ขอบ่นครับลูกค้าเยอะไม่ทันแล้วมาอารมณ์เสียกับผมทำไม


พอดีน้องลงมาที่บ้าน วันนี้เลยอยากไปซื้อติ่มซำให้กินที่ร้านดังร้านนึง แล้วก็จะสั่งหมี่เอาไปให้ลูก เข้าก็ไม่ได้ดูครับว่าลูกค้าเยอะขนาดไหน แต่ก็รู้ๆว่าช่วงเทศกาลเยอะอยู่แล้ว พอเดินเข้าไปสั่งไม่ทันขาดคำ สวนกลับมาเลยครับ ลูกค้าในร้านเยอะจะตายไม่ทันๆ ไม่ทำของใส่ถุง อะไรทำนองนี้

แต่น้ำเสียงทั้งตะคอกและตวาด ผมมาขอกินฟรีหรือ ลูกค้าเยอะมากไม่ทัน ก็บอกกันดีๆก็ได้ครับ อย่าทำกันอย่างนี้ได้ไหม ทั้งคำพูด สีหน้า แววตา ผมไปรบกวนมากเลยหรือ ไปสร้างความเดือดร้อนให้หรือครับ หากจะไม่ขายลูกค้านอกก็ทำป้ายบอกให้เห็นชัดๆ จะได้ไม่ไปรบกวน เสียความรู้สึกมากครับ


โดย.. vnukul 118.174.60.130   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

3 ม.ค.2554  เวลา 13:33 น.
โดย.. สิตา 113.53.121.98  
อยากรู้จังเลยว่าเป็นร้านอะไร เราจะได้ไม่ต้องไปอุดหนุน

 ความคิดเห็นที่ 2

3 ม.ค.2554  เวลา 14:54 น.
โดย.. worn 61.19.67.88  

ร้านไรครับ บอกชื่อ อักษรย่อก็ได้

เราไม่ได้อ้างชื่อ ไม่เสียหายหรอกครับ

หรือเค้าเข้ามาอ่าน จะได้ปรับปรุง


 ความคิดเห็นที่ 3

3 ม.ค.2554  เวลา 17:49 น.
โดย.. พันแสง 117.47.211.177  

เอ้า..ร้านใหนคิดว่าดังแล้วลูกค้าเยอะกรุณาปรับปรุงคำพูดเสียใหม่นะครับ เพราะหนึ่งปีคุณก็รับลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่เดือน แต่คนในพื้นที่แค่กินอาทิตย์ละครั้งคุณก็กำไรแล้ว


 ความคิดเห็นที่ 4

3 ม.ค.2554  เวลา 20:31 น.
โดย.. vnukul 182.53.188.243  
ผมไปซื้อตอนเช้าร้านระแวกสามแยกหมี(ตรงไปหรือปล่าวนี่ แล้วผมจะโดนฟ้องหรือปล่าว)บอกแค่นี้ก็รู้ๆกันแล้วคร้าบ

 ความคิดเห็นที่ 5

3 ม.ค.2554  เวลา 20:35 น.
โดย.. vnukul 182.53.188.243  
ปล.แค่คนที่ประจำอยู่ที่หมี่ครับ ส่วนพนักงานท่านอื่นๆบริการดีครับถึงแม้จะรีบๆก็เถอะ เข้าใจครับรู้ค้าเยอะไม่ว่ากันครับคนอื่น บริการดีครับ

 ความคิดเห็นที่ 6

3 ม.ค.2554  เวลา 20:39 น.
โดย.. vnukul 182.53.188.243  
อีกทีครับยังไงก็ไปอุดหนุนกันเถอะครับ ร้านคนบ้านเราเองถึงแม้จะมีแค่คนๆเดียวชอบอารมณ์เสีย เราก็สั่งอย่างอื่นมาทานกันก็ได้ครับ ยังมีพนักงานอีกหลายคนเต็มใจบริการ ผมอาจดวงไม่ดีไปเจอพี่เค้าด่านแรก

 ความคิดเห็นที่ 7

5 ม.ค.2554  เวลา 17:08 น.
โดย.. worn 61.19.67.127  
เค้ากลัวลูกจ้างจำสูตรเค้ามั้งคุณ

 ความคิดเห็นที่ 8

12 ม.ค.2554  เวลา 07:48 น.
โดย.. ธรรม 182.52.212.220  

ขอแสดงความเห็นแย้ง ความเห็นที่ 7 ครับ  หากคุณเคยดูหนังเกาหลี หรือหนังจีน ที่เกี่ยวกับการปรุงอาหาร คุณจะรู้ว่าการทำอาหารให้อร่อยมันต้องใช้เวลาในการปรุง  เทคนิคในการปรุงที่ว่าจะต้องใส่อะไรก่อนหลัง ต้องใช้ความร้อนขนาดไหน  ฯลฯ  เหล่านี้ล้วนแต่เป็นที่มาของความอร่อยทั้งนั้น   หากทำแค่ลวกแล้วหยิบใส่เหมือนที่คุณคิด แล้วสามารถทำให้อาหารอร่อยจนลูกค้าติดใจได้ ผมว่าใคร ๆ ก็เปิดร้านอาหารได้ครับ  และไม่จำเป็นต้องมีหลักสูตรทำอาหารในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย  คุณเคยได้ยินคำคนโบราณเขาพูดกันไว้ไหมครับ  "  กินอาหารให้อร่อย ต้องใจเย็น ๆ  "  

                 ส่วนที่คุณแสดงความเห็นว่าทำไมงานศพหรืองานแต่งงานมีคนมากันมากมาย  แต่เจ้าภาพยังบริการได้ทัน  ผมว่าคุณเปรียบเทียบผิดแล้วล่ะ  เพราะงานศพก็ดี งานแต่งงานก็ดี  เขาจะจัดเตรียมอาหารเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว สามารถตักใส่ถ้วยใส่จานแล้วไปให้รับประทานได้ทันที                   หากคุณทำอาหารทานเองที่บ้าน  แม้แต่เจียวไข่สักฟองคุณก็ยังต้องรอเลย  ใช่ไหมครับ  


 ความคิดเห็นที่ 9

12 ม.ค.2554  เวลา 08:59 น.
โดย.. Ambii 61.19.70.34  


คห.ที่ 7


1. "แค่ลวกบะหมี่แล้วก็หยิบของอื่นๆใส่ลงไป"

"แค่ลวกบะหมี่" คุณกำลังจำกัดความหมายผิดไปรึเปล่าคะ
การลวกบะหมี่มันไม่ใช่แค่เอาเส้นจุ่มลงไปน้ำร้อนและยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำเท่านั้น แต่คนปรุงก็ต้องตรวจสอบและว่าเส้นสุกพร้อมสำหรับปรุงในขั้นตอนต่อไป
ขนาดมาม่ายังต้องรอตั้ง3นาที นับประสาอะไรกับเส้นบะหมี่สดตามบ้านเราล่ะคะ


2. "ลูกจ้างมีไม่เพียงพอและไม่มีความชำนาญพอที่จะรับมือกับลูกค้าจำนวนมาก บางครั้งสถานที่คับแคบ เจ้าของร้านดูไม่ทั่วถึง"

อันนี้ขอสนับสนุนความคิดเห็นนะคะ แต่....คุณต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าคุณเลือกมารอกินเพราะอะไร
ทั้งๆที่บ้านเราตอนนี้มีตัวเลือกที่ first impression หรือความประทับใจในครั้งแรกอย่างที่คุณคาดหวังอยู่ตั้งมากมาย?
ถ้าเป็นดิฉัน....ดิฉันคงตอบว่าเพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ และนี่แหละคือจุดขายของร้านเล็กๆ แคบๆ ลูกจ้างน้อยๆอย่างที่คุณกล่าวถึง
อีกทั้งปัญหาหลักสำหรับร้านอาหารในบ้านเรานั่นคือปัญหาพนักงานมีไม่เพียงพอ เนื่องมาจากไม่มีคนมาสมัครหรือสามวันทำสี่วันลา ซึ่งเป็นปัญหาโลกแตกไปเสียแล้ว
และในทางกลับกันหากทางร้านมีการปรับปรุงระบบใหม่ด้วยการเพิ่มจำนวนพนักงานตั้งแต่ตำแหน่งต้อนรับ เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับทางร้าน
ในทางเศรษฐศาสตร์เมื่อต้นทุนเพิ่ม ราคาต่อหน่วยก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หรือคุณจะยอมแลกกับความสะดวกสบายด้วยการจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ในขณะที่บะหมี่หนึ่งห่อกลับได้ปริมาณเท่าเดิมล่ะคะ


 ความคิดเห็นที่ 10

12 ม.ค.2554  เวลา 14:25 น.
โดย.. ไท 118.173.135.204  

ตรัง "เมืองแห่งการกิน" .. คนบ้านเราเรื่อง "กิน" เรื่องใหญ่จริงๆ .. ภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของ ตรัง ก็ขึ้นชื่อ ทางด้าน

อาหาร ก็ เรื่อง "กิน" อีกนั่นแหล่ะ .. เออ .. เราน่าจะเอา "วัฒนธรรมแห่งการกิน" มาเป็นตัวโฆษณาหลัก ทางการท่องเที่ยว สำ

หรับ ตรัง เลยดีไม๊ .. "การกิน" น่ามีเรื่องของ ฤดูกาล เข้ามาเกี่ยวข้องไม่มากนัก นักท่องเที่ยว ก็ "กิน" ได้ทั้งปี .. รายได้น่าเข้ามา

สู่ตรังมากขึ้น .. ก็พยายามมอง ให้เป็นมุมบวก ..


 ความคิดเห็นที่ 11

12 ม.ค.2554  เวลา 20:55 น.
โดย.. อืม 223.205.80.35  
ผมว่าถ้าอยากไปกินแบบ service ดีๆ คงต้องไปกินที่โรงแรม มั่งคับ คนไทยส่วนมากที่มาทำงานเสริฟ์ ตามร้านทั่วไปคงไม่ได้เรีบนการโรงแรมมามั่งคับ อีกอย่าง แม่ค้าพ่อค้าก็คิดว่าเค้าขายอาหารธรรมดาคงไม่ต้องมี service อะไรให้มากมายก็มีคนมากินอยู่แล้วมั่งคับ แล้วไม่ได้มีการ train ส่วนลูกน้องก็คิดว่า วิ่ง 1 รอบได้ 150 วิ่ง 3 รอบก็ได้แค่ 150 แล้วตรูจะเหนื่อยไปทำไม จบข่าว

 ความคิดเห็นที่ 12

13 ม.ค.2554  เวลา 10:24 น.
โดย.. เดฟ 94.192.247.4  
ก้อ่านมาหลายควห.แล้ว ก็ขอแสดงความคิดเห็นสักหน่อยนะครับ คนอื่นๆ อาจจะเห็นขัดแย้งแต่ผมเห็นด้วยกับความเห็นของคุณ sushi-oji นะครับ การทำร้านอาหารหรือการบริการด้านร้านอาหารเนีย คนเป็นเจ้าของต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งนะครับ เพราะว่าลูกค้าทีมาซื่้อของๆ เรานั้นคือคนที่จะทำให้เราอยู่ได้ในธุรกิจด้านนี้ ร้านของคุณจะเล็ก ใหญ่ เ็ป็นโรงแรม หรือ ร้านอาหารธรรมดา ไม่สำคัญครับ สำคัญที่ว่าเจ้าของร้านหรือผจก.ร้าน ทำหน้าืีที่ผู้ให้บริการทีีดีรียังครับ ก็คือ First Impresision กับลูกค้าไหมในการที่ีลูกค้ามาซืื้อของ คุณอย่าตอบนะครับว่า ร้านเล็กๆ ไม่ต้องทำหรอก อะไรกันหนักหนา ของพวกนี้ต้องเป็นโรงแรมหรือร้านใหญ่โนน้ ถ้าคุณคิดแบบนี้สักวันหนึ่งคุณจะรู้สึกครับ การพูดการจากับลูกค้า การทักทายถามทุกข์สุขกับยิ้มกับลูกค้าเสมอๆ นี้คือเล็กๆน้อยๆ ครับที่ลูกค้าชอบ คุณทำได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื่้อครับ และทุกๆร้านก็ควรจะทำครับ แม้ว่าเราจะเหนื่อย(จะขาดใจก็ตาม) ก้ต้องปั้นหน้ายิ้มแลทักทายกับลูกค้าเสมอครับ ผมมีลูกน้องครับ ผมบอกเค้าเสมอว่า วันนี้แม้ว่าคุณจะทะเลาะกับแฟนมา หรือว่าคุณเบียแชร์ไม่ได้หรืออะไรก็ตาม เมื่อคุณเข้ามาทำงานเปลียนยูนิฟอร์มเป้นพนง.การบริการแล้ว คุณห้ามเอาเรืองพวกนี้มาปนกับงานเด็ดขาด คุณต้องตีบทให้แตกว่าตอนนี้คุณแสดงเป็นบทอะไรอยู่ บ่นซะยาวเลย ก็คงแค่นี้ละครับ

 ความคิดเห็นที่ 13

13 ม.ค.2554  เวลา 10:53 น.
โดย.. yama 180.183.217.109  
@seaman เอาเวลาย้ายสัญชาติ ไปอยุฮ่องกง เลยดีกว่ามั้ง 55555

 ความคิดเห็นที่ 14

13 ม.ค.2554  เวลา 15:54 น.
โดย.. yama 180.183.217.96  
โฮ๊ๆๆ เครียดๆๆๆ

 ความคิดเห็นที่ 15

13 ม.ค.2554  เวลา 16:38 น.
โดย.. worn 61.19.67.97  

555



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน