ความดันสูงตัวการที่สำคัญคือน้ำตาลและฟรุคโตส(HFCS)ไม่ใช่เกลือ



"ความดันสูง"ตัวการที่สำคัญคือ น้ำตาลและฟรุคโตส(HFCS)ไม่ใช่เกลือ...!
(อ่านงานวิจัยจะทราบชัดเจนเลยครับ)

ผลึกสีขาวที่ไม่ถูกต้อง: ไม่ใช่เกลือ แต่มีน้ำตาล(โดยเฉพาะฟรุคโตส)เป็น สมุฏฐาน(ของโรค)ในโรคความดันโลหิตสูงและโรค cardiometabolic(โรคหัวใจและหลอดเลือด)

บทคัดย่อ

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในประเทศที่พัฒนาแล้วและความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด การควบคุมความดันโลหิตสูงเป็นจุดสนใจหลักของการริเริ่มด้านสาธารณสุขและแนวทางการบริโภคอาหารนั้นเน้นไปที่โซเดียมในอดีต ในขณะที่ประโยชน์ที่เป็นไปได้ของกลยุทธ์ลดโซเดียมนั้นเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่มีการถกเถียงกันก็คือแหล่งโซเดียมที่สำคัญในอาหารนั้นเป็นอาหารแปรรูปทางอุตสาหกรรม อาหารที่ผ่านการแปรรูปยังมีน้ำตาลอยู่ในระดับสูงซึ่งโดยทั่วไปแล้วการบริโภคอาหารประเภทนี้อาจมีความรุนแรงมากขึ้นและสัมพันธ์โดยตรงกับความดันโลหิตสูงและความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด หลักฐานจากการศึกษาทางระบาดวิทยาและการทดลองเชิงทดลองในสัตว์และมนุษย์แสดงให้เห็นว่าการเติมน้ำตาลโดยเฉพาะฟรุคโตสอาจเพิ่มความดันโลหิตและความแปรปรวนของความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและความต้องการออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจและนำไปสู่การอักเสบ, ความต้านทานต่ออินซูลินและความผิดปกติของการเผาผลาญที่กว้างขึ้น ดังนั้นในขณะที่ไม่มีข้อโต้แย้งว่าคำแนะนำในการลดการบริโภคอาหารแปรรูปมีความเหมาะสมสูงและแนะนำให้เลือกได้ข้อโต้แย้งในการทบทวนนี้คือประโยชน์ของคำแนะนำดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับโซเดียมน้อยกว่า - เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตน้อยที่สุด เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด - และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการกลั่นสูง ถึงเวลาแล้วที่คณะกรรมการแนวทางจะเปลี่ยนโฟกัสออกไปจากเกลือและให้ความสนใจมากขึ้นต่อสารปรุงแต่งอาหารที่เป็นไปได้มากขึ้น: น้ำตาล การลดการบริโภคน้ำตาลที่เพิ่มเข้ามาโดยเฉพาะฟรุคโตสและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปริมาณและบริบทของเครื่องบริโภคที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม

https://www.researchgate.net/publication/269400331_The_wrong_white_crystals_Not_salt_but_sugar_as_aetiological_in_hypertension_and_cardiometabolic_disease

(เสริมข้อมูล น้ำตาลฟรุคโตสไม่กระตุ้นอินซูลินก็จริงครับ แต่ร่างกายใช้ฟลุกโตสไม่ได้เลย ทำให้ตับต้องเปลี่ยนให้เป็นไขมันโดยตรง ส่งผลทำให้อ้วนและดื้ออินซูลินได้ง่ายขึ้นกว่ากลูโคส

น้ำตาลฟรุคโตสที่เราพบใน ผลไม้ไทย น้ำผลไม้ น้ำผึ้ง น้ำอัดลม มีความสามารถในการ Glycation หรือทำให้เนื้อเยื่อนั้นเสื่อมสภาพได้เร็วกว่าน้ำตาลทั่วไปถึง 7 เท่า

Advanced Glycation End Products (AGEs)เหตุที่ทำให้เราผิวเ***่ยวย่น ตาฝ้าฟาง และชรา

อย่างที่เรารู้กันดีว่าน้ำตาลสามารถก่อให้เกิด Advance glycated end product(AGEs) เมื่อไปเกาะกับเนื้อเยื่อที่มีองค์ประกอบของโปรตีนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตา ไต เส้นประสาท กระดูกอ่อน หลอดเลือด ทำให้เสื่อมลงได้
อย่าได้แปลกใจครับ คนอ้วนจึงดูแก่ ผิวหยาบ

เพราะฟรุคโตสไม่มีเซลใดๆในร่างกายเราใช้ได้ จึงไปที่ตับเปลี่ยนเป็นไกลโคเจนได้เล็กน้อย แต่ส่วนมากจะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์และทำให้ตับดื้ออินซูลินโดยตรง(ไม่จำเป็นต้องไปกระตุ้นอินซูลินก่อน)ซึ่งเป็นต้นเหตุการเกิดโรคเรื้อรังมากมายผ่านการดื้ออินซูลิน น้ำตาลทราย(sucrose)ประกอบด้วยกลูโคส50%และฟรุคโตส50%จึงเป็นต้นเหตุสำคัญของการดื้ออินซูลิน

ดังนั้นกลูโคสจำเป็นต่อร่างกายจริง แต่ร่างกายสร้างเองได้ ไม่มีความจำเป็นต้องทานจากภายนอกหรือแม้จะทานก็ทานเป็นคาร์บอไฮเดรตธรรมชาติเนื่องจากจะเปลี่ยนเป็นกลูโคสเป็นหลัก ในขณะที่น้ำตาลทรายจะมีฟรุคโตสมาด้วย50%

 


โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.209   


 


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน