไตรกลีเซอร์ไรด์สูงและHDLต่ำ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการดื้ออินซูลิน ไม่ว่าLDLคลอเลสเตอรอลจะสูงหรือต่ำก็ตาม

https://www.facebook.com/DietDoctorThailand/posts/2496383610686243



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน