เรื่องเล่า>>> อ้วนเสี้ยว <<< กับการเมืองทับเที่ยง อ้วนๆอิ่มๆ



เหตุผลที่ผมสนใจเรื่องสามก๊กก็คือ สามก๊กนั้น มีข้อคิดต่างๆมากมายให้เราได้เรียนรู้ ได้ศึกษา และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ประเด็นที่จะพูดถึงในวันนี้ก็คือ เรื่องของอ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวเป็นตัวละครตัวหนึ่งในสามก๊ก ในช่วงที่ตั๋งโต๊ะเป็นใหญ่ อ้วนเสี้ยวได้ร่วมกับโจโฉ และกลุ่มต่างๆอีกหลายกลุ่ม เพื่อที่จะล้มล้างตั๋งโต๊ะ แต่สุดท้ายก็ต้องแตกแยกกัน เพราะหัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่มแก่งแย่งชิงดีกัน บางส่วนก็แตกแยกทางความคิด โจโฉจึงได้แยกตัวออกมาจากอ้วนเสี้ยว และได้ตั้งกองกำลังของตัวเอง ต่อมาตั๋งโต๊ะถูกฆ่าตาย โจโฉอาศัยความชอบธรรมโดยการปกป้องราชวงศ์กษัตริย์ และเข้ากุมอำนาจในวัง จากนั้นก็ออกปราบปรามกลุ่มต่างๆ เพื่อรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น หนึ่งในเป้าหมายที่จะต้องปราบปรามของโจโฉด้วยก็คือ อ้วนเสี้ยว แต่ทว่า อ้วนเสี้ยว เป็นกลุ่มที่มีกำลังทหารมากกว่าโจโฉ และมีกุนซือ มีขุนพลมากกว่าโจโฉมากมายนัก การปราบอ้วนเสี้ยวจึงกลายเป็นงานยากของโจโฉ แต่ในที่สุด อ้วนเสี้ยว ก็ต้องล่มสลายลงไป ซึ่งถ้าจะว่ากันจริงๆแล้ว อ้วนเสี้ยวไม่ได้แพ้เพราะโจโฉ แต่ที่แพ้เพราะว่าตัวของอ้วนเสี้ยวเอง อ้วนเสี้ยวนั้น มีปัญหาภายในมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาดของอ้วนเสี้ยวเอง การแก่งแย่งชิงดีของผู้ใต้บังคับบัญชา กลัวว่าคนอื่นจะมีผลงานมากกว่า ก็เลยจ้องที่จะทำลายล้างกันระหว่างพวกเดียวกันเอง ขุนศึกบางคนออกไปทำศึก แต่กลับโดนยุแหย่ หาว่าเอาใจออกห่าง จะไปเข้ากลับโจโฉ อ้วนเสี้ยวหูเบาขาดการพิจารณา จึงโกธรเป็นฟืนเป็นไฟ เรียกตัวกลับมาหวังจะฆ่าเสีย แต่ขุนศึกนั้นรู้ล่วงหน้าแล้ว จึงแปรพักตร์ไปเข้ากับโจโฉแทน ทำให้โจโฉมีกำลังมากขึ้น สุดท้าย ทำให้อ้วนเสี้ยวต้องพ่ายแพ้แก่โจโฉในที่สุด บทเรียนที่ได้จากอ้วนเสี้ยวก็คือ ในการเป็นผู้นำคนนั้น จะต้องมีปัญญา มีความสามารถในการคิดและวิเคราะห์คน ต้องใช้คนเป็น ต้องกล้าที่จะตัดสินใจ มีหลายครั้งที่กุนซือมีความเห็นต่างกันในเรื่องต่างๆ แต่อ้วนเสี้ยวกลับไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า จะเห็นด้วยกับฝ่ายไหน หากจะพูดถึงการทำงานสิ่งใดก็ตาม นายต้องเก่ง และต้องมีลูกน้องที่เก่งด้วย งานที่ทำจึงจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี การที่นายเก่ง แต่ลูกน้องไม่ได้เรื่อง หรือลูกน้องเก่ง แต่นายไม่ดี ก็จะทำให้สิ่งที่ทำอยู่นั้น ประสบแต่ความล้มเหลว และอีกสิ่งหนึ่งที่จะเห็นอยู่เป็นประจำเลยก็คือ คนเป็นนายต่างก็ต้องการลูกน้องที่มีความสามารถเข้ามาช่วยงาน ส่วนผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ก็จะค้นหานายที่ดี เพื่อเสนอตัวเป็นข้ารับใช้ การที่คนเป็นนายต้องการผู้ที่มีความสามารถ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร แต่คนที่มีความสามารถต้องการค้นหานายที่ดีเพื่อเสนอตัวนั้น อาจจะเป็นที่สงสัยอยู่ว่า เพราะอะไร คนที่มีความสามารถมากเพียงใดก็ตาม หากไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถแล้ว ความสามารถที่มีอยู่ก็จะไร้ค่าไปในที่สุด ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องหานายที่ดี เพื่อที่จะมีโอกาสได้ใช้ความสามารถที่มีอยู่ ตรงนี้ก็เป็นข้อคิดให้แก่ท่านทั้งหลายด้วยว่า การที่เราจะหาลูกน้อง หรือการที่เราจะเลือกนายก็ตาม ต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะหากเราเลือกผิดแล้ว สิ่งที่เราตั้งใจจะทำ ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้เลย ฝากไว้ย้ำเตือนใจ....ขอบคุณ

โดย.. Barbossa 118.173.138.138   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

3 เม.ย.2555  เวลา 12:11 น.
โดย.. ชาวสวน 118.173.127.142  

ในสนามการเมืองบ้านเราทุกวันนี้ มันมีให้เลือกด้วยหรือ ? พอสมประโยชน์เค้าก็เข้าร่วมเป็นพวกเดียวกันแล้วเล่นลิเกให้เราดู

คนดี คนเก่ง ก็แอบอยู่หน้าจอคอม ไม่กล้าออกไปรับลม

บ้านเมืองเราจะไปทางใหนหนอ ?


 ความคิดเห็นที่ 2

3 เม.ย.2555  เวลา 14:19 น.
โดย.. Barbossa 118.173.137.42  
“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒

 ความคิดเห็นที่ 3

3 เม.ย.2555  เวลา 14:20 น.
โดย.. Barbossa 118.173.137.42  
พระราชดำรัสเกี่ยวกับคนดีของในหลวงครับ (เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2539 ) ความตอนหนึ่งว่า ..คนดีทำให้คนอื่นดีได้ หมายความว่าคนดี ทำให้เกิดความดีในสังคม คนอื่นก็ดีไปด้วย ความเลวนั้นจะทำให้คนดีเป็นคนเลวก็ยาก แต่เป็นไปได้ ถ้าคนดีเข้มแข็งในความดี จะทำให้คนเลวมาทำให้คนดีเป็นคนเลวยาก. สำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของคนดี ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเทอญ.. ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า Barbossa

 ความคิดเห็นที่ 4

3 เม.ย.2555  เวลา 17:29 น.
โดย.. ไท 118.173.124.63  
สังคมการเมืองบ้านเราวันนี้ ยังมีทัศนะคติ "ยึดมั่น ถือมั่น ในตัวบุคคล มากกว่า กฏระเบียบของสังคม เช่นเดียวกับ "นวนิยาย สามก๊ก" .. สังคมบ้านเราก็ไม่สามารถพัฒนา เข้าสู่ระบบสากลได้ .. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง วันนี้ ยังไม่นำเสนอ นโยบาย .. การแก้ไขปัญหา ปรับปรุง และพัฒนา สิ่งใดๆ อย่างเป็น รูปธรรม ในสังคมเทศบาลนครตรัง .. เราเลือกเขา เพียงแค่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว หรือเพียงแค่ใครชี้แนะแค่นั้นหรือ .. หรือ .. ใครก็ได้ .. ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไป ..

 ความคิดเห็นที่ 5

3 เม.ย.2555  เวลา 19:41 น.
โดย.. ช้างเผือก 183.88.53.242  

ผมไม่ได้ชำนาญ นวนิยาย สามก๊ก สักเท่าใดนักครับ

แต่ถ้ากล่าวถึงการเลือกนาย กับการเมืองในประเทศไทย ถ้าคิดถึงเนื้อแท้ๆเลยว่า ระบอบการปกครองซึ่ง เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ แต่มิใช่ว่าประชาชนขาดความรู้ มีอวิชชา ไม่แยกแยะความดีและไม่มีคุณธรรม เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว

ก็คงได้มาซึ่ง ผมที่เป็นตัวแทนของ โจร ขึ้นเป็นไปหัวหน้ากองโจร นั่นเองครับ
ประชาธิปไตย มิใช่การเลือกว่า ใครจะมาเป็น นาย ปกครอง ประชาชนครับ

แต่เป็น การเลือก ผู้ที่ รู้และเข้าใจปัญหาของประชาชน พร้อมที่จะฟังและอำนวยโอกาสให้เกิดแก่ประชาชนส่วนใหญ่ อย่างมีคุณธรรมและความถูกต้อง งดเว้นและไม่หาโอกาสเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางตรงและทางอ้อม

การเลือก ผู้ที่จะมาบริหารงานท้องถิ่นให้เป็นไปได้ด้วยดี และมีความสุจริต ถ้าได้คนดี ก็ย่อมทำให้ท้องถิ่น มีความมั่นคง
และใช้เงินของประชาชน (ภาษี) ไปเพื่อประโยชน์อันยั่งยืนและสามารถจัดและรู้ลำดับความสำคัญ และใช้เงินได้อย่างคุ้มค่า

อะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญ อะไรคุ้มค่า อะไรสิ้นเปลือง อะไรไม่ควรทำ อะไรควรทำให้มีระบบครบถ้วน หลักคิดหลักการ
มิใช่ว่ามีเพียงเปลือกนอก แต่ทำจริงไร้ความคิดไร้แผนและไม่ยืนบนการพัฒนาเพื่อชุมชนและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

จะเห็นว่า คนดีเกือบจะหาไม่เจอจริงๆ เพราะคนดีที่สังคมยอมรับ ต้องได้รับการคัดกรอง มีการปฏิบัติอย่างยาวนาน
ที่สำคัญ คนที่ดีจริงก่อนมีอำนาจและหลังมีอำนาจจะต้องยังคงตั้งมั่นใจความดีได้คงอยู่

เพราะจะเห็นตัวอย่างมากมายในสังคมไทยว่า ก่อนมีอำนาจนั่นคิดอย่างหนึ่ง เมื่อมีอำนาจกลับไม่ทำอย่างที่ควรทำ
ปล่อยโอกาสปล่อยให้สิ่งที่ไม่ควรได้เกิดขึ้นและมองว่าไม่ใช่ปัญหา สุดท้าย ประชาชนทุกคนก็เสียโอกาส เสียเวลา

และเสียเงินไปอย่างสิ้นเปลือง แล้วก็ได้เห็น การใช้เงินใช้งบเพื่อประโยชน์แก่กลุ่มของใครบางคน เพื่อตอบสนองตอบแทน
คุณให้แก่กลุ่มของตน เพื่อเอื้อให้เกิดฐานรองรับอำนาจในครั่งต่อๆไป มิใช่เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมแต่อย่างใด

การแยกแยะผิดถูกไม่ชัด การไม่กล้าพูดไม่กล้าคิดไม่กล้าฟังหรือให้โอกาสประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในทางสังคม
ย่อมปิดกั้นโอกาสที่ประชาชนจะได้รู้ได้คิดและได้ทวงถามสิ่งที่ประชาชามีอำนาจ ไม่เคยมอบอำนาจสิทธิขาดแก่ผู้ใด

เพื่อไปจัดการบริหารบ้านเมืองแบบแล้วแต่ใจจะคิดจะนึกกันเอาเอง

หวังว่า คนตรังและคนไทยทั้งหมด จะหวนมาคิดกันสักทีครับว่า เลือกตั้งกันมา 80 ปี เลือกตั้งท้องถิ่นกันมาเกือบ 20 ปีหรือมากกว่า สุดท้ายแล้ว วิธีเลือกและคิดเป็นแบบ เลือกคนที่จะมา นาย ประชาชน หรือ เลือกคน ที่จะมารับใช้ประชาชน

นิยาม คนดีที่อาสามารับใช้ประชาชน จะต้องดีจริงเพียงใด หรือเป็นเพียงดีแต่เพลงที่ยกย่อตนเอง แต่ประชาชนทั้งหลายส่วยหน้า ร้องยี่กันทั่วไป

สุดท้าย คนไทย ต้องเรียนรู้ และต้องพัฒนาตัวเองครับ มิฉะนั้น ลูกหลานของเราก็คงต้องอยู่ในสังคมที่ หาเงินเพื่อไปแสวงหาอำนาจ เมื่อได้อำนาจก็เพื่อไปหาเงิน เป็นวงจรปลิงดูดกิน วงจรปลวกทำลายชาติทำลายแผ่นดินและท้องถิ่น ต่อไปไม่รู้จบครับ


 ความคิดเห็นที่ 6

3 เม.ย.2555  เวลา 20:59 น.
โดย.. ชาวสวน 118.173.135.138  

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=144224

ไปเอาของเค้ามาไม่ให้เครดิตเค้าบ้างหรอ


 ความคิดเห็นที่ 7

5 เม.ย.2555  เวลา 14:46 น.
โดย.. Barbossa 118.173.141.98  
ขอบคุณทั้งสองคนนะครับ โดยเฉพาะ คุณ ชาวสวน(ทาง) ขวางโลก 555

 ความคิดเห็นที่ 8

7 เม.ย.2555  เวลา 14:18 น.
โดย.. Barbossa 118.173.131.162  
โทดทีนะครับสงสัยผมจะเมา เลยปรี๊ดนิสนึง ในโลกนี้ก้อแบบนี้ละครับ อนิจจั'


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน