ท่านคิดอย่างไรกับการจอดรถของคนบ้านเรา


  1 2    หน้าถัดไป >


เรียนท่านสมาชิกทุกท่าน เราลองมาแสดงความคิดเห็นเล็กๆ กันดีกว่าว่า ท่านๆ คิดอย่างไรกันบ้างกับการจอดรถริมถนนของคนเมืองตรังบ้านเรา  และท่านคิดว่าเราควรแก้ไขกันอย่างไรดี ???

โดย.. คนบ้านเรา 124.157.249.206   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

29 ธ.ค.2553  เวลา 14:29 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.58.8  

คิดถึงเรื่องจอดรถแล้ว พูดได้ว่า เมืองตรัง เป็นเมืองเถื่อนดิบ กันเลยก็ว่าได้นะครับ
ดูกันง่ายๆบริเวณถนนวิเศษกุลตั้งแต่แยกหอนาฬิกา มาจนถึงแยกโกกุน(ใจกลางเมืองแท้ๆ)

ไม่รู้เอาแนวคิดจะเอาใจความสะดวกสบายคนจอดรถมาจากไหนถึงให้จอดได้แบบ ตัวรถต้องไม่ขนานกับขอบทาง
ปกติแล้วทั่วไปจะบังคับให้จอดรถขนานและชิดขอบทางไม่เกิน 20 เซนติเมตร(แต่เกือบไม่มีในตรังที่ทำกัน)
กลายเป็นใช้ผิวถนนหมดไปอย่างสิ้นเปลือง และทำให้เกิดอันตรายตามหลังมาอย่างมากมาย
บริเวณใกล้ทางแยกก็สามารถจอดรถยนต์ยื่นท้ายรถออกมานอกถนนได้(ร้านค้าใกล้ทางแยก)
ได้อย่างสบายใจ และเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆที่ส่งผลทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ถนนทุกคนที่ต้องการเลี้ยวซ้าย
เข้าถนนราชดำเนิน ก็เห็นรถเก๋ง รถปิคอัพ จอดแบบทะยง ยื่นท้ายรถออกมากันไม่รู้สึกว่า กำลัง
เห็นแก่ตัวหรือเปล่า ขวางพื้นที่ถนนเกะกะมากจนเกินพอดีแต่อย่างใดหรือไม่
เพราะปกติแล้วจะเลี้ยวซ้ายจะต้องเปลี่ยนช่องจราจร
ก่อนเลี้ยวเป็นระยะทางประมาณ 30 เมตร(ถ้าผมจำไม่ผิด) ฉะนั้นจะต้องเว้นไม่ให้จอดรถขวางช่องจราจรเพื่อเลี้ยวด้วย
แต่ในเมืองตรังทำอย่างนั้นเกือบจะไม่ได้เลยมีรถจอดขวางทางก่อนเลี้ยว

การจอดรถแบบทแยงนั่นน่าจะเหมาะกับการจอดในลานจอดรถมากกว่า มิใช่จอดบนถนนทั่วๆไปซึ่ง
มีรถมากมายสัญจรผ่าน เพราะจะเกิดการกีดขวางการจราจร ขณะจอด กำลังจะจอด และขณะถอยรถ
ออก เพราะใช้พื้นที่มากกว่า จอดรถแบบขนาดชิดขอบทาง

แต่ก็เห็นทำกันได้ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบก็ช่างคิดได้ ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ปลอดภัย ไม่ควรทำ ก็เห็นมีป้ายไวนิล แปะ
บนแผงเหล็กนำมาวางบอกว่า ให้จอดรถทแยงมุมกับขอบทางได้ สงสัยว่า ไปเรียนด้านวิศวกรรมจราจร มาจาก
สถาบันไหน น่าอับอายขายหน้าเหลือประมาณครับ (ถ้ารู้จักคิด)

บนถนนห้วยยอดก็เห็นกันครับ หน้าร้านไข่ทองติ่มซำ ทั้งฝั่งตรงข้าม คือหน้าร้าน แต้โอเลี้ยง ก็เช่นกัน จอดทแยง
มุมกับขอบทางเช่นกัน ท้ายรถยื่นยาวออกมาเกือบถึงช่องจราจรที่ 2 ก็เห็นกันว่าทำมานานไม่เคยมีจิตสำนึก
หรืออับอายว่าทำไม่ถูกต้อง แล้วเปลี่ยนพฤติกรรมแต่อย่างใดเลยครับ

ส่วนกรณีจอดซ้อนคัน ซ้อน 2 ซ้อน 3 ก็เห็นบ่อยครับ อันนั้น ก็ไม่เคยเห็นถูกปรับจริงๆสักที ครับ
ส่วนใหญ่จะโดนเตือนเสอม ตำรวจจราจรท่านใจดี จนคนตรังขาดวินัย และทำตามใจตนเอง ไม่สนใจกฏหมายกันแล้วครับ

ไม่รู้จะแนะนำให้คนตรังหรือตำรวจจราจร หรือหน่วยงานใดมาคิดแก้ครับ เพราะเมืองตรังกลางตลาดเล็กมากเห็นกันอยู่ชัดเจน
แต่ก็กระทำแบบเถื่อนๆ กันต่อไปทุกคืนทุกวัน ก็คงจะเสื่อมกันไปทั่วหน้าหละครับผม คิดในแง่ดีคือ จริยธรรมและคุณธรรม
เสมอกัน ไม่มีใครเห็นว่าใครกระทำไม่ดี ทุกอย่างปกติ เพราะคนตรังส่วนน้อยทำความเดือดร้อนแก่คนส่วนใหญ่ แต่
ก็สามารถทำได้ทุกครั้งครับ ใครเคยเห็นจิตสำนึกจะเกิดมาเองโดยไม่โดนเสียค่าปรับหรือเปล่าครับ สงสัยอีกนานครับ จังหวัดตรัง
คนทำตามใจตนเองเสียจนเคยชินแล้วกระมังครับผม


 ความคิดเห็นที่ 2

29 ธ.ค.2553  เวลา 21:00 น.
โดย.. sushi-oji 180.180.229.154  
แล้วจะแก้ไขยังไงละครับ. ทุกคนก็เข้ามาบ่น บอกยังโน้น อย่างนี้ แล้วจะทำยังไง เดี๋ยวให้ลูกนอนหลับจะมาเสนอแนวทางให้

 ความคิดเห็นที่ 3

29 ธ.ค.2553  เวลา 21:54 น.
โดย.. sushi-oji 180.180.229.154  
คนตรังนั้นยังติดนิสัยแบบดั้งเดิมก็คือสมัยก่อนรถยังน้อยการจะจอดก็จอดถามใจตัวเอง สมัยก่อนรถมันน้อยก็เลยไม่มีปัญหา แต่ยุคสมัยมันก็เปลี่ยนเมืองขยายตัวเร็วรถราก็มากขึ้น แต่นิสัยคนตรังไม่ได้ขยายตาม ดังนั้นมันจึงเป็นแบบนี้ที่เราเห็นกัน การจอดรถบนถนนวิเศษกุลยาวไปจนถึงสี่แยกโกคุ้นนั้นเขาจอดแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตำรวจจราจรที่อยู่บริเวณนั้นก็ไม่ได้ว่าและห้ามจะมีก็แต่พวกที่จอดรถซ้อนคันซึ่งผู้ที่มีหน้าที่จริงๆก็คือคุณตำรวจจราจรถ้าคุณเข้วงวดจริงๆก็ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะคุณก็อยู่บริเวณนั้นตลอดแต่คุณไม่เคยสนใจ ไม่ต้องจับปรับหรอกครับแค่คุณเป่านกหวีดไล่และตักเตือนก็น่าจะเพียงพอถ้ายังหน้าด้านก็ต้องจับปรับแล้วละครับ ผมว่างานนี้คนที่มีหน้าที่จริงๆมี3ฝ่าย 1. ตำรวจจราจร. ถ้าเอาใจใส่จริงๆ คงจะไม่มีใครเขากล้าจอดหรอกครับ 2. เทศบาลนครตรัง ถ้าไม่จัดงานแถบที่รถติดบ่อยๆไม่น่าจะมีรถติดมากขนาดนี้ 3. พวกเราทุกคน. ถ้าคุณเคารพกฏจราจรปัญหาแบบนี้ก็คงไม่เกิดและเป็นpointที่สำคัญที่สุด

 ความคิดเห็นที่ 4

30 ธ.ค.2553  เวลา 00:59 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.58.8  

ผมคิดว่า ทั้งผู้บังคับใช้กฏหมายและ ผู้กระทำผิด ก็พอๆกันครับ คนหนึ่งนิ่งเฉยมองข้ามไม่รักษาความถูกต้องไม่รักษาให้กติกาของส่วนรวมให้เป็นจริง อีก ฝ่ายกระทำผิดสารพัดจนคิดว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ผิด ไม่ต้องเกรงกลัว หรือละอายใจแต่อย่างใด

ฉะนั้นเรื่องความรับผิดชอบแบ่งเป็น 2 ฝ่ายครับ
คือ ฝ่ายบังคับใช้กฏหมายให้กฏเป็นกฏ มิใช่แต่เพียงตัวหนังสือ นั่นคือ ตำรวจซึ่งมีหน้าที่ดูแลการจราจรในตรัง ระดับบนสุดนั่นหละครับ (ไม่ทราบว่าท่านใด)

ฝ่ายผู้ต้องเคารพกฏหมายและใช้ถนนอย่างถูกต้อง คือ ประชาชนผู้แสนจะทำตัวสร้างปัญหาและคิดว่า บ้านเมืองนี้ไม่มีกฏหมาย

ทั้งสองฝ่าย ประชาชนอย่างเราๆท่านๆไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เลยครับ ฉะนั้นอย่างดีที่สุด มีญาติมีมิตร ถ้ากล้าอ้าปากดุด่าว่ากล่าว ตักเตือน ก็ช่วยกันพูดและทำให้ดูเป็นตัวอย่างที่ดีให้จงหนัก

ทุกวันนี้ผมจะบีบแตร่เตือน ผู้กระทำผิดกฏจราจร ก็ไม่ค่อยจะกล้าครับ กลัวได้รับลูกตะกั่วเป็นคำตอบ

ก็เลยได้แต่บ่นกับคนซ่อนท้ายไปตามประสา เฉียดตายเฉียดถูกชนก็หลายครั้ง รอดมาได้ทุกวันผ่านไปนี้ รู้สึกบุญเหลือจริงๆครับผม


 ความคิดเห็นที่ 5

30 ธ.ค.2553  เวลา 01:13 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.58.8  

ตัวอย่างถ้าจะทำจริงทำจัง นั่นทำได้หมดหละครับ ตำรวจไทย

ล่าสุดเห็นกวาดล้างยาเสพติดกันทั้งประเทศ เดือนเดียวจับไปมากมาย ได้ยินข่าวว่า ตรังเค้าก็ทราบว่าใครต้องสงสัยมีเครือข่าย
ยาเสพติดบ้าง มีจำนวนไม่น้อย

ถ้าหันมาจัดการวินัยจราจรจริงๆ นอกจากจัดงาน 7 วันใน 1 ปีทุกปีก แล้วเลิกคงจะดีไม่น้อย งานรณรงค์วินัยจราจรไม่ต้องจัด
ก็ไม่มีใครเค้าว่าครับ เอางบจัดงานไปอัดฉีดเบี้ยเลี้ยงตำรวจจราจร ให้ตาสว่าง มองเห็นและจัดการจริงสักทีก็ดีไม่น้อยนะครับ

ส่วนด้านประชาชนคนไทย ต้องเอาไม่แข็ง และไม่อึดอัดมาจัดการครับ คือ ปรับให้จริงๆ และบังคับให้ไปเข้าอบรมทุกครั้งที่โดน
ใบสั่ง ครั้งละ 2-3 ชั่วโมงมิฉะนั้นมิให้คืนใบอนุญาตขับขี่ ผมว่า ใบสั่งอาจมีคนไม่กลัวครับ แต่ให้ไปนั่งดู VDO อบรมวินัยจราจร ครั้งละ 2-3 ชั่วโมงน่าจะทำให้กลัวมากกว่านะครับ เห็นภูเก็ตทำกับเรื่องหมวกนิรภัยมาแล้วได้ผลดีนะครับ น่าจะเอาอย่างมาใช้บ้าง ไม่น่าจะกลัว ไม่น่าอาย ทำดีก็เอาอย่างมาทำตาม แต่ทำสิ่งไม่ดีก็ไม่ต้องจำมาใช้

ผมว่า ดีไม่น้อยนะครับ ผู้ไม่รู้จักวินัย เกลียดที่สุดคือ ต้องถูกจำกัดอิสระภาพ นั่งนิ่งดู VDO อบรมใหม่ทุกครั้ง คงจะลดบรรดา
ประชาชนเห็นแก่ตัว มักง่าย มักสะดวกได้ไม่น้อยนะครับผม


 ความคิดเห็นที่ 6

30 ธ.ค.2553  เวลา 08:04 น.
โดย.. J 1.47.150.79  
  หน้าสิริบรรณ หรือหน้า 7-Eleven ทุกที่ด้วย จอดรถยนต์ซ้อนคันกันบ่อยมาก บางทีก็จอดกันกลางถนน เล่นกันง่ายๆแบบนี้เลย อยากจะให้จราจรกวดขันตรวจจับเพื่อสร้างให้ทุกคนได้มีวินัย อย่าดีแต่ดักจับหมวกกันน๊อคและใบขับขี่รถมอเตอไซด์เลย

 ความคิดเห็นที่ 7

30 ธ.ค.2553  เวลา 11:51 น.
โดย.. sushi-oji 118.173.127.167  
ผมว่าที่เรามาแสดงความคิดเห็นกันนั้น เรามาสัญญากันในกระทู้นี้กันดีกว่าว่าเราจะไม่ทำผิดกฏจราจร เราจะไม่จอดซ้อนคันไม่ว่าที่ไหน ผมว่าถ้าในเวปตรังโซนปีหนึ่งมีคนเข้ามาดูกี่คน แล้วเราสัญญากัน ผมว่าน่าจะดีขึ้นนะครับ แล้วลูกๆหลานๆที่ไม่ได้ขับรถก็สามารถที่จะบอกต่อกันไปเมื่อเห็นคนใกล้เคียงทำผิดกฏจราจร ผมว่าน่าจะดีขึ้นนะครับ. หรือใครมีวิธีที่ดีกว่าก็เสนอมาเลยครับให้สมกับที่จกท.เขาตั้งกระทู้ขึ้นมา

 ความคิดเห็นที่ 8

30 ธ.ค.2553  เวลา 12:41 น.
โดย.. worn 61.19.67.21  
หน้าตลาดกองทุนซิครับ รถใหญ่จอดคันซ้อนคัน เห็นจะจะ ลองแวะไปดูซิครับ ตรงบริเวณทางโค้งซะด้วย คงมีชนท้ายเข้าซักวันแหละครับ จอดน่าเกลียดมาก

 ความคิดเห็นที่ 9

30 ธ.ค.2553  เวลา 12:52 น.
โดย.. vnukul 203.113.0.206  
ก็อยากให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลควบคุมการจอดรถเป็นพื้นที่ไป แล้วเก็บค่าจอดเหมือนหาดใหญ่ ให้เทศบาลบริหารหรือให้เอกชนประมูลก็ได้ การจอดก็น่าจะมีระเบียบขึ้น แล้วรายได้ไปสร้างถนนอีก เอ้ยๆขออภัยครับ ไม่สร้างถนน เอาไปทำอะไรดีน่ะตอนนี้ยังคิดไม่ออก แต่อยากให้เอาไปใช้เพื่อประโยชน์ของชาวเมืองตรังและผู้ที่เข้ามาในเมืองตรังน่ะครับ

 ความคิดเห็นที่ 10

30 ธ.ค.2553  เวลา 16:00 น.
โดย.. ช้างเผือก 124.157.160.131  

ผมสัญญาได้เต็มปากเต็มคำและด้วยการกระทำคนหนึ่งหละครับผม เพราะผมเคร่งครัดเรื่อง วินัยจราจร ของตัวเองมาโดยตลอดครับ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่เห็นการกระทำละเมิดกฏหมายเป็นเรื่องขวางตา
เป็นประจำ ขวางตาก็ยังพอทำใจในบางโอกาสแกล้งไม่เห็นได้บ้างนะครับ แต่ขวางทางจนเกือบจะทำให้ต้องเบี่ยงออกมา
อีกช่องจราจร อันนี้ รู้สึกว่ากำลังถูกทำให้ชีวิตไม่ปลอดภัยอย่างยิ่งครับ

โดยเฉพาะจอดซ้อนคัน หน้า 7-Eleven บนถนนรัษฎาฝั่งสนามกีฬา และ 7-Eleven หน้าโรงเรียนสภาราชินี 1 (ถนนวิเศษกุล) อีกที่ซึ่งพบบ่อยที่สุดคือ บริเวณหน้าร้าน ริชชี่ บนถนนรัษฎาครับ จะเรียกว่า หน้าทนหน้าหนาก็ไม่ผิดนักครับ
แต่ที่เค้ากล้าทำผิดก็เพราะว่า ทำผิดแล้วไม่ทำให้ตัวเค้าเองเดือดร้อนนั่นเองครับผม ส่วนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือไม่
ผู้กระทำผิดเหล่านี้ไม่เคยคิดแน่นอนครับ แม้แต่ญาติมิตรของผู้จอดรถซ้อนคันซึ่งเพิ่งลงจากรถคันนั้นเองก็ไม่ได้สำนึกผิดแต่อย่างใด แม้แต่น้อยนิด กลับชื่นชอบเพราะได้ความสะดวกสบาย จอดหน้าร้านไม่ต้องเดินไกล

นิสัยรักสะดวกเป็นชีวิตของคนตรัง นี่หนักมากๆครับ เดินหน่อยเป็นไม่ได้ จะเป็นจะตายกันเลยก็ว่าได้ สังเกตว่า ต้องจอดหน้าร้าน
7-Eleven ให้จงได้ มิฉะนั้นจะรู้สึกว่า ลำบากเหลือจะทนได้(ไม่ทุกคนนะครับ)

ก็ช่วยๆกันครับ เตือนญาติเตือนคนที่เตือนได้ ครับเพราะบางคนไปเตือนเค้าอายุมาก ถึงเป็นคนรู้จักกันดีก็ไม่เชื่อไม่ฟังเราหรอกครับ เพราะว่า เราๆท่านๆไม่ใช่เป็นตำรวจสักคน ก็ได้แต่ช่วยสังคมตามกำลังความสามารถกันต่อไปครับผม


 ความคิดเห็นที่ 11

30 ธ.ค.2553  เวลา 22:27 น.
โดย.. ไท 118.173.31.151  

การจราจรบ้านเราปัจจุบัน .. คับคั่งมากขึ้น ยิ่งในช่วงเวลาเร่งด่วน .. ส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะขับรถยนต์มาส่งบุตรหลาน และต้อง

หาที่จอดรถให้ใกล้โรงเรียนมากที่สุด !!! .. การจอดรถซ้อนคัน รถติดก็เกิดขึ้น .. หากมองย้อนอดีตสมัยเรายังเป็นนักเรียน ชั้นประ

ถม ชั้นมัธยม .. วันนั้น เราเดินไปโรงเรียนกันน่ะ .. หยอกล้อกันสนุกสนาน กว่าจะถึงโรงเรียน .. สมัยนั้นเรามีเพื่อนเยอะมากทั้งวัย

เดียวกัน ต่างวัยกัน .. วันนี้สถานะการณ์ทางเศรษฐกิจ และสังคมเปลี่ยนไป ประชากรมีฐานะดีขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมาก

แต่ จะเป็นสังคม "โดดเดี่ยว" มากยิ่งขึ้น .. น่าจะเป็น "ธรรมชาติ" ของมนุษย์ ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานะการณ์ .. วันนี้ การ

เดินไปโรงเรียน อาจ "อันตรายยิ่ง" .. อนาคต คาดว่า หากมีปริมาณยานพาหนะ มากขึ้นมากกว่านี้ .. การจราจรติดขัดมากกว่านี้

เชื่อว่า สังคม อาจต้องกลับมา "เดิน" อีกก็เป็นได้ เพราะการเดินต่อไปอาจเร็วกว่า คล่องตัวกว่าใช้ยานพาหนะ .. นั่นหมายถึงเรา

ต้องช่วยกัน "เร่ง" ปฏิกริยา เพิ่มปริมาณการจราจรให้มากขึ้น สร้างพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนน ให้รถติดให้เกิดขึ้นอย่าง

รุนแรง .. เมื่อถึงวันนั่น . สังคมอาจสำนึกได้เองโดยธรรมชาติ .. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในเชิงบวกอาจเกิดขึ้นเองโดยอัต

โนมัติ ..


 ความคิดเห็นที่ 12

31 ธ.ค.2553  เวลา 10:40 น.
โดย.. นายจัดจ้าน 118.173.129.30  

เลิกตั้งด่านจับหมวก แล้วไปเข้มงวดกับระเบียบวินัย ท่านเชื่อหรือไม่ คนตรังจอดติดไฟแดงไม่เป็น จอดเลยเส้นจอด ไปจอดบนทางม้าลาย หรือไม่ก็ไปเอาเกือบกลางแยก ขับรถไม่รู้กฎ ไฟเลี้ยวไม่เปิด ไฟจะแดงก็ไม่จอด ยังไม่ทันเขียวดันออก และอื่นๆอีกมาก

แต่ท่านจราจรเห็นว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สมควรจับ หรือตักเตือน ทั้งๆที่มันอาจททำอันตรายต่อคนใช้ถนนรายอื่นๆ

ท่านเห็นว่าการจับหมวก สำคัญที่สู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

ป.ล. เห็นมากับตาหลายเดือนก่อน 3แยกหมอวิทย์ ตำรวจตั้งด่านรถค่อนข้างเยอะ ไฟแดงผ่านไปเกือย10วิเเล้ว รถยนต์ฝ่าไฟแดงมาอย่างช้าๆ ผ่านหน้าท่านจราจรไป ท่านยืนมองเฉย เเล้วก็ออกไปเป่า หมวกกันต่อ  55555555+++++


 ความคิดเห็นที่ 13

1 ม.ค.2554  เวลา 18:43 น.
โดย.. พันแสง 223.207.186.238  

จำได้ว่ามีคนเสนอให้ลงรูปประจานคันที่ทำผิดกฏจราจร แต่ไม่ทราบทำไมเงียบไป ซึ่งผมก็เห็นว่ามันเป็นความคิดที่ดี เพราะพูดกันมาก็นานเต็มทีแล้วแต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เห็นแต่วิธีนี้แหละ


 ความคิดเห็นที่ 14

1 ม.ค.2554  เวลา 22:40 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.60.52  

ผมก็เคยคิดจะทำแบบท่าน พันแสง (Aurelia)  ความคิดเห็นที่ 13 คิดนะครับ แต่ไม่ได้พกกล้องไปสักที

จะสามารถถ่ายได้คงระวังกันสักนิดครับ เพราะคนทำผิดส่วนใหญ่ลุแก่อำนาจ ลุแก่โทษะได้ไม่ยากครับ
ประกอบกับกลุ่มคนมักง่ายเหล่านั้นมักจะคิดว่า เค้าทำอะไรก็ได้ไม่ผิด ไม่ใช่ตำรวจอย่ามายุ่ง ไม่งั้นมีเรื่อง

  ผู้จอดรถซึ่งกระทำมักง่ายจอดซ้อนคัน จอดช่องจราจรที่ 2 ไม่เห็นผู้ถ่ายรูป หรือผู้ต้องการถ่าย ต้องถ่ายฝั่งตรงกันข้าม อย่าไปถ่ายแบบประชิดตัว คนสมัยนี้ไม่เคยสำนึกหรอกครับว่า กำลังกระทำผิดอะไรไว้ รู้แต่ตัวเองถูกเสมอ ยกเว้นเจอตำรวจ  ถ้าเค้าเห็นมีคนเห็นจะไม่ค่อยปลอดภัยแน่ครับสมัยนี้ รถยนต์เกือบทุกคัน(สงสัยว่ามี อาวุธอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ครับ เพราะมีเหตุทะเลาะเมื่อใด เสียงปืนตามมาบ่อยเหลือเกิน
ครับ ตรังนี้เมืองเถื่อนพอสมควรเลยก็ว่าได้ครับ ได้ยินเสียงปืนกลางดึก หลังสถานบันเทิงเลิกเป็นว่าเล่น

เอาเป็นว่า ต้องหาวิธีซึ่งปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ คนดีต้องกล้าทำดี แต่ก็ต้องกล้าอย่างรอบคอบครับ ไม่เช่นนั้น อาจจะเจอ
คนพาลทำให้คนดีไม่อยากกล้าทำดีก็ได้ครับ เพราะว่าเมืองตรังก็เถื่อนไประดับที่เกินรับได้ไปแล้วจริงๆครับ


 ความคิดเห็นที่ 15

2 ม.ค.2554  เวลา 10:54 น.
โดย.. นายจัดจ้าน 118.173.133.210  

อย่างน้อย จ.ตรัง ก็แก้ปัญหาที่ เมืองใหญ่ๆแก้ไม่ได้ อย่างปัญหาไม่มีที่จอดรถได้นะครับ

ตามเมืองใหญ่ๆ เวลาไม่มีที่จอด ต้องจอดรถไกลมากกกกกกกก แล้วเดินเอา หรือไม่ก็ใช้วิธี ส่งแล้วค่อยวนมารับ

แต่ที่ตรังไม่มีปัญหานี้เพราะ จอดได้ทุกที่ครับบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

แบบนี้ ต่อให้ในเมือง มี8 เลน ก็ไม่พอครับ จ้าวววววว นายยยยยยยยยย


 ความคิดเห็นที่ 16

3 ม.ค.2554  เวลา 10:25 น.
โดย.. วี 111.84.235.202  

มาดูที่ย่านตาขาวซิคับ ป้ายห้ามจอด จอดวันคู่ วันคี่ เเต่จอดกันจิง ไม่ดูเลย ยิ่งสายหน้า ร.ร.บ้านย่านตาขาวนะ 2 เลน กลายเป็นเลนเดียวทุกที ยิ่งหน้าลัคกี้วันนะ เเถวๆ 4 เเยกไฟเเดง จอดกันได้จอดกันดี เบื่อมากๆ


 ความคิดเห็นที่ 17

3 ม.ค.2554  เวลา 12:36 น.
โดย.. priaw_seeer 118.173.132.124  
เห็นด้วยอย่าง แรงเรยกะ คห.13 วันหลังถ้าเจอ แบบนั้น จะถ่ายรูปมาประจานเรยทีเดียว ปล.1 เรื่องสัญญาณไฟก้เหมือนกัน จะเลี้ยว จะแซง เปิดกานหน่อยได้มั้ยๆๆๆ เฮ้อ ปล.2 ขับช้าชิด ขวา

 ความคิดเห็นที่ 18

3 ม.ค.2554  เวลา 19:28 น.
โดย.. ธรรม 182.52.213.43  
ที่ผ่านมาแสดงว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่จราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดประสิทธิภาพอย่างมาก ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจราจรผมเห็นด้วยกับการถ่ายรูปมาประจาน แต่ถ้าจะให้ได้ผลมากกว่านั้น ทางตำรวจและขนส่งน่าจะร่วมมือกัน โดยตำรวจจราจรไม่ต้องจับในขณะนั้นก็ได้ เพียงแต่ถ่ายภาพรถคันดังกล่าวไว้ในขณะกระทำผิด (ผมเคยเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรถ่ายภาพรถยนต์ที่จอดบริเวณที่ห้ามจอดหน้าโรงเรียนพรศิริกุล อยู่พักหนึ่งไม่ทราบว่าถ่ายไปทำไม แต่ระยะหลังนี้ไม่เห็นแล้ว ) หรือไม่ก็ติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแยกต่าง ๆ แล้วส่งภาพรถคันที่ทำผิดไปให้เจ้าของรถ แจ้งให้ไปชำระค่าปรับ และประสานไปยังสำนักงานขนส่งให้ขึ้นบัญชีรถที่กระทำความผิดไว้ด้วย เมื่อถึงวันชำระภาษีรถประจำปี หากรถคันไหนยังไม่ชำระค่าปรับก็ไม่ต่อทะเบียนให้ ทำอย่างนี้น่าจะแก้ปัญหาให้เบาบางลงไปได้ ก็ขอฝากท่านผู้มีอำนาจในบ้านในเมืองช่วยพิจารณาด้วย จากความเห็นของผู้ที่ไม่เคยฝ่าฝืนกฎจราจร

 ความคิดเห็นที่ 19

3 ม.ค.2554  เวลา 22:30 น.
โดย.. MaXBlacklist 180.183.216.246  

ซอยตรอกปลาด้วย ที่ฝากรถมีตั้ง2ที่ใหญ่ไม่ไปฝาก

เสือกจอดข้างถนน ทามให้ซอยคับแคบ

บางทีก็รถติด กูละเกลียด พวกรถยนที่จอดรถข้างถนน

เพราะพอจอดแล้วที่มานแคบลง

ทามให้มีปันหา กรุณาเถอะครับ หมาๆทั้งหลายจอดให้เปนที่ด้วย


 ความคิดเห็นที่ 20

4 ม.ค.2554  เวลา 00:38 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.59.65  

ไม่ได้ต้องเจตนาจับผิด ก็พบกับพฤติกรรมเห็นแก่ตัว มักง่าย มักสะดวกจอดรถซ้อนคัน จอดรถในช่องจราจรที่ 2 ได้บ่อยมากคือ
ใกล้กับถนนรื่นรมย์ หน้าร้านริชชี่ หน้า 7-Eleven ทุกสาขา โดยไม่ได้จอดเพียง 1 คันนะครับ
จอดรวดเดียวเลย 3 คันในช่องจราจรที่ 2 ก็คงเพาะคนตรังจำนวนหนึ่ง รักความสบาย รักความมักสะดวก
มักง่าย และเห็นแก่ตัว ไม่สนใจกฏหมาย กติกาใดๆ ขอให้ครอบครัวไม่ต้องเดินไกล ต้องจอดหน้าประตู 7-Eleven กัน
หรือประตูร้านริชชี่กันเลยทีเดียวครับ

ที่กล่าวได้เต็มปากว่าเห็นแก่ตัวเพราะว่า พฤติกรรมเหล่านั้นทำให้ผู้อื่นซึ่งขับขี่ตามมาภายหลัง ต้องเบี่ยง
ออกไปอีกช่องจราจรหนึ่ง ซึ่งคนตรังส่วนใหญ่ก็สุดยอดจะบรรยาย เมื่อจะเบี่ยงหรือเปลี่ยนช่องจราจร
ก็ไม่ได้บอกคนอื่นเลย ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเลย ที่ควรทำคือเปิดสัญญาณไฟท้ายบอกรถคันอื่นตามหลังมา
เป็นระยะห่างพอสมควร เมื่อปลอดภัยจึงเปลี่ยนช่องจราจรได้ แต่ในตรัง เกือบไม่มีเลยที่จะกระทำสิ่งที่ควร

ผมเพิ่งพบสภาพที่น่ากลัวยิ่งหนักเข้าไปอีกคือ อยู่ช่องจราจรที่ 2  ขับตามหลังเค้ามาดีๆ เว้นระยะห่างพอสมควร อยู่เค้าก็ขับช้าลง แล้วก็หยุดเฉยๆเลย
ไม่บอกไม่เปิดไฟท้ายบอกก่อนล่วงหน้าแต่อย่งใดเลย ยังไม่พอใส่เกียร์ถอยหลังอีก เกือบมาชนรถผมเลย
แม้จะบีบแตร่ยาวตั้งแต่เริ่มถอยก็เกือบจะไม่หยุด ผมไม่สามารถเปลี่ยนหรือเบี่ยงไปช่องจราจรอื่นได้
เพราะมีรถคันอื่นกำลังขับตามมาในช่องจราจรถัดไป  ยาวเป็นแถว

เกือบถูกชนไปแล้วครับ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เค้าทำอะไรกันได้แบบนี้จริงๆ



  1 2    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน