นครตรัง ร่วมใจ เทิดไท้องค์ราชัน และร่วมใจลดภัยโลกร้อน ด้วยผ้าป่าขยะ


     นายชาลี กางอิ่ม นายกเทศมนตรีนครตรัง เปิดเผยว่า เทศบาลนครตรังได้จัดกิจกรรม“นครตรังร่วมใจ เทิดไท้องค์ราชัน และร่วมใจลดภัยโลกร้อน ด้วยผ้าป่าขยะ” ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2553 ระหว่างเวลา 07.30 – 24.00 น. ณ ถนนวิเศษกุล บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครตรัง โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลและพนักงานเทศบาลนครตรัง รวมทั้งประชาชนทุกภาคส่วน เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระราชกรณียกิจ โครงการในพระราชดำริ และการแสดงผลงานของหน่วยงานในสังกัด นอกจากนี้ มีกิจกรรมผ้าป่าขยะลดโลกร้อน พร้อมขบวนแห่ผ้าป่าขยะรอบตลาดเมืองตรัง และการแสดงบนเวทีของนักเรียน ชุมชน และกลุ่มต่าง ๆ มากมาย และร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

     นายกฯ ชาลี กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค. 2553 นับเป็นโอกาส มหามงคลพิเศษยิ่งที่ปวงชนทุกหมู่เหล่า จะได้แสดงความกตัญญูกตเวที  น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นราชสักการะ เทศบาลนครตรังขอเชิญชวนประชาชนประดับธงชาติไทย และธง ภปร. ตามอาคาร บ้านเรือน และสถานที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตั้งแต่  วันที่ 1 – 15 ธ.ค. นี้


ข่าวฝากประชาสัมพันธ์จาก: เทศบาลนครตรัง


โดย.. บก.ตั้ม (tumcyber) ส่งข้อความหลังไมค์ 110.164.217.199   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

14 มี.ค.2554  เวลา 10:49 น.
โดย.. nancy 203.113.97.167  

โครงการเลี้ยงปลาตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

เป้าหมายโครงการ ส่งเสริมเพิ่มทักษะตำรวจด้านอาชีพเสริม จำนวน 106 คน
1. หลักการและเหตุผล
การบริหารจัดการแหล่งน้ำที่เหมาะสมและประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละพื้นที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินโครงการไม่เหมือนกัน จึงดำเนินการปรับและประยุกต์ตามสภาพพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นการพัฒนาทักษะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อนำไปต่อยอดขยายการดำเนินการเพื่อเป็นอาชีพเสริมและเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้านการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
2. วัตถุประสงค์
2.1 สนับสนุนให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการดำเนินโครงการ
2.2 สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. เงื่อนไขของโครงการ
3.1 ต้องมีบ่อที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาขนาดอย่างน้อย 1 งาน
3.2 เงินทุนสมทบที่จะดำเนินการ นอกเหนือจากกรมประมงสนับสนุน
3.3 ข้าราชการตำรวจทุกฝ่ายต้องขยันขันแข็งและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประมง
4. เป้าหมายของโครงการ
4.1 สามารถใช้ประโยชน์ จากแหล่งน้ำคลองข้างบ่อที่มีอยู่ในการเลี้ยงปลาได้ตลอดปี
4.1 สามารถใช้ประโยชน์จากการดำเนินโครงการ ฯ ในการสร้างงานและรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว
5. ผลสัมฤทธิ์ของงานที่คาดหวัง
6. ระยะเวลาดำเนินการ
6.1 ปีงบประมาณ 2550 ( ตั้งแต่เดือน กันยายน 2550 - เมษายน 2551 )
7. แผนการดำเนินงานตามกิจกรร
7.1 ออกคำสั่งแบ่งข้าราชการตำรวจ ออกเป็นกลุ่ม ( ตามสายงาน )
7.2 รับผิดชอบจัดหาและให้อาหารปลา และหาพืชผักตามธรรมชาติ เช่นผักบุ้ง ตามคำสั่งเป็นประจำ พร้อมทั้งดูแลรักษาความสะอาด
7.3 เรียนเชิญเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประมงตรวจให้คำแนะนำการเลี้ยงตามความเหมาะสม
8. พื้นที่ดำเนินการ
8.1 สระน้ำหน้าสถานีตำรวจ พื้นที่ประมาณ 2 งาน
9. งบประมาณการดำเนินการและหน่วยงานสนับสนุน
9.1 ค่าอาหารปลาและพืชผักตามธรรมชาติโดยใช้งบปกติของหน่วย
9.2 ขอรับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจาก สถานีประมงน้ำจืด สุโขทัย
10. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ข้าราชการตำรวจได้รับความรู้ในเรื่องการเลี้ยงปลา อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
2. ข้าราชการตำรวจ สามารถนำไปประกอบอาชีพได้


 ความคิดเห็นที่ 2

14 มี.ค.2554  เวลา 10:50 น.
โดย.. nancy 203.113.97.167  

โครงงานเศรษฐกิจพอเพียงกับเทียนไขไล่ยุง

ที่มาและความสำคัญ
          เศรษฐกิจพอเพียงเป็นโครงการในพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 คำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นสิ่งที่สื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคลว่ามีความเป็นอยู่อย่างเพียงพอไม่ฟุ่มเฟือย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเองและการพึ่งพาธรรมชาติตลอดจนการดำเนินการอย่างลงตัว จากแนวความคิดดังกล่าวทำให้พวกเราได้คิดหาวิธีการที่จะดำเนินตามรอยพระยุคลบาทของในหลวง โดยศึกษาถึงการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงในเรื่องของพืชผักสวนครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันอยู่ในสภาวะวิกฤติ
          ในด้านเศรษฐกิจ การปลูกพืชผักสวนครัวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้อยู่อย่างพอเพียงได้ ในพืชผักสวนครัวประกอบด้วยพืชผักนานาชนิดเช่น ข่า ตะไคร้ มะกรูด มะเขือ กะเพรา แมงลัก โหรพา ยี่หร่า เป็นต้น พืชผักดังกล่าวเป็นพืชที่เป็นประโยชน์ในด้านการประกอบอาหาร และจากการศึกษาเพิ่มเติมเราก็พบว่า พืชผักบางชนิดมีสารบางอย่างที่สามารถไล่แมลง โดยเฉพาะยุง ซึ่งเป็นพาหะนำโรคร้ายที่สามารถคร่าชีวิตของคนได้ นั่นก็คือโรคไข้เลือดออก จึงถือได้ว่าเป็นปัญหาและโรคที่ร้ายแรง แต่เราก็สามารถป้องกันได้โดยการกำจัดตัวพาหะนำโรค นั่นก็คือยุง
         เราจึงได้คิดหาวิธีที่จะกำจัดยุงด้วยวิธีการธรรมชาติและสอดคล้องกับทฤษฎีของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบกับโรงเรียนของพวกเราอยู่ในบริเวณวัดเห็นมีเศษเทียนจากการประกอบพิธีทางศาสนาที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไร เราจึงได้คิดที่จะนำเอาเศษ เทียนเหล่านั้นมาใช้ หล่อ เป็นเทียนโดยได้นำเอาพืชผักสวนครัวสมุนไพรที่สามารถไล่ยุงได้มาผสมลงในการหล่อเทียน เพื่อใช้เป็นเทียนสมุนไพรไล่ยุง
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อศึกษาผักสวนครัวที่สามารถไล่ยุงได้และแมลงได้
2. เพื่อศึกษาการใช้เทียนไขสมุนไพรไล่ยุง
ขั้นตอนในการดำเนินการ
1. ศึกษาเอกสารความรู้เกี่ยวกับเรื่องผักสวนครัวสมุนไพร
2. จัดทำแม่พิมพ์
3. หล่อเทียนตะไคร้หอม ใบมะกรูด ข่า
4. สรุปผลการทดลองใช้
สรุป อภิปรายผล
        จากผลการศึกษาค้นคว้าความรู้เกี่ยวผักสวนครัวสมุนไพร เราก็พบว่าพืชผักที่สามารถไล่ยุงได้ มีตะไคร้หอม มะกรูด และ ข่า เมื่อเราศึกษาเกี่ยวกับเรื่องรูปทรงเรขาคณิตและปริมาตร โดยเรากำหนดพื้นที่ฐานและ ความสูงของรูปทรงปริซึม พีระมิด กรวย ทรงกลมและทรงกระบอก ทำให้เราพิสูจน์ว่าเมื่อปริมาตรและความสูงที่เท่ากัน รูปทรงที่สามารถไล่ยุงได้นานที่สุดคือ รูปทรงกรวย กล่าวคือ การนำเอารูปทรงเรขาคณิตมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ในเรื่องของการใช้เศษเทียนไข          
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ประโยชน์ของพืชผักสวนครัวสมุนไพรที่สามารถไล่ยุงและแมลง
2. ทราบว่ารูปทรงเรขาคณิตที่ใช้ในการไล่ยุงได้นานที่สุดคือ กรวย พีระมิด ทรงกระบอกและปริซึม ตามลำดับ
3. ได้นำแนวความคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการนำสิ่งที่มี
อยู่แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


 ความคิดเห็นที่ 3

14 มี.ค.2554  เวลา 10:50 น.
โดย.. nancy 203.113.97.167  

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มดำเนินการทดลองการแปรรูปผลิตผลการเกษตรขึ้นในพระราชวังตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานทรัพย์ส่วน พระองค์สร้างโครงการอันหลากหลายในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อเป็นโรงงานตัวอย่างและพระราชทานโอกาสให้บุคคลกลุ่มต่าง ๆ ที่สนใจ " ดูกิจการได้ทุกเมื่อ " ในแต่ละปีจึงมีผู้เข้ามาศึกษาดูงานโครงการต่าง ๆ เกือบ ๒๐,๐๐๐ คนต่อปี ลักษณะของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทคือ

โครงการแบบไม่ใช่ธุรกิจ เป็นโครงการสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ทรงให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยมีแนวทางที่สำคัญคือ ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ทางด้านอาหาร และสนับสนุนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือ ไปจากภาคเกษตร อีกทั้งเน้นการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โครงการเหล่านี้ได้แก่ โครงการเกี่ยวกับปลานิล ป่าไม้สาธิต นาข้าวทดลองข้าวไร่ การผลิตแก๊สชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช สวนพืชสมุนไพร สาหร่ายเกลียวทองโครงการทดลองปลูกพืชโดยปราศจากดิน

ทั้งในด้านอยู่ดีกินดีและเสริมสร้างรายได้ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่ โรงโคนมสวนจิตรลดา เริ่มจากในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้มีบริษัทและหน่วยราชการน้อมเกล้าฯ ถวายโค ๖ ตัว ซึ่งเป็นโคตั้งท้องแล้ว ๔ ตัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับสร้างโรงงานโคนม ราคา ๓๒,๘๘๖. ๗๓ บาท ขึ้นในบริเวณสวนจิตรลดา ต่อมาเมื่อแม่โคตกลูกและเริ่มทำการรีดนม น้ำนมที่เหลือจากการแบ่งให้ลูกโคกินแล้ว ได้นำไปจำหน่าย เมื่อมีจำนวนโคนมเพิ่มขึ้น ทั้งจากแม่โคที่ให้ลูกทุกปี และมีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายสมทบ ทำให้สามารถผลิตน้ำนมออกจำหน่ายแก่บุคคลภายนอกและโรงเรียนต่าง ๆ ในละแวกใกล้เคียง เมื่อมีกำไรสะสมมากยิ่งขึ้น ก็ได้ขยายงานออกไปตามลำดับทั้งในด้านการผลิตน้ำนม คุณภาพนมดิบ และการส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ผลพลอยได้จากโรงโคนมคือ มูลโคซึ่งเมื่อนำมาหมักจะได้ " ไบโอแก๊ส " หรือ " แก๊สชีวภาพ " สำหรับเป็นเชื้อเพลิง กากจากบ่อหมักแก๊สชีวภาพยังสามารถใช้ทำเป็นปุ๋ย มูลโคที่เป็นสารละลายที่อยู่ในถังหมัก ส่วนหนึ่งนำไปใช้สำหรับเพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง ซึ่งสามารถนำไปทำอาหารสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงปลาอีกส่วนหนึ่งทำเป็นปุ๋ยใส่ แปลงพืชอาหารสัตว์ และบางส่วนนำไปใช้สำหรับบำรุงบ่อเพาะพันธุ์ปลานิล

โรงนมผงสวนดุสิต โรงนมผงสวนดุสิตตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เนื่องจากเกิดภาวะนมสดล้นตลาด สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมจึงได้ทูลเกล้าถวายฎีกาให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยเหลือ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงนมผงขนาดย่อมขึ้น เพื่อผลิตนมผงเป็นการแก้ปัญหานมสดล้นตลาด น้ำกลั่น น้ำกลั่นเป็นผลผลิตพลอยได้จากเครื่องระเหยนมซึ่งมีความบริสุทธิ์ค่อนข้าง สูงและมีมากพอที่จะนำไปผลิตเป็นน้ำกลั่นเพื่อใช้เติมแบตเตอรี่รถยนต์และใช้ ดื่มได้

โรงเนยแข็ง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาได้สร้างโรงเนยแข็งน้อมเกล้าถวายในวโรกาส เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ พุทธศักราช ๒๕๓๐ และคณะกรรมการบริหารของบริษัท ซี . ซี . ฟรีสแลนด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ร่วมน้อมเกล้าถวายอุปกรณ์สำหรับการผลิตเนยแข็ง ปัจจุบันโรงเนยแข็งสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกสู่ตลาด เช่น นมข้นหวานบรรจุหลอด นมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสต่าง ๆ ไอศครีม นมสดพาสเจอร์ไรซ์ปราศจากไขมัน เนยแข็งเกาด้า เนยแข็งเช็ดด้า และเนยสด โรงนมเม็ด โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เคยผลิตนมเม็ดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ แต่ประสบปัญหาทางเทคนิคทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาได้จัดทำโรงนมเม็ดขึ้นใหม่เพื่อเป็นการส่ง เสริมโภชนาการแก่ผู้บริโภค และเพื่อเป็นการแนะนำการผลิตนมเม็ดขึ้นในประเทศ ปัจจุบันสามารถผลิตนมเม็ดได้วันละ ๗,๐๐๐ - ๑๒,๐๐๐ ซองต่อวัน มีทั้งสิ้น ๓ รส คือรสหวาน รสกาแฟ และรสช็อกโกแลต ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตร ร่วมกับบริษัทสุราทิพย์ได้ขยายกำลังผลิตแอลกอฮอล์เพื่อให้มีพอใช้ผลสมกับ น้ำมันเบนซินเป็นแก๊สโซฮอล์สำหรับรถยนต์ทุกคันของโครงการที่ใช้เบนซิน และในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดสถานีบริการแก๊สโซฮอล์ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา งานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงแบ่งเป็นหน่วยย่อย คือ ๑ . โรงแอลกอฮอล์ทำหน้าที่ ผลิตเอทธิลแอลกอฮอล์ความเข้มข้นร้อยละ ๙๕ และผลิตน้ำส้มสายชูจากสับปะรดและเศษผลไม้อื่น ๆ ๒ . โรงอัดแกลบ ทำหน้าที่ผลิตแกลบอัดแท่งและเผาถ่านจากแกลบอัดเพื่อจำหน่ายและใช้เป็นเชื้อ เพลิงสำหรับเครื่องกำเนิดไอน้ำของโรงกลั่นแอลกอฮอล์ ๓ . งานพิเศษตามที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล ได้แก่ บ้านพลังแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการศึกษาทอลองเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากพลังแสงอาทิตย์ และระบบนำน้ำเสียกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้ และเป็นน้ำหล่อเย็นในการผลิตเทียนของโรงหล่อเทียนหลวงของสวนจิตรลดา น้ำผลไม้พาสเจอร์ไรซ์ การผลิตน้ำผลไม้พาสเจอร์ไรซ์ได้เริ่มผลิตตั้ง แต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยผลิตน้ำส้ม น้ำอ้อย น้ำกระเจี๊ยบ และน้ำขิงออกจำหน่าย และส่งเสริมให้เกษตรจัดตั้งกลุ่มดำเนินงานในรูปของสหกรณ์เกษตร โรงน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง เริ่มโครงการเมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานขนาดเล็ก ต้นทุนการผลิต การตลาดที่จะผลิตผลไม้บรรจุกระป๋องเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนดื่มน้ำผลไม้มาก ขึ้น น้ำผลไม้บรรจุกระป๋องของโครงการมีหลายชนิด เช่น น้ำมะม่วง น้ำตะไคร้ น้ำเห็ดหลินจือผสมน้ำผึ้ง น้ำสับปะรด น้ำกาแฟ น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง เป็นต้น สาหร่ายเกลียวทอง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ งานวิจัยและพัฒนาโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ได้นำน้ำกากมูลหมักซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตแก๊สชีวภาพมาใช้เลี้ยง สาหร่ายเกลียวทอง และนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารปลา


 ความคิดเห็นที่ 4

14 มี.ค.2554  เวลา 10:51 น.
โดย.. nancy 203.113.97.167  

โครงการฝายคลองช่องเรือ (อันเนื่องมาจากพระราชดําริ) ตําบลทรายขาว อําเภอโคกธิ์ จังหวัดปัตตานี

 

ที่ตั้งโครงการ

หมู่ที่ ตําบลทรายขาว อําเภอโคกธิ์      จังหวัดปัตตานี

 ประวัติโครงการ

                    สํานักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวังได้มีหนังสือที่ รล0005/13381 ลงวันที่ 24 กันยายน  2544    เรียนเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ  เพื่อจักได้นำความถวายบังคมทูลพระกรุณาประกอบพระราชดำริต่อไปโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ได้มีหนังสือที่  นร  1108/2098  ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2544 ขอให้กรมชลประทานพิจารณา กรณี นายอาดัม    บาเหมบูงา ประธานกรรมการองค์การบริหารส่วนตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ได้มีหนังสือลงวันที่ 11 กันยายน  2544  ถึงสํานักราชเลขาธิการ  ขอให้นําความกราบบังคมทูลพระมหากรุณาให้ทางราชการช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเนื่องจากขาดแคลนน้ำสําหรับอุปโภค-บริโภค    จากโครงการประปาภูเขา   ช่องเรือ  ของราษฎรจำนวน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1, 2, 3 และ 5 ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

                    สํานักชลประทานที่ 16 ร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริและราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนร่วมกันตรวจสอบสภาพพื้นที่และศึกษาข้อมูลต่าง  ๆ ในสภาพภูมิประเทศจริงแล้วเห็นว่ามีลู่ทางช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความ เดือดร้อนได้โดยการก่อสร้าง  ฝายคลองช่องเรือทดแทนทํานบคอนกรีตเดิมที่ชํารุด พร้อมระบบท่อส่งน้ำ และถังอุปโภค-บริโภค เพื่อส่งน้ำช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภค ของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว

                    ได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วและทรงรับเป็นโครงการพระราชดําริ ตามหนังสือสํานักราชเลขาธิการที่ รล 0005.5/18753 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2545

วัตถุประสงค์

                    เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสําหรับอุปโภค - บริโภคช่วงฤดูแล้งให้มีน้ำอุปโภค - บริโภคได้เพียงพอ ตลอดปีและสามารถเพาะปลูกตามแนวท่อส่งน้ำได้ ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจํานวน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านใหญ่ หมู่ที่ 2 บ้านหลวงจันทร์ หมู่ที่ 3 บ้านทรายขาวออก หมู่ที่ 5บ้านทรายขาวตก ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จํานวน 526 ครัวเรือน ประชากร

รายละเอียดโครงการ

- ที่ตั้งหัวงานพิกัด  47 NQH 331-361 ระวาง 5,222 III

- พื้นที่รับน้ำ   ประมาณ 3,800 ตร.กม.  ปริมาณฝนเฉลี่ย  1,227.04 มม.

 ลักษณะโครงการ

- ก่อสร้างฝายสูง 2.00 เมตร จํานวน 1 แห่ง

- ก่อสร้างถังเก็บน้ำ 1,600 ลูกบาศก์เมตร

- ถังกรองน้ำ - ถังเก็บน้ำความจุ 10 ลูกบาศก์เมตร จํานวน 11 แห่ง

- ท่อส่งน้ำ  0.25  เมตร 0.15 เมตร และ0.055 เมตร ความยาวรวม 12,325 เมตร

ระยะดําเนินการ

ดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จใน ปี 2547

งบประมาณในการก่อสร้าง

งบประมาณที่ได้รับ 22,906,000 บาท

 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

                    สามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภค - บริโภค ให้แก่ราษฎรในเขตพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านใหญ่ , หมู่ที่ 2 บ้านหลวงจันทร์ , หมู่ที่ 3 บ้านทรายขาวออก และหมู่ที่ 5 บ้านทรายขาวตก  ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี  จํานวน  526  ครัวเรือน  จํานวนประชากรประมาณ  1,798  คน  มีน้ำใช้สําหรับอุปโภค - บริโภค ได้ตลอดทั้งปี



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน