หมาแย่งก้อนเนื้อ- วินทร์ เลียววาริณ


หมาแย่งก้อนเนื้อ

ผมไม่ชอบสถานที่คนพลุกพล่าน ยิ่งไม่ชอบการช็อปปิ้ง แต่กระนั้นผมก็พบตัวเองกลางย่านสยามสแควร์ในเย็นวันหนึ่ง ยามฝนโปรยไม่หยุด

สยามสแควร์พ..นี้ต่างจากเมื่อครั้งผมมาเยือนเมืองหลวงใหม่ๆ และต่างจากเมื่อครั้งผมร่ำเรียนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้าผุดขึ้นทุกมุมที่ว่าง ไม่เหลือท้องฟ้าให้มองอาทิตย์ยามละขอบฟ้า แน่ละ คงไม่มีใครสนใจมองดูก้อนเมฆที่สยามสแควร์

ผมไม่ชอบสถานที่คนพลุกพล่าน ยิ่งไม่ชอบการเดินทางในรถเบียดเสียด แต่กระนั้นผมก็พบตัวเองเข้าคิวตรงชานชาลารถไฟฟ้าในเย็นวันหนึ่ง ยามฝนโปรยลงมาหนักขึ้น

เป็นความรู้สึกแปลกระคนดีใจที่เห็นผู้คนเข้าคิวเป็นแถวระเบียบ วูบหนึ่งผมคิดว่าตนเองกำลังยืนในนครอื่น เช่น ฮ่องกง โตเกียว หรือสิงคโปร์ วัฒนธรรมการเข้าคิวเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยพบเห็นในประเทศนี้

ตั้งแต่เด็กผมเห็นผู้คนบ้านเราลัดคิวกันจนชินตา เบียดเสียดแย่งกันขึ้นรถ แย่งกันซื้อตั๋วหนัง แย่งกันทำทุกสิ่ง ดังนั้นเมื่อเห็นคนเข้าคิวกันอย่างสงบ จึงอดแปลกใจมิได้

คิวนั้นก่อตัวยาวขึ้นทุกที ไม่นานรถไฟฟ้าก็เทียบชานชาลา พลันภาพที่ผมไม่เชื่อว่าจะเห็นก็เกิดขึ้นเบื้องหน้า เมื่อชายหนุ่มหญิงสาวหลายคนแทรกตัวจากด้านหลังลัดคิวเข้าไปในรถไฟฟ้าโดยไม่แยแสสายตาใคร

กินเวลาหลายวินาทีกว่าสมองส่วนตีความจะตั้งตัวได้ และอีกหลายนาทีที่ประสาทตาบอกว่า คนที่เบียดแทรกคิวคือนิสิตมหาวิทยาลัย

เป็นเรื่องน่าผิดหวังประจำวันนั้น อาจเพราะผมคาดหมายไว้สูงเกินไป คิดว่าคนที่เรียนในระดับอุดมศึกษาจะได้รับการพัฒนามากกว่านี้

ผมได้แต่หวังว่าสิ่งที่ผมประสบเป็นเพียงตัวอย่างเดียวที่ผมบังเอิญเห็นเข้าเท่านั้น แต่ความจริงก็คือ บ้านเรายังไม่มีวัฒนธรรมการเข้า***่างจริงจัง

บางทีเราอยู่ในป่าคอนกรีตนานจนใบหน้าของใครหลายคนกระด้างกว่าคอนกรีต

ครั้นมองเปรียบเทียบกับเมืองใหญ่ที่มีวัฒนธรรมการเข้าคิว ก็พบข้อยกเว้นเช่นกัน

ครั้งหนึ่งในฮ่องกง ในอาคารสูงหลังหนึ่ง ผมยืนรอลิฟท์อย่างอดทนพร้อมผู้คนมากมาย เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ชายคนหนึ่งก้าวพรวดเข้าไป ใครๆ ก็คาดว่าเขาจะรอทุกคนที่เหลือ หามิได้ เขากดปุ่มปิดประตูทันที และเป็นคนเดียวที่ได้ใช้ลิฟท์ตัวนั้น

มันบอกเราสิ่งหนึ่งว่า มารยาทของหลายสังคมเกิดขึ้นมาเพราะกฎเหล็ก ไม่ใช่เพราะว่ามันอยู่ในจิตสำนึก

ถึง พ.. นี้ เราอยู่ในสังคมแบบหมาแย่งก้อนเนื้อกัน

แย่งกันทำทุกอย่าง แย่งกันเข้าเรียน แย่งตำแหน่ง แย่งเก้าอี้ แย่งอำนาจ

แซงกันทุกเรื่อง แซงบนถนน แซงในเรื่องธุรกิจ แซงเพื่อให้ไปถึงจุดหมายเร็วกว่าคนอื่น

ญาติสนิทของผมคนหนึ่งทำงานในสำนักงานมาทั้งชีวิต ตั้งแต่หนุ่มจนอายุมาก เขาตื่นขึ้นมาวันหนึ่งพบว่า ถูกคนหนุ่มกว่าเดินเหยียบหัวก้าวข้ามไปโดยเจตนา

เรื่องแบบนี้เกิดบ่อยขึ้นทุกวัน

แน่นอนคนเก่งกว่าย่อมต้องไปไกลกว่า แต่มืออาชีพสู้กันด้วยฝีมือ ไม่ใช่ด้วยการแซงคิว ขับรถแบบแซงคนอื่นอุตลุดใครๆ ก็ทำได้ แต่หากทุกคนเลือกใช้ 'ทางลัด' อย่างนี้หมด เราก็ได้สังคมของคนเห็นแก่ตัว ซึ่งไม่ใช่สังคมที่เราอยากให้ลูกหลานของเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่และใช้ชีวิตอยู่แน่ๆ

คำว่า 'มารยาท' และ 'จรรยาบรรณ' อาจฟังดูเชย แต่มันเป็นคุณค่าที่ยังเหลืออยู่และเราพอกระทำได้เพื่อบ้านเกิดของเราเอง

วินทร์ เลียววาริณ
www.winbookclub.com
6
มกราคม 2549


โดย.. สร้อย 203.156.185.93   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

26 มิ.ย.2551  เวลา 14:01 น.
โดย.. ภาวนา 125.26.46.77  

โดนอีกและ



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน