เช็กไว้จะได้รู้ ! พ.ร.บ กับประกันรถยนต์ต่างกันยังไง


 

สำหรับใครที่มีรถคงเคยได้ยินคำว่า พ.ร.บ หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ผ่านหูผ่านตากันมาไม่มากก็น้อย ว่าแต่จริงๆ แล้ว พ.ร.บ ที่กรมการขนส่งทางบกบังคับให้เราต้องทำกันเป็นประจำทุกปีมีความสำคัญยังไง? และถ้าหากเรามีประกันรถยนต์อยู่แล้ว เรายังจำเป็นต้องทำพ.ร.บต่ออีกหรือไม่? สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า พ.ร.บ และประกันรถยนต์ ต่างกันยังไง ไม่ต้องกังวลไป เพราะเดี๋ยววันนี้เราจะมาเทียบข้อมูลเชิงลึกของประกันทั้งสองประเภทมาให้ทุกคนได้เห็นกันแบบชัดๆ ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้าง หากอยากรู้แล้ว ขอเชิญไปติดตามกันได้เลย

 

จริงๆ ต้องบอกก่อนว่าทั้งพ.ร.บและประกันรถยนต์ต่างก็เป็นประกันประเภทหนึ่งที่คอยคุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุยามใช้รถใช้ถนนเหมือนกัน แต่จุดที่ทำให้ประกันทั้งสองประเภทแตกต่างกันอยู่ที่ พ.ร.บ คือประกันรถยนต์ภาคบังคับ ส่วนประกันอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากพ.ร.บ คือประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ 

 

พ.ร.บ

 

ดังที่บอกไปในข้างต้นว่าพ.ร.บคือประกันรถยนต์ภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนจำเป็นต้องทำ เนื่องด้วยปัจจัยที่พ.ร.บเป็นประกันที่ผูกกับเจ้าของรถโดยอัตโนมัติตามข้อระบุของกฎหมาย ดังนั้นหากผู้ใช้รถใช้ถนนรายใดที่เลี่ยงการจ่ายพ.ร.บอาจจะต้องเสียค่าปรับในจำนวนที่สูงถึง 10,000 บาท ส่วนในแง่ของความคุ้มครอง พ.ร.บ จะรับผิดชอบเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดกับตัวบุคคลเท่านั้น ไม่รวมค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะ ซึ่งวิธีการเคลมก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอลงบันทึกประจำวัน หลังจากนั้นจึงค่อยไปเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อถึงเวลาที่จะต้องกลับไปพักรักษาที่บ้าน ผู้เอาประกันจะต้องเก็บใบรับรองแพทย์และใบเสร็จรับเงินไว้กับตัวให้ดี เพื่อใช้เอกสารเหล่านี้ยื่นเป็นหลักฐานกับบริษัทประกันเพื่อขอรับเงินชดเชยคืน

 

ประกันรถยนต์

 

หลังจากที่อธิบายถึงลักษณะโดยรวมของพ.ร.บกันไปแล้ว ต่อมาเราอยากจะขออธิบายรายละเอียดของการทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมาให้ทุกคนได้ทราบกัน ตามข้อมูลที่เราได้ชี้แจงไปในย่อหน้าก่อนจะเห็นได้ว่าพ.ร.บให้ความคุ้มครองเฉพาะคนเท่านั้น ไม่ดูแลความเสียหายของยานพาหนะ เนื่องด้วยความค้มครองที่มีอยู่อย่างจำกัดของ พ.ร.บ จึงทำให้ใครหลายคนที่อยากได้การดูแลเพิ่มเติมเลือกทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเสริมเข้าไปด้วย ซึ่งเราสามารถจำแนกประเภทของประกันรถยนต์ออกได้เป็น 5 ประเภทหลักๆ ได้แก่ ประกันชั้น1, ประกันชั้น2, ประกันชั้น 3, ประกันชั้น 2+ และประกันชั้น 3+ โดยประเภทของประกันที่ให้ความคุ้มครองมากที่สุดได้แก่ประกันชั้น 1 ซึ่งระดับของความครอบคลุมจะค่อยๆ ลดหลั่นกันลงไปตามจำนวนชั้นที่เพิ่มขึ้น 

 

และทั้งหมดก็คือข้อมูลว่าด้วยเรื่องของความแตกต่างระหว่างพ.ร.บ และประกันรถยนต์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความที่เราได้นำเสนอไปคงจะช่วยให้ใครหลายคนได้เข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับประกันทั้งสองประเภทกันมากขึ้น 

 


โดย.. Digitalknowledge (digitalknowledge) ส่งข้อความหลังไมค์ 223.27.244.49   


 


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน