อยากผอมอยากลดน้ำหนักอิ่มทุกมื้อไม่กินยาเปลี่ยนความรู้ง่ายๆ


  1 2    หน้าถัดไป >



สำหรับคนต้องการลดความอ้วนได้เร็ว ควบคุมน้ำหนักให้ได้ผลเร็ว มีปัญหาน้ำหนักเกิน ไม่ต้องกินอาหารเสริมไม่ต้องพึ่งพายาลดความอ้วน  คนค่อนโลกไม่เข้าใจระบบการเผาผลาญครับ เราจะผอมหรือจะอ้วน จะลดน้ำหนักสำเร็จหรือไม่อย่างไร คุณหมออธิบายไว้ชัดมากครับในคลิป

เปลี่ยนอาหารและความรู้ใหม่จะง่ายขึ้นมากครับ ต้องเข้าใจกระบวนการเผาผลาญนะครับ เรามีไขมันเต็มตัวแต่เราเอามาใช้ไม่ได้เพราะอะไร เพราะฮอร์โมนอินซูลินปิดการใช้ไขมันนั่นเองครับ แล้ว การออกกำลังกายใด

แล้วคนเกือบทั้งโลกก็ไม่เคยรู้เรื่องการเผาผลาญจริงๆในร่างกาย

และมีวิธีกินทำให้อิ่มทน อิ่มนาน อิ่มเร็วครับ แถมยังผอมอีกด้วย


ระบบเผาผลาญของร่างกาย HUMAN METABOLISM 12-11-2561 DietDoctor Thailand

https://youtu.be/bIbs0hGV2do

https://www.facebook.com/Mlcomcoconutoil/videos/195536724703935/

 

(ติดตามความรู้สุขภาพที่เฟสบุ๊ค mlcomน้ำมันมะพร้าว)

หรือพูดคุยสอบถามได้ที่ ร้านเอ็มแอนด์แอลคอมพิวเตอร์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง(ใกล้สี่แยกวังตอ เข้ามาถนนวังตอ ระยะทาง 30 เมตร อยู่ขวามือ)

โทร 0891608228 เพิ่มเพื่อนLINE ด้วยเบอร์โทรหรือ LINE ID: phuriwat_mlcom

เครดิตคลิปจาก

https://www.youtube.com/watch?v=iqJ8kpoK5Ww

https://www.facebook.com/DietDoctorThailand/videos/287047335264372/

สนใจติดตามคลิปความรู้สุขภาพอื่นๆเพิ่มได้ที่

https://www.youtube.com/channel/UCB8AVnYrZOgvtqB_gYISnxA
https://www.facebook.com/DietDoctorThailand/
คุณหมอป๊อบ - นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด
อายุรแพทย์โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ(พระรามเก้า)
ปริญญาบัตร
- แพทย์ศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์, 2534
วุฒิบัตร
- ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์, 2540
แขนงที่สนใจเป็นพิเศษ
- เวชศาสตร์ชะลอวัย
อ้างอิงประวัติมาจาก
https://www.praram9.com/doctor.php…


โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.152.161   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

28 ธ.ค.2561  เวลา 15:48 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.81  

FAT FRIEND สารบัญ 

แอดมินแชร์บทเรียนและเคล็ดลับการเลือกอาหารไว้มากมาย 
เกรงว่าจะไปขุดหาคงลำบาก เลยรวบรวมเป็นซี่รี่ส์ จะได้ง่ายต่อการเข้าไปอ่าน 
เตรียมพร้อมรับ 2019 เพื่อเราจะมีสุขภาพดีไปด้วยกัน

7 บทเรียน ลดน้ำหนักครั้งสุดท้าย

บทเรียนที่ 1 "ปีศาจน้ำตาลและแป้ง"
https://bit.ly/2QY5RcJ

บทเรียนที่ 2 "น้ำตาลกับอินซูลิน"
https://bit.ly/2GJpu3s

บทเรียนที่ 3 "ทำไมเราถึงติดน้ำตาลแป้ง"
https://bit.ly/2QaF0F2

บทเรียนที่ 4 "Game zone รู่ไต๋สมอง"
https://bit.ly/2Rmudfp

บทเรียนที่ 5 "ทำไมเราถึงหยุดกินไม่ได้ซะที"
https://bit.ly/2GJpO2a

บทเรียนที่ 6 "ทำไมลดน้ำหนักถึงยากจัง"
https://bit.ly/2T9U3jS

บทเรียนที่ 7 "สูตรลับที่ไม่ลัด" สำหรับการลดน้ำหนัก"
https://bit.ly/2Td21J9

------------------------------------------------
ทั้งหมดเป็นพื้นฐานที่เราควรรู้ จะได้ก้าวแต่ละก้าวอย่างมั่นคง 
ช่วงปีใหม่ ใครว่างๆไม่มีอะไรทำ นั่งอ่านเพลินๆ 
มาตรียมอาวุธสำหรับการทำ mission 
ลดน้ำหนักครั้งสุดท้ายและมีสุขภาพดี ปี 2019 ให้สำเร็จกันเลยจ๊ะ 


 ความคิดเห็นที่ 2

4 ม.ค.2562  เวลา 13:47 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.216.33  
มุมมองอีกด้านของ"โรคอ้วน"

ถ้าเราพูดกับคนกำลังจมน้ำว่า"ลอยตัวขึ้น ว่ายน้ำต่อไป"
มันก็คงเหมือนกับการบอกคนอ้วนว่า"กินให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากขึ้น"
เพราะจริงๆแล้วมันไม่ได้ผล ในทางปฎิบัติ
คนที่น้ำหนักเกินนอกจากจะเป็นเป็นปัญหาด้านสุขภาพแล้ว ยังมักจะถูกต่อว่าให้หมดกำลังใจว่า"ไม่มีความตั้งใจจริงในการจะลดน้ำหนัก"จากทั้งแพทย์ที่ดูแลและผู้ให้คำแนะนำอื่นๆ
‘Calories In Calories Out’ แคลอรีอิน=แคลอรีเอาท์
ทุกแคลอรีก็เหมือนกัน
ด้วยคำแนะนำนี้ ผู้ที่น้ำหนักเกินที่ลดน้ำหนักไม่ได้จะถูกทำให้น่าละอายกว่าการที่น้ำหนักเกิน "มันเป็นเพราะตะกละกินให้น้อยลงไม่ได้ และขี้เกียจออกกำลังกาย" มันเป็นความผิดของคุณต่างหาก ผู้แนะนำให้คำแนะนำถูกต้องแล้ว "กินให้น้อยลงและออกกำลังกายให้มากขึ้น"

‘Calories In Calories Out’ ความเข้าใจว่าความอ้วนเป็นปัญหาจากความไม่สมดุลของแคลอรีเป็นเรื่องผิดพลาด...ผิดพลาดที่สำคัญมาก
ลองทบทวนสักนิด ก่อนปี1970 โรคอ้วนแทบไม่ใช่ปัญหาเลย ผู้คนไม่เคยคิดด้วบซ้ำว่า"วันนี้กินไปกี่แคลอรี และเบิร์นไปกี่แคลอรี่" การออกกำลังกายไม่มีอะไรมากไปกว่าเล่นเพื่อความสนุกสนาน โดยไม่ต้องอาศัยความพยายามผู้คนอาศัยอยู่โดยที่ไม่มีโรคอ้วนให้เป็นปัญหา พวกเขากินเมื่อหิว เมื่อไม่หิวก็ไม่กิน
โดยไม่ต้องนับแคลอรีผู้คนอยู่กันมาได้กว่า5000ปี โดยไม่ต้องกังวลกับโรคอ้วน จนกระทั่งปี1980 เรายุ่งยากมากขึ้น"เราต้องนับแคลอรี"
มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสองประการทางด้านอาหารในอเมริกาเมื่อปี1970 ประการแรกการลดไขมันในอาหารและเพิ่มคาร์บอไฮเดรตโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นคาร์บอไฮเดรตแปรรูป ประการที่สองคือการแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่มมื้ออาหาร
ปี1970 คนส่วนมากทานอาหาร 3มื้อหลัก เช้า กลางวันและเย็น แต่แม้เราไม่ค่อยหิวเราก็ถูกแนะนำให้แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆและมื้ออาหารว่าง(บ่อยกว่าอาหารหลัก)
หลังปี2004 คนทานอาหารเฉลี่ย5-6มื้อต่อวัน การทานมื้อเล็กๆบ่อยๆถูกทำให้เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพการเว้นมื้ออาหารดูจะเป็นเรื่องประหลาด การที่ไม่หิวในมื้อนั้นและไม่กินเป็นเรื่องผิดต่อหลักสุขภาพ อยากลดน้ำหนักต้องทานบ่อยๆ กระตุ้นการเผาผลาญ อย่าเว้นมื้ออาหาร การเว้นมื้อาหารจะทำให้เป็นโรคอ้วน ฟังดู....เพราะมันเป็นเรื่องไม่ฉลาดนั่นแหละ
ความเห็นต่างๆจากผู้ที่ถูกเรียกว่าผูเชี่ยวชาญ ทั้งการแพทย์และโภชนาการต่างออกมาสนับสนุนถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากการเว้นมื้ออาหาร โดยทางชีววิทยาแล้วจะเกิดอะไรขึ้นละเวลาที่คุณไม่กินอาหาร ร่างกายคุณก็จะเผาผลาญไขมันสะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงานไงละ นั่นแหละคือหน้าที่ทั้งหมดของไขมันที่เราสะสมไว้ ร่างกายเราเก็บไว้เมื่อเวลาที่เราต้องใช้ ใช่เมื่อเราไม่กินเราจะใช้พลังงานจากไขมันที่สะสมไว้
ขณะที่คนน้ำหนักเพิ่มขึ้นเราถูกแนะนำให้กินบ่อยๆ ถ้าไม่ได้ผลให้ลดแคลอรีแต่ยังคงรูปแบบการกินเหมือนเดิม

ยังไงก็ตามปัญหาโรคอ้วนและเบาหวานชนิดที่ 2ที่สูงขึ้น ยืนยันว่า ไม่เกิดผลลัพท์ คราวนี้เป็นความผิดใครใน 2ประเด็น
1.ข้อแนะนำไม่ถูกต้อง ‘Calories In Calories Out’ 'Eat less Move more'
2.ข้อแนะนำถูกต้อง แต่คนป่วยไม่มีความตั้งใจและไม่ทำตามอย่างเคร่งครัด(เป็นความผิดของคนป่วย)

ผู้ให้คำแนะนำส่วนมากจะเชื่อว่าเป็นเหตุผลประการที่สอง พวกเขาจะเชื่อว่า"ข้อแนะนำนั้นถูกต้อง เพียงแต่คนไม่ตั้งใจในการปฎิบัติ"
เกมส์นี้มีชื่อว่า"ผู้ป่วยคือผู้ผิดเสมอ"เพราะไม่ตั้งใจจริงและไม่เคร่งครัดกับข้อแนะนำมากพอ
บนข้อเท็จจริง 40%ของคนอเมริกันเป็นโรคอ้วนและ70%น้ำหนักเกิน มันจะไม่มากเกินไปที่จะใช้เพียงคำว่าไม่มีความตั้งใจจริงในการลดน้ำหนักอธิบายตัวเลขนี้หรือ ในห้องเรียนถ้ามีเด็ก 1คนสอบตก อาจเป็นความผิดของเด็กคนนั้น แต่ถ้าเด็กในห้องสอบตก 70คน คงต้องคิดว่าเป็นความผิดของครูหรือไม่
ปัญหาที่แท้จริงอาจจะเป็นข้อแรกคือข้อแนะนำต่อผู้ป่วยผิดพลาด มันไม่สามารถทำได้ในทางปฎิบัติ

โรคอ้วนไม่ได้เกิดจากการที่แคลอรีไม่สมดุล แต่เกิดจากการไม่สมดุลของฮอร์โมน(Hormonal imbalance) โดยเฉพาะภาวะอินซูลินในเลือดสูง(Hyperinsulinemia) เราต้องแก้ด้วยการแนะนำอาหารที่ไม่กระตุ้นอินซูลินสูงเกินไปและการเว้นมื้ออาหารให้ร่างกายสามารถใช้ไขมันสะสมได้เท่านั้น...นั่นแหละชีววิทยาของมนุษย์!

Cr.Dr.Jason Fung(Obesity Code Book)

 ความคิดเห็นที่ 3

4 ม.ค.2562  เวลา 13:48 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.216.33  


 ความคิดเห็นที่ 4

7 ม.ค.2562  เวลา 11:02 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.196  

กระบวนการสร้างไขมันสะสมในช่องท้องเกิดจากบริโภคน้ำตาลเกินและทางแก้ไข ความรู้จากคุณหมอทิม เฟสเพื่อนเบาหวานครับ
https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/a.220132438680376/273056626721290/?type=3&theater

 ความคิดเห็นที่ 5

7 ม.ค.2562  เวลา 11:04 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.196  
High fructose corn syrup ตั้งแต่เริ่มมีการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้โรคอ้วนสูงขึ้น3เท่า โรคเบาหวานชนิดที่2สูงขึ้น7เท่า อีกทั้งเป็นต้นเหตุโรคหลอดเลือดและหัวใจ นับแต่นี้เราจะไม่เห็นฉลากอาหารที่เลเบล"HFCS"อีก เพราะFDA อนุญาตให้บริษัทอุตสาหกรรมอาหารใช้ชื่อ"Natural sweeteners"แทน รวมทั้งใช้ชื่อเรียกผลิตภัณฑ์90%Fructoseว่า"Fructose"เฉยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงคำว่า"High fructose corn syrup"ที่คนรักสุขภาพเริ่มเรียนรู้ว่าอันตรายต่อสุขภาพ
นี่คือเล่ห์กลของอุตสาหกรรมอาหารที่เราต้องรู้ทัน

https://explainlife.com/high-fructose-corn-syrup-has.../...
DietDoctor Thailand
เมื่อวานนี้ เวลา 01:22 น. · …

 ความคิดเห็นที่ 6

7 ม.ค.2562  เวลา 11:07 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.196  

 

 
 

ความรู้จากคุณหมอธนศักดิ์ ยิ้มเกิด
โรคอ้วน...ทำไมทานน้อย ออกกำลังกายมากไม่ช่วย?
Body weight thermostat หรือ Obistat คืออะไร?

https://www.facebook.com/DietDoctorThailand/videos/954549114734963/

กินน้อยออกกำลังกายมากคำนวณแคลอรี่ไม่ช่วยคนอ้วนเพราะอะไร

https://youtu.be/KwVgF209_hQ

https://youtu.be/KwVgF209_hQ
อ้วน...ทำไมทานน้อย ออกกำลังมากไม่ช่วย?

https://www.youtube.com/watch?v=vR-4auJqUJk

DietDoctor Thailand
เผยแพร่เมื่อ 5 ม.ค. 2019

 ความคิดเห็นที่ 7

7 ม.ค.2562  เวลา 11:08 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.196  
 
 


 ความคิดเห็นที่ 8

10 ม.ค.2562  เวลา 11:57 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.196  

หน้าเด็ก ผิวพรรณดี ลดภาวะดื้ออินซูลิน(ลดความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ(NCD) 
1.โรคอ้วน
2.โรคเก๊าท์
3.โรคมะเร็ง
4.เส้นเลือดสมองอุดตัน
5.โรคหัวใจ
6.โรคเบาหวาน
7.โรคสมองเสื่อม
8.ไขมันพอกตับ
9.หอบหืด
10.โรคข้อเสื่อม
และอื่นๆอีกหลายสิบโรค)
มีแต่คนต้องการ แต่พฤติกรรมของเราหละ ดูเหมือนจะไม่เคยกลัว น้ำตาล ไม่เคยจำกัดการกินเป็นช่วงๆ (ทำ IF (Intermittent fasting(การเว้นช่วงเวลาการทานอาหารเป็นระยะ) กันเลย อ่านความรู้ในภาพ ที่คุณหมอทิม เฟสเพื่อเบาหวานอธิบาย จึงได้คำตอบว่า ไม่ลด ไม่ห่างจากการดื่มและกินอาหารที่มี
น้ำตาล คนยุคนี้ดื่มกินน้ำตาลทั้งบ่อย และถี่ ส่งผลร้ายต่อสุขภาพมากมายเพียงใด
(ความรู้จากคุณหมอทิม เฟส เพื่อนเบาหวาน)
https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/a.220132438680376/274142023279417/?type=3&theater

 ความคิดเห็นที่ 9

11 ม.ค.2562  เวลา 11:03 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.223.171  

ภาวะดื้อเลปติน กินเยอะ กินไม่หยุด หยุดกินไม่ได้
(ความรู้จากคุณหมอทิม เฟส เพื่อนเบาหวาน)

 ความคิดเห็นที่ 10

17 ม.ค.2562  เวลา 13:29 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.218.148  

การเป็นFat burner ช่วยให้ร่างกายใช้ไขมันได้ดีขึ้น ลดน้ำหนัก หายจากเบาหวานชนิดที่2

 ความคิดเห็นที่ 11

17 ม.ค.2562  เวลา 13:30 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.218.148  

การเป็นFat burner ช่วยให้ร่างกายใช้ไขมันได้ดีขึ้น ลดน้ำหนัก

 ความคิดเห็นที่ 12

22 ม.ค.2562  เวลา 18:18 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.223.175  


 ความคิดเห็นที่ 13

23 ม.ค.2562  เวลา 13:58 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.223.175  

เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาด้านล่างครับลองอ่านดูครับ
เนื่อเยื่อไขมันสีน้ำตาล หรือ Brown adipose tissue(BAT) คือ 1 ในชนิดของเซลล์ไขมัน จาก 3 ชนิด ไดแก่ 1.ไขมันสีขาว 2.สีขาว-น้ำตาล และ 3.สีน้ำตาล
 
คุณสมบัติของตัว Brown adipose tissue ที่แตกต่างจากไขมันตัวอื่น คือ ในเซลล์จะมีไมโตคอนเดรียเยอะกว่าที่เปรียบเสมือนโรงงานที่สามารถเอาน้ำตาลและไขมันมาสร้างเป็นพลังงานได้
 
เหตุที่มันมีสีน้ำตาลก็เพราะว่า มีธาตุเหล็กสะสมอยู่ในเซลล์
 
ถึงเวลาโฆษณาขายของเลยละกันครับ $$$
 
มีงานวิจัยถึงข้อดีข้อการมีไขมันสีน้ำตาลได้แก่
ช่วยเพิ่มการเผาผลาญน้ำตาล และรักษาสมดุลน้ำตาลในเลือด
ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ
ผลิตสารที่เรียกว่า adiponectin ทำหน้าที่ควบคุมระบบเผาผลาญ ควบคุมการอักเสบในร่างกาย และการเจริญเติบโตของเซลล์ ซึ่งปริมาณ adiponectin ที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับค่าการอักเสบที่ลดลงและเพิ่มความยืนยาวของอายุ
โปรโมทการสร้าง Fibroblast Growth Factor 21 ซึ่งเป็นโปรตีนอย่างนึง ทำหน้าที่ช่วยให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ดีมากขึ้น และช่วยให้น้ำตาลถูกไขมันสีน้ำตาล เอาไปเผามากขึ้น
 
ของดีขนาดนี้ถ้ามีขายจะซื้อไหมครับ
แต่เสียใจด้วยครับ เพราะมันไม่มีขาย
 
เจ้าเนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาลพบมากในสัตว์ที่ต้องจำศีล หมายถึง จำศีลในถ้ำไม่ใช่ออกบวชนะครับ
และพบมากในเด็กทารก โดยมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเนื้อเยื่อไขมันสีขาวที่สะสมตามพุง มักพบตามแนวแกนกลางลำตัว เช่น คอ รอบๆกระดูกสันหลัง ฯ และปริมาณจะลดลงเรื่อยๆตามอายุ
 
แต่อย่าพึ่งท้อไปนะครับ เพราะเรายังมี สิ่งที่เรียกว่า Beige Adipose Tissue (Brite) หรือเนื่อเยื่อไขมันสีขาว-น้ำตาล
 
โดยคุณสมบัติก็ตามชือเลยครับ เพราะมันสามารถเปลี่ยนไปมาระหว่างสีขาวกับสีน้ำตาลได้ หรือแม้แต่ เนื่อเยื่อไขมันสีขาวเองก็สามารถเปลี่ยนเป็นสีขาว-น้ำตาลและน้ำตาลได้เช่นกัน
 
ปัจจัยที่จะช่วยทำให้เพิ่มเนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาลจากการทดลองมีดังนี้
1. สภาพอากาศที่เย็น โดยร่างกายจะต้องสร้างความร้อนออกมา(non shivering thermogenesis)เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ระดับปกติ
2.การออกกำลังกาย
3. ***Intermittent Fasting หรือการจำศีลของคนหนะแหละครับ
 
การที่เรากินอาหารตลอดเวลามันก็เหมือนกับการสั่งให้ร่างกายสะสมไขมันตลอดเวลา ซึ่งตัวไขมันสีน้ำตาลมันเก็บไขมันไม่ได้เพราะเนื้อที่มันน้อย ต้องเก็บในรูปของไขมันสีขาวเท่านั้น ทำให้เนื้อเยื่อไขมันในร่างกายมีแนวโน้มสะสมในรูปของไขมันสีขาวมากขึ้น
 
 
เค้าเริ่มมีการสันนิษฐานว่า statin มีผลในการยับยั้งการผลิตตัว BAT นะครับ
 
ก็อยากฝากไว้ให้เป็นข้อมูลเพื่อพิจารณาอีกทีนึง เนื่องจากที่ผมพูดไปเป็นเพียง"ทฤษฎี"เท่านั้น เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านนะครับผม
 
ขอบคุณมากครับ
นำมาจาก เฟสเพื่อนเบาหวานเช่นกันครับ

https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/a.220132438680376/268836187143334/?type=3&theater



 ความคิดเห็นที่ 14

29 ม.ค.2562  เวลา 12:10 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.220.229  

4 วิธีที่จะช่วยแก้ไขระบบเผาผลาญช้า

1. เพิ่มความไวของอินซูลิน เพราะระดับฮอร์โมนอินซูลินที่สูงจนมีภาวะดื้ออินซูลิน จะทำให้ set point ของน้ำหนักตัวเพิ่มสูงขึ้น การลดระดับ insulin ลงจึงช่วยให้ร่างกายมีแนวโน้มไปในทางเผาผลาญพลังงานมากกว่าที่จะสะสมพลังงาน 
ทำยังไง: Keto or LCHF+IF

2. การออกกำลังกาย โดยเฉพาะ HIIT(High intensitty interval training) หรือการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา เพราะ มีหลักฐานว่า การออกกำลังกายที่ intensity สูงๆ มีผลต่อ oxygen consumption มากกว่า การออกกำลังกายที่ Duration นานๆ
ลิงค์เพิ่มเติม
https://www.researchgate.net/publication/9025532_Effect_of_Exercise_Intensity_Duration_and_Mode_on_Post-Exercise_Oxygen_Consumption

3. ทานอาหารที่แปรรูปให้น้อยที่สุด เพราะอาหารแปรรูปพวกนี้้จะทำให้สัดส่วนของสารอาหารดีๆที่เราได้ลดลง เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่ทานทั้งหมด

4. รับประทานอาหารที่ส่งเสริมการทำงานของไทรอยด์ 
เช่น สาหร่ายทะเล ซีฟู๊ด ถั่วบราซิล แมคาเดเมีย, greek yoghurt, ไข่ เพราะอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วย selenium , iodine ,zinc ที่ช่วยเสริมการทำงานและการสร้างของไทรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมระบบเผาผลาญโดยตรง

เครดิตข้อมูลจาก คุณหมอ ทิม เฟส เพื่อนเบาหวาน



 ความคิดเห็นที่ 15

1 ก.พ.2562  เวลา 10:59 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.25  

ไขมันสะอาดกว่าแต่คนสมัยนี้ใช้ระบบเผาผลาญน้ำตาลเป็นหลักแทนที่จะใช้ไขมันที่มีเยอะกว่าสะอาดกว่า

 ความคิดเห็นที่ 16

1 ก.พ.2562  เวลา 11:06 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.25  

 

ความยืดหยุ่นของการเผาผลาญพร้อมที่ใช้น้ำตาลและไขมัน
https://www.facebook.com/Mlcomcoconutoil/videos/341763849763589/

https://youtu.be/O50IjnMFbSQ
เครดิตคลิปนำมาจาก
Metabolic flexibility ความยืดหยุ่นของระบบเผาผลาญ
https://www.youtube.com/watch?v=_-0NNRrUCwE
DietDoctor Thailand
เผยแพร่เมื่อ 29 ม.ค. 2019
https://www.facebook.com/DietDoctorThailand/videos/239969073593987/

สนใจติดตามคลิปความรู้สุขภาพอื่นๆเพิ่มได้ที่
https://www.youtube.com/channel/UCB8AVnYrZOgvtqB_gYISnxA
https://www.facebook.com/DietDoctorThailand/
คุณหมอป๊อบ - นพ.ธนศักดิ์ ยิ้มเกิด
อายุรแพทย์โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ(พระรามเก้า)
ปริญญาบัตร
- แพทย์ศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์, 2534
วุฒิบัตร
- ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์, 2540
แขนงที่สนใจเป็นพิเศษ
- เวชศาสตร์ชะลอวัย
อ้างอิงประวัติมาจาก
https://www.praram9.com/doctor.php?page=22&fname=&lname=&specialities=



 ความคิดเห็นที่ 17

1 ก.พ.2562  เวลา 13:33 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.25  

DietDoctor Thailand
งดดรามา)
รถคันหนึ่ง ถังน้ำมันบรรจุได้ 50ลิตร หนึ่งลิตรวิ่งได้10กม. ถ้ารถคันนี้ต้องวิ่งวันละ100กม.(BMRของรถ) วันนี้เติมเต็มถังแล้ววิ่งไป100กม. พรุ่งนี้ต้องไปวิ่งอีก100กม.(BMR) ยังเหลือน้ำมันในถังอีก40ลิตร พรุ่งนี้จะใช้10ลิตร เราจำเป็นต้องแวะปั๊มเลยหรือไม่? มุมมองผมคงไม่จำเป็น ถ้าถังน้ำมันผมไม่ตันจนเอาออกมาใช้ไม่ได้
ในร่างกายเรามีถังเชื้อเพลิงคือไขมัน (มากกว่า50,000แคล)ที่เราเก็บสะสมไว้ ตราบใดที่เราใช้ได้ ต่อให้เราต้องใช้มากกว่าBMR 2-3เท่าหรือมากกว่าเราก็สามารถอยู่ได้ เราไม่ได้ต้องเข้าไปอยู่ในโหมดขาดพลังงาน ตราบใดที่หัวฉีดทำงานได้ปกติ สิ่งที่ปรับระดับหัวฉีดคือสัดส่วนระหว่าง ฮอร์โมนอินซูลิน/กลูคากอน ที่ถูกปรับระดับจากประเภทของแคลอรีที่ทานและระยะความถี่ของการทาน(ไม่ใช่จากจำนวนแคลอรีที่ทาน) ตราบใดที่สัดส่วนฮอร์โมนนี้อนุญาตให้เอาเชื้อเพลิงที่เก็บไว้มาใช้ได้ ร่างกายก็ไม่จำเป็นต้องลดBasal matabolic rate ลง 
รถที่ถังน้ำมันเหลือ40ลิตร ไม่จำเป็นต้องวิ่งช้ากว่ารถที่น้ำมันเต็มถัง50ลิตรครับ...งดดรามานะ😅
คำถาม"คุณคิดว่าคนที่อ้วน เค้าทานต่ำกว่าBMRมั้ย ทำไมยังหิวบ่อยและดูไม่มี


 ความคิดเห็นที่ 18

5 ก.พ.2562  เวลา 17:04 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.219.25  

"ไม่โยโย่ ผอมง่าย อ้วนยาก หิวยาก อิ่มง่าย แถมเผาผลาญดี +มีแคลอรี่เหลือเฟือ"

ผมว่าถ้ามีโฆษณายาลดความอ้วนที่เคลมแบบนี้มา ต่อให้เม็ดละพันก็มีคนซื้อ

🎈มีงานวิจัยชิ้นนึงซึ่งน่าสนใจ เป็น Randomize multicenter trial ในสหรัฐ เปรียบเทียบผลของโภชนาการคาร์บต่ำกับคาร์บทั่วไป แล้วติดตามไป 20 อาทิตย์ พบว่ากลุ่มคนที่ทานสัดส่วนคาร์บต่ำ มี total energy expenditure เพิ่มมากขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับผู้ที่ทานคาร์บทั่วไป นั่นหมายความว่า ร่างกายมีการอัตราการเผาผลาญพลังงานที่เพิ่มมากกว่าเดิม แม้จะทานอาหารในปริมาณเท่าเดิม 

🎈นอกจากนี้ระดับฮอร์โมนเกรลิน(Ghrelin)หรือฮอร์โมนหิวนั้นต่ำลง ทำให้ไม่หิวบ่อย มีระดับความไวของฮอร์โมนเลปติน(Leptin)หรือฮอร์โมนอิ่มหรือฮอร์โมนเผาไขมัน แล้วแต่จะเรียก เพิ่มสูงขึ้น 

🎈ถ้าใครเข้าใจกลไกการทำงานของฮอร์โมนเลปตินกับอินซูลินก็จะรู้ว่า ถ้าเราลดน้ำหนัก แล้ว TEE หรืออัตราเผาผลาญลดลงไปพร้อมกับน้ำหนัก คนนั้นก็มีโอกาสที่จะเกิดโยโย่ได้ แต่ในโภชนาการคาร์บต่ำ ร่างกายจะสามารถใช้พลังงานจากไขมันได้มากขึ้น ป้องกันการโยโย่ได้ด้วยผลจากการที่ร่างกายสามารถเข้าถึงไขมันที่สะสมได้ดีกว่า แถมเบิร์นมากขึ้น
พูดง่ายๆคือ ได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง 

"ไม่โยโย่ ผอมง่าย อ้วนยาก หิวยาก อิ่มง่าย แถมเผาผลาญดี +มีแคลอรี่เหลือเฟือ"

🎈ในเปเปอร์เมื่อเทียบที่ 2,000 kcal อาหารคาร์บต่ำสัดส่วนเค้าจะเป็น 
carb 20%(ประมาณ 100 กรัม) prot 20% Fat 60%
คาร์บทั่วไป
carb 60% prot 20% Fat 20%

🎈จะเห็นว่ารูปแบบอาจไม่ใช่ ketogenic หรือ very low carb diet แต่ประโยชน์ที่ได้ก็ค่อนข้างแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด 

🎈ผมหวังว่าข้อมูลตรงนี้ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาโรคอ้วนอยู่และกำลังเลือกวิธีลดน้ำหนักกันอยู่นะครับ 

ลิงก์เผื่อใครสนใจอ่านฉบับเต็มครับhttps://www.bmj.com/content/363/bmj.k4583

#เพื่อนเบาหวาน by Dr.Tim

https://www.facebook.com/Obesitythailand/photos/a.220132438680376/284068565620096/?type=3&theater


 ความคิดเห็นที่ 19

6 ก.พ.2562  เวลา 11:41 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.218.21  

การ fasting จะทำให้ร่างกายเข้าสู่ โหมดStarvation " และลดการจ่ายพลังงานลง เผาผลาญลดลง จริงหรือมั่วนิ่ม?

กราฟด้านล่างจะพบว่าการfasting 4วัน อัตราการเผาผลาญสูงขึ้น ในขณะที่InsulinและGlucoseลดลง ขณะที่กรดไขมัน(Free fatty acid) Ketones และฮอร์โมนNorepinephrineที่เป็นฮอร์โมนเร่งการเผาผลาญสูงขึ้น โดยเชื้อเพลิงที่ถูกเผามาจากไขมันที่สะสม
ดังนั้นการFasting กับ Starvation จึงเป็นอะไรที่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน.!


 ความคิดเห็นที่ 20

6 ก.พ.2562  เวลา 11:46 น.
โดย.. MLCOMน้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 180.183.218.21  

ความจริงของร่างกายไม่ได้ตรงกับความเข้าใจของคนที่ไม่เข้าใจร่างกาย เราจึงกินอาหารทั้งที่ไม่หิว แถมยังกินถึง 3 มื้อ และคิดไปเองว่าถ้าไม่กินจะไม่มีแรง ถ้าอย่างนั้นมนุษย์คงสูญพันธุ์ไปนานแล้ว


  1 2    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน