ขายผงสำหรับหมักนัตโตะด้วยตัวเอง



ในภาพคือ 1 ถุงใหญ่ บรรจุผงหมัก 10 ซองอยู่ภายใน หนักซองละ 0.3 กรัม

1 ซอง(0.3กรัม) ผสมน้ำ 30 ซีซี ใช้ได้กับถั่วเหลืองดิบแห้ง 250 กรัมครับ

ขายซอง 0.3 กรัม ขายซองละ 20 บาท  ถ้าซื้อ 10 ซอง(1ถุง) ขาย 150 บาทครับ

 

ผมทำ 1 กิโลกรัมจึงใช้ 4 ซอง และน้ำ 120 ซีซี
เริ่มต้น ก็เทถั่วเหลืองดิบล้างน้ำสัก 2 น้ำ แล้วแช่ถั่วเหลืองในน้ำ(สูงกว่าถ
ั่วพอประมาณ) ผ่านไป 24 ชั่วโมง เมื่อผ่านไป 24 ชั่วโมงก็ล้างถั่วให้สะอาดด้วยน้ำหลายๆน้ำจนสังเกตว่า น้ำที่แช่ถั่วใส่ไม่ขุ่นแล้ว เทน้ำทิ้งให้หมด น้ำถั่วเหลืองใส่ในภาชนะสำหรับนึ่ง ใส่ลงในหม้ออัดแรงดัน ซึ่งได้ใส่น้ำไว้พอประมาณแล้ว ก้นภาชนะใส่ถั่วเหลืองต้องสูงพ้นจากระดับน้ำในหม้ออัดแรงดัน ปิดฝาหม้อและล๊อคให้ครบถ้วนเปิดไฟแก๊สปานกลาง ผมเริ่มจับเวลาเมื่อได้ยินเสียง แรงดันพึงออกจากฝาหม้อ 40-60 นาที(พอดีผมนึ่งครั้งละ 1 กิโลกรัมครับ(ในคลิป ยูทูปส่วนใหญ่บอกว่า 40 นาที)
เมื่อครบ 40-60 นาทีแล้ว ก็ระบายความดันออกทางช่องนิรภัยหมดแล้วค่อยเปิดฝาหม้อ แล้วตักถั่วเหลืองนึ่งแล้วออกมาใส่ภาชนะซึ่งลวกน้ำร้อนไว้ก่อนหน้า กรณีผมใช้คล้ายๆอ่างสแตนเลส กว้างสักหน่อย พักจนอุณหภูมิถั่วลดลงมาก่อน แล้วจึงจัดการ ผสมผงหมัก กับ น้ำต้มสุก ค้นในเข้ากันแล้วเทราดไปทั่วๆถั่วเหลือง แล้วใช้ช้อนตักคลุกให้ถั่วเหลืองได้สัมผัสกับน้ำผสมผงหมักทั่วๆ
ตักถั่วเหลืองที่คลุกเคล้าแล้วลงในภาชนะที่ต้องการใส่เพื่อหมักกรณีผม ผมใช้ ปิ่นโต-สแตนเลส(ผ่านการลวงน้ำร้อนภายใน)
ความสูงของการบรรจุ ในคลิปบอกว่าไม่ควรเกิน 3 ซม. ครับ เสร็จแล้วก็ แว๊ปปิดด้วยพลาสติกแรป (plastic wrap) 2 ชั้น แล้วเจอรูที่แผ่น พลาสติกแรป (plastic wrap)
นำภาชนะใส่ในลังถึงนึ่งอลูมิเนียม(สะดวกสำหรับผม) ด้านล่างสุดของ หม้อลังถึงนึ่งใส่น้ำไว้พอประมาณ ปิดแต่ละชั้นระหว่างลังถึงนึ่งด้วยผ้าขาวบาง
ผมจะหมักนานอย่างน้อย 34 ชั่วโมง(พอดีไปค้นงานวิจัยมาหนะครับ) หรือจะมากกว่าก็ได้ล่าสุดหมัก 40 ชั่วโมงก็ยังโอเค
ระหว่างการหมักไม่เปิดฝาลังถึงนึ่งเลยนะครับ(ไม่ต้องนำไปตั้งความร้อนแต่อย่างใด)
เมื่อผ่านไป 34 ชั่วโมงก็เปิดลังถึงจัดการตัก นัตโตะใส่ภาชนะที่ลวกน้ำร้อน(รอให้เย็นลง)บรรจุนัตโตะแล้วนำไปใส่ตู้เย็นรอ 1 วันค่อยนำมารับประทานได้ครับ วันหลังจะถ่ายรูปมาให้รับชมกันนะครับ (อุณหภูมิเมืองไทย เหมาะสมสำหรับหมักนัตโตะแล้วครับ ชอบอาหารร้อน)

(ติดตามความรู้สุขภาพที่เฟสบุ๊ค mlcomน้ำมันมะพร้าว

https://www.facebook.com/Mlcomcoconutoil/)

หรือพูดคุยสอบถามได้ที่ ร้านเอ็มแอนด์แอลคอมพิวเตอร์

.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง(ใกล้สี่แยกวังตอ เข้ามาถนนวังตอ ระยะทาง 30 เมตร อยู่ขวามือ)
โทร 0891608228


โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.222.240   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

26 เม.ย.2562  เวลา 17:47 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.222.240  

แผนที่ร้านเอ็มแอนด์แอลคอมพิวเตอร์

 ความคิดเห็นที่ 2

26 พ.ค.2562  เวลา 13:18 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.222.123  

มีบางคลิปวิดีโอในต่างประเทศก็ไม่ได้ใช้หม้ออัดแรงดันนะครับ บางคนก็ต้มในหม้อแต่ต้องใช้เวลานานกว่า ลองดูคลิปวิดีโอนี้ครับผม

https://www.youtube.com/watch?v=H84OY6F_hQo&list=PL6nMBlgRW-y7s1WbQU2XZQ_DHukKUfdBf&index=4&fbclid=IwAR0si5edEDusGvjPdyOAIJCWuJPERBV1zQKNGuhiit0NfIyTRzy3tFQ7gno

แบ่งขายผงสำหรับหมักนัตโตะ(ถั่วหมักญี่ปุ่น) 170 บาท(รวมค่าส่งแล้ว)ใน1ถุงมี 10 ซอง อัตราส่วน 1 ซอง(3กรัม) ผสมน้ำ 30 ซีซี ใช้ได้กับถั่วเหลือง 250 กรัมครับ ผมทำ 1 กิโลกรัมจึงใช้ 4 ซอง ผสมกับน้ำ 120 ซีซี คนให้เข้ากัน 
เริ่มต้น ก็เทถั่วเหลืองดิบล้างน้ำสัก 2 น
้ำ แล้วแช่ถั่วเหลืองในน้ำ(สูงกว่าถั่วพอประมาณ) ผ่านไป 24 ชั่วโมง เมื่อผ่านไป 24 ชั่วโมงก็ล้างถั่วให้สะอาดด้วยน้ำหลายๆน้ำจนสังเกตว่า น้ำที่แช่ถั่วใส่ไม่ขุ่นแล้ว เทน้ำทิ้งให้หมด น้ำถั่วเหลืองใส่ในภาชนะสำหรับนึ่ง ใส่ลงในหม้ออัดแรงดัน ซึ่งได้ใส่น้ำไว้พอประมาณแล้ว ก้นภาชนะใส่ถั่วเหลืองต้องสูงพ้นจากระดับน้ำในหม้ออัดแรงดัน ปิดฝาหม้อและล๊อคให้ครบถ้วนเปิดไฟแก๊สปานกลาง ผมเริ่มจับเวลาเมื่อได้ยินเสียงของแรงดันพุงออกจากฝาหม้อ 40-60 นาที(พอดีผมนึ่งครั้งละ 1 กิโลกรัมครับ(ในคลิป ยูทูปส่วนใหญ่บอกว่า 40 นาที)ถั่วจะนิ่มบีบแล้วแหลกได้ง่าย
เมื่อครบ 40-60 นาทีแล้ว ก็ระบายความดันออกทางช่องนิรภัยหมดแล้วค่อยเปิดฝาหม้อ แล้วตักถั่วเหลืองนึ่งแล้วออกมาใส่ภาชนะซึ่งลวกน้ำร้อนไว้ก่อนหน้า กรณีผมใช้คล้ายๆอ่างสแตนเลส กว้างสักหน่อย พักจนอุณหภูมิถั่วลดลงมาก่อน แล้วจึงจัดการ ผสมผงหมักกับน้ำต้มสุก ค้นในเข้ากันแล้วเทราดไปทั่วๆถั่วเหลือง แล้วใช้ช้อนตักคลุกให้ถั่วเหลืองได้สัมผัสกับน้ำผสมผงหมักทั่วๆ
ตักถั่วเหลืองที่คลุกเคล้าแล้วลงในภาชนะที่ต้องการใส่เพื่อหมักกรณีผม ผมใช้ ปิ่นโตสแตนเลส(ผ่านการลวงน้ำร้อนภายใน)
ความสูงของการบรรจุ ในคลิปบอกว่าไม่ควรเกิน 3 ซม. ครับ เสร็จแล้วก็ แรปปิดฝาชั้นสแตนเลสด้วยพลาสติกแรป (plastic wrap) 2 ชั้น แล้วเจอรูที่แผ่น พลาสติกแรป (plastic wrap)ทั่วๆ
แล้วนำภาชนะใส่ในลังถึงนึ่งอลูมิเนียม(สะดวกสำหรับผม) ด้านล่างสุดของ หม้อลังถึงนึ่งใส่น้ำไว้พอประมาณ ปิดแต่ละขั้นระหว่างชั้นลังถึงนึ่งด้วยผ้าขาวบางแล้วปิดฝาในบนสุด
ผมจะหมักนานอย่างน้อย 34 ชั่วโมง(พอดีไปค้นงานวิจัยมาหนะครับ) หรือจะมากกว่าก็ได้ล่าสุดหมัก 40 ชั่วโมงก็ยังโอเค
ระหว่างการหมักไม่เปิดฝาลังถึงนึ่งเลยนะครับแต่ฝาบนสุดด้วยหลังมือจะรู้สึกร้อนนิดๆครับ
เมื่อผ่านไป 34 ชั่วโมงก็เปิดลังถึงจัดการตัก นัตโตะใส่ภาชนะที่ลวกน้ำร้อน(รอให้เย็นลง)บรรจุนัตโตะปิดฝาแล้วนำไปใส่ตู้เย็นรอ 1 วันค่อยนำมารับประทานได้ครับ


 ความคิดเห็นที่ 3

12 ก.ค.2562  เวลา 16:35 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.152.36  

ดูคลิปนี้ครับ แล้วทุกท่านจะทราบชัดว่า ทำไมร่างกายถึงต้องการ วิตามิน K2 ในนัตโตะ

 

 
 

วิตามิน K2 ในนัตโตะหรือถั่วหมักญี่ปุ่นช่วยจัดการเรื่องแคลเซี่ยม...


 ความคิดเห็นที่ 4

12 ก.ค.2562  เวลา 16:38 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.152.36  
วิตามินเคมาจากไหน? ในร่างกายของเรามีโรงงาน สร้างวิตามินเคอยู...


 ความคิดเห็นที่ 5

12 ก.ค.2562  เวลา 16:39 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.152.36  

 
 

ญี่ปุ่นวิจัยกินถั่วหมักนัตโตประจำลดเสี่ยงหัวใจวาย

 

AROUND THE WORLD : ญี่ปุ่นวิจัยกินถั่วหมักนัตโตประจำลดเสี่ยงหัวใจวาย TNN24 ออกอากา...


 ความคิดเห็นที่ 6

12 ก.ค.2562  เวลา 16:52 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.152.36  

สภาวะแคลเซียมเกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือด

ทุกคนต้องการย้อนการกลายเป็นปูนในหลอดเลือดและโรคหัวใจของคุณดูคลิปนี้ครับ ชาวต่างประเทศคนนี้ทำได้แล้ว เกี่ยวกับวิตามิน K2 ด้วยครับ

 
 

Want to Reverse Your Calcification and Heart Disease? Biochemist Patrick Theut put in 16000 hours of study over many years in ...

--------------------------------------

แคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score)

แคลเซียม หรือหินปูนมาจากไหน

แคลเซียม หรือหินปูนที่หัวใจนี้ อาจเกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือด ที่ลิ้นหัวใจ หรือที่เยื่อหุ้มหัวใจ  ที่ควรระวังคือหินปูนที่เกาะที่ผนังหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง และจะเกิดขึ้นก่อนเกิดอาการของโรคหัวใจนานหลายปี จากการศึกษาพบว่าปริมาณแคลเซียมนี้สามารถทำนายโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ นอกเหนือจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือการสูบบุหรี่  ภาวะแคลเซี่ยมเกาะที่หลอดเลือดนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน

ใครคือผู้ที่ควรตรวจแคลเซี่ยมในหลอดเลือดหัวใจ

สมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้แนะนำว่าผู้ที่สมควรได้รับการตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ คือ

  • ผู้ป่วยทั่วไปที่อายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป
  • ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางของการเกิดโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไตวาย

จากคำแนะนำของสมาคมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาเบาหวานในสหรัฐอเมริกา ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่มีอายุมาก และผู้ป่วยโรคไตวายที่ไม่สามารถตรวจหัวใจด้วยการเดินสายพานตามวิธีมาตรฐานได้นั้น การตรวจแคลเซียมในหลอดเลือด ถือว่าเป็นมาตรฐานการตรวจหัวใจที่ดี

ตรวจแล้วได้ประโยชน์อะไร

เนื่องจากผลการตรวจแคลเซียมจะช่วยให้เราทำนายโอกาสเกิดและการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ และยังช่วยเป็นข้อมูลประกอบการเลือกมาตรการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้ป่วยแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม คะแนนแคลเซี่ยมที่หัวใจสูงหมายความว่ามีความเสี่ยงมาก ซึ่งต้องพิจารณาให้ยาทันที

ทำไมต้องค้นหาคนที่มีความเสี่ยง

การตรวจวัดปริมาณแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ ใช้เวลาตรวจรวดเร็ว ด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์  และไม่ต้องฉีดสีสวนหัวใจ ภาพที่ได้จากการตรวจวิธีนี้จะมีความคมชัดเนื่องจากเครื่องมีความเร็วในการจับภาพสูงมาก สามารถจับภาพขณะที่หัวใจเต้นได้ดี และจะบอกถึงปริมาณหินปูนที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดหัวใจได้ แม้ในปริมาณที่น้อย จึงเป็นการตรวจที่หาภาวะความเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเริ่มต้นในคนปกติได้เป็นอย่างดี

เครื่องเอ็กซ์เรย์นี้ จะวัดปริมาณหินปูนเป็นตัวเลข เด็กแรกเกิด ที่มีหลอดเลือดปกติ ค่าจะเป็นศูนย์ เมื่ออายุมากขึ้นก็อาจจะพบหินปูนได้บ้าง แต่ ไม่ควรเกิน 200 – 400 ถ้าเกิน 400 จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากๆ

บทความนำมาจาก https://www.samitivejhospitals.com/th/%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88/


 ความคิดเห็นที่ 7

7 ส.ค.2562  เวลา 16:25 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.153.20  

ผมทำเอง กินทุกวันครับ สนใจสอบถามที่ร้าน เอ็มแอนด์แอลคอมพิวเตอร์ ถนนวังตอ ทับเที่ยง จ.ตรัง


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน