คิดยังไงกันบ้างคะกับการจอดรถหน้าโรงพยาบาลตรัง


คิดยังไงกับการจอดรถหน้าโรงพยาบาลตรัง

โดย.. DEAR_FORYOU 1.46.220.237   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

25 ต.ค.2553  เวลา 21:15 น.
โดย.. ป๋าจิ๊บ 118.173.134.77  
เบื่อ ไปทีรัย ต้องฝากรถทุกที

 ความคิดเห็นที่ 2

26 ต.ค.2553  เวลา 00:17 น.
โดย.. วช. รุ่น 78 (ม.12) 223.205.84.232  
เรื่องที่จอดรถนะ ดีอยู่แล้วคับ อย่าเบื่อเลย แต่สิ่งที่น่าเบื่อก้อคือ ถนน 4เลน แต่ใช้ได้แค่ 2เลนครึ่ง อีกครึ่งฝั่งโรงบาลมอไซด์จอด ฝั่งตรงข้ามโรงบาล รถยนต์จอด 1เลน น่าเบื่อกว่าต้องฝากรถเยอะคับ

 ความคิดเห็นที่ 3

26 ต.ค.2553  เวลา 07:37 น.
โดย.. เด็กช่าง 182.52.53.229  

สุดยอดเลยครับ จอดกันลืมไปเลยว่ามีรถคันอื่นต้องใช้ด้วย   ผมต้องผ่านทุกวัน เช้าไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร

แต่ตอนเย็นเวลากลับบ้านครับ ต้องขับรถไปอีกเลนหนึ่งเลยทุกวัน  ขับรถต้องระวังตัวเองตลอดครับ

เราเห็นใจผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาล   แต่ผู้มาใช้บริการไม่เคยเห็นใจคนใช้รถแถวหน้าโรงพยาบาลเลย

ครับ  ตำรวจจราจรปีหนึ่งมาสองครั้งได้ครับไล่รถ 1 วันหยุดไปครึ่งปี  เดี่ยวค่อยมา 


 ความคิดเห็นที่ 4

26 ต.ค.2553  เวลา 12:19 น.
โดย.. สุชาติ 223.207.177.47  

อย่าคิดมาเลยเรื่องนี้หากสงสัย ก็ดูจุดอ่อนคนไทยซิครับ 

หน้าตลาดสะพานวังยาวไกล้สี่แยกต้นหมอ ลองไปเย็นๆดูซิครับว่าเป็นจริงที่ต่างชาติได้กล่าวไว้หรือไม่  ไม่อายชาวต่างชาติก็อายตัวเองบ้างซิครับ เดินไกลซักนิดก็ไม่น่าน่าอายคน


 ความคิดเห็นที่ 5

26 ต.ค.2553  เวลา 12:47 น.
โดย.. ๏มัJกSน้๏€๏— 117.47.105.43  
ก็ดีนิครับ เป็นระเบียบ เรียบร้อยดี สะดวก จะจุดประเด็นเพื่อให้ได้คำตอบว่าอย่างไรครับ

 ความคิดเห็นที่ 6

26 ต.ค.2553  เวลา 14:46 น.
โดย.. DEAR_FORYOU 1.46.82.123  
ไม่ได้ต้องการจุดประเด็นแต่อยากให้ทุกคนมองตามความเป็นจริงและเสนอแนวคิดดีๆเพื่อพัฒนาบ้านของเราค่ะ

 ความคิดเห็นที่ 7

26 ต.ค.2553  เวลา 15:06 น.
โดย.. ไท 118.173.132.234  

เห็นกระทู้คำถามแล้ว .. ก็ลองอ่าน พรบ.การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (บางส่วน) ที่พอจะเทียบ

เคียงกับสถานะการณ์ จราจรบริเวณดังกล่าวได้ .. เป็นกฏระเบียบของสังคม ไม่ได้ใช้ความรู้สึก

ในการ ออกความเห็น ...

การปฏิบัติเมื่อผู้ขับขี่ต้องการจะจอดรถจะต้อง

1. ให้สัญญาณด้วยมือและแขน หรือสัญญาณไฟ (สัญญาณชะลอรถและเลี้ยว) ก่อนที่จะหยุดหรือจอดรถในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร 

2. หยุดหรือจอดรถได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่กีดขวางการจราจร


3. จอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถ และขนานกับขอบทางหรือไหล่ทางไม่เกิน 25

เซนติเมตร (เว้นแต่เป็นทางเดินรถทางเดียวและเจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้จอดรถในทาง

เดินรถด้านขวาได้)


4. ห้ามจอดในช่องทางเดินรถประจำทางในเวลาที่กำหนดให้เป็นช่องทางเดินรถประจำทาง


 

ห้ามจอดรถ บริเวณ

1. บนทางเท้า
2. บนสะพานหรือในอุโมงค์
3. ในทางร่วมทางแยกหรือในระยะ 10 เมตรจากทางร่วมทางแยก
4. ในทางข้ามหรือในระยะ 3 เมตรจากทางข้าม
5. บริเวณที่มีเครื่องหมายห้ามจอดรถ
6. ในระยะ 3 เมตรจากท่อดับเพลิง
7. ในระยะ 10 เมตร จากที่ตั้งสัญญาณจราจร
8. ระยะ 15 เมตร จากทางรถไฟผ่าน
9. จอดรถซ้อนกับรถคันอื่นที่จอดอยู่ก่อน (จอดรถซ้อนคัน)
10. บริเวณปากทางเข้าออกอาคารหรือทางเดินรถ ในระยะ 5 เมตรจากปากทางเดินรถ
11. ในที่คับขัน
12. ในระยะ 15 เมตรก่อนถึงบริเวณที่ติดตั้งป้ายหยุดรถประจำทาง และเลยไปอีก 3 เมตร
13. ในระยะ 3 เมตรจากตู้ไปรษณีย์
14. ในลักษณะกีดขวางการจราจร
15. จอดรถทางด้านขวาในกรณีที่เป็นทางเดินรถสวนทางกัน
16. ระหว่างเขตปลอดภัยกับขอบทางหรือในระยะ 10 เมตร นับจากปลายสุดของเขตปลอดภัยทั้งสองข้าง


การปฏิบัติเมื่อจอดรถ

การจอดรถในทางเดินรถที่ผู้ขับขี่ไม่อาจอยู่ควบคุมรถนั้น ผู้ขับขี่ต้องหยุดเครื่องยนต์และห้ามล้อรถไว้
ในทางเดินรถที่เป็นทางลาด หรือชัน ผู้ขับขี่จะต้องจอดรถโดย หยุดเครื่องยนต์ ห้ามล้อ หันล้อหน้าของรถเข้าขอบทาง

 

ี่การหยุดรถ

  • การหยุดรถหรือจอดรถนอกเขตเทศบาล ผู้ขับขี่ต้องหยุดหรือจอดรถ ณ ที่ซึ่งผู้ขับขี่รถอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร
  • มีเครื่องหมายระวังรถไฟ มีสิ่งกีดกั้น หรือเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ แสดงว่ารถไฟกำลังจะผ่าน มีเสียงสัญญาณรถไฟ หรือรถไฟแล่นผ่านเข้ามาใกล้อาจเกิดอันตราย ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถ และหยุดให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร

ห้ามผู้ขับขี่หยุดรถ

1. ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ในกรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง
2. บนทางเท้า
3. บนสะพานหรือในอุโมงค์
4. ในทางร่วมทางแยก
5. ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามหยุดรถ
6. ตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถ
7. ในเขตปลอดภัย
8. ในลักษณะกีดขวางการจราจร

 

บริเวณที่ห้ามกลับรถ

1. ในทางเดินรถที่สวนทางกันได้ห้ามกลับรถในขณะที่มีรถอื่นสวนทางมา ในระยะน้อยกว่า 100 เมตร
2. ในเขตปลอดภัย หรือที่คับขัน
3. บนสะพานหรือในระยะ 100 เมตรจากทางราบของเชิงสะพาน
4. บริเวณทางร่วมทางแยก เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรอนุญาตให้กลับรถได้
5. บริเวณที่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ หรือห้ามเลี้ยวขวา


 ความคิดเห็นที่ 8

26 ต.ค.2553  เวลา 21:15 น.
โดย.. อ๊อซซ่า 118.173.229.239  
อย่าแปลกใจเลยครับ ว่าทำไมหน้าทุ่งแจ้ง ถึงต้องมีืั่รับฝากรถ เพราะคนตรัง จอดรถแบบนี้ ครับ ^^

 ความคิดเห็นที่ 9

27 ต.ค.2553  เวลา 06:26 น.
โดย.. โอ 118.173.126.171  

แย่มากๆๆๆๆๆๆ ครับ คนตรัง(บางคน) เห็นแก่ตัวสุดๆ ไม่ใช่เฉพาะหน้าควนหาญนะครับที่อื่นๆก็เหมือนกัน มักง่ายพอพี่หนูผีมาล๊อคล้อรถก็โวยวาย ไอ้พวกนี้ไม่เคยเห็นความผิดของตัวเองหรอกครับ เอาแต่ความสะดวกของตัวเองจนกลายเป็นนิสัยมักง่าย


 ความคิดเห็นที่ 10

27 ต.ค.2553  เวลา 17:54 น.
โดย.. worn 61.19.67.218  

ก็ยังงี้แหละครับ ตรงไหนที่คนมากๆรถราต้องมากเป็นเรื่องปกติแล้ว

หน้าโรงบาล ตลาดนัดกองทุน หน้าตลาดสด หลังตลาดสด จอดกันมั่วไปหมด

แต่ถ้าพวกเราช่วยๆกันคนละไม้ละมือ เรื่องเหล่านี้ก็ผ่านไปด้วยดีครับ

แต่ตลาดนัดกองทุนนี่ผมว่าเค้าจอดน่าหวาดเสียวดีครับ ตรงโค้งน่ะ รถยนต์จอดท้ายแยงออกมากลางเลนเลย

จอดไม่สนใจอะไรทั้งนั้น


 ความคิดเห็นที่ 11

28 ต.ค.2553  เวลา 07:37 น.
โดย.. sushi-oji 119.46.218.1  
แล้วจะเอากันยังไงดีละครับ  ทุกกระทู้ก็จะถามกันแบบนี้แล้วก็มีคนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น สุดท้ายกระทู้ก็ตกหน้าไปแล้วเรื่องมันก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆ แล้วสักระยะเวลาหนึ่งก็จะมีคนตั้งขึ้นมาใหม่อีก โดยที่ไม่มีการแก้ไข ตกลงที่ตั้งขึ้นมาต้องการระบายแค่นั้นไม่ได้ต้องการการปรับปรุงหรืออย่างไร  ผมขอเสนอก็แล้วกันว่าขอให้ทุกคนที่อยู่ในชุมชนตัวเองไปเข้าร่วมประชุมกับชุมชนแล้วชี้ให้เห็นถึงปัญหาแล้วก็เสนอทางแก้ไข นี่คงเป็นทางแก้พื้นฐานที่เราสามารถทำได้ในระดับต้น ลำพังจะขอหน่วยงานที่ใหญ่ขึ้นถ้าเราตัวคนเดียวไม่มีน้ำหนัก  ผมเคยลองมาแล้วครับกับการขอลูกระนาดในตัวชุมชนที่ผมอยู่โดยไม่ผ่านชุมชน เพราะตอนนั้นไม่มีการจัดตั้งขึ้นมาที รู้มั้ยครับผมเขียนจดหมายถึงเทศบาลและหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นให้ข่วยเป็นสื่อเพื่อไปกระตุ้นอีกทีนึง รู้มั้ยครับกว่าจะได้มากินเวลาเข้าไปตั้ง2-3ปี ผมว่าเรื่องแบบนี้ให้ชุมชนจัดการดูก่อนถ้าบอกว่าไม่มีอำนาจอย่างน้อยก็ อพปร ที่มีอยู่ในแต่ละชุมชนนั้นแหละครับเป็นตัวช่วยที่ดี(ไม่มใช่ทำแต่งานที่เทศบาลมอบหมายมาอย่างเดียว) บ้านเราเองถ้าเราไม่ลุกขึ้นออกมาปรับปรุงแล้วใครละครับจะออกมา  อย่ามัวแต่ออกมาแต่โทษฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ครับทุกคนต้องช่วยกัน

 ความคิดเห็นที่ 12

28 ต.ค.2553  เวลา 13:18 น.
โดย.. คน03 203.146.104.42  

ย้ายโรงพยาบาลไปอยู่ที่อื่นครับ  หาที่กว้างๆ ให้พอๆ กับ มอ.  รถจะได้มีที่จอด  แต่ ทางออกที่ดี รพ. ควรสร้างที่จอดรถให้กับ คนมารับบริการและ ข้าราชการให้เพียงพอ เพราะรถเจ้าหน้าที่ รพ. เองก็ยังถูกขูดรายวัน เนื่อจากจอดขวางเพื่อนบ้าง มันเป็นอย่างนี้จริงๆ มองแค่รถบนถนนไม่ได้ อยากให้มองปัญหากว้างๆ  รถล้นออกมาจาก รพ. เนื่องจากด้านในที่ไม่พอ  รพ. ตรัง ควรรับผิดชอบ สร้างที่จอดรถสัก 10 ชั้น จอดได้สัก 500 คันก็น่าจะพอครับ  งบไม่พอลองปรึกษา สส. ตรัง  ดูบ้างก็ได้ ครับ


 ความคิดเห็นที่ 13

28 ต.ค.2553  เวลา 16:33 น.
โดย.. sushi-oji 119.46.218.1  

เห็นด้วยกับความเห้นที่12ในการของบประมาณสร้างที่จอดรถ แต่ถ้าของบจัดการฐานข้อมูลคนไข้หรือผู้ป่วยก่อนได้มั้ยครับ ไปดูสิครับยังใช้กระดาษบันทึกอยู่เลย เวลาคนป่วยไปหาทีก็ต้องใช้เวลาค้น(ไม่เชื่อไปยืนดูสิครับ ผมลองมาแล้ว สมัยที่แม่ผมป่วยและเสียที่โรงพยาบาลแห่งนี้ หรือสมัยที่ผมมาขอยาไปรักษาภรรยยาผม) ตึกใหม่ที่กำลังสร้างมีน้องๆที่ทำงานในนั้นบอกว่ามาจากการเรียกร้องของผมตอนที่แม่ผมไปรักษาแต่สุดท้ายท่าก็เสียที่นั่น ผมต้องไปบอกท่านรัฐมนตรีสาธารณสุขที่มาเยี่ยมนักกีฬาแล้วผ่านห้องที่แม่ผมนอนรักษาตัวอยู่ รู้มั้ยครับว่าโรงพยาบาลบอกว่ามีเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ ให้ญาติๆทำใจ ผมพยายามดิ้นรนจะเปลี่ยนไปที่อื่นก็ไม่ได้เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ สุดท้ายโรงพยาบาลให้นอนรอ ผมจะซื้อเครื่องมาเองก็ใช้เวลาอีก สุดท้ายยังดีที่ท่านรัฐมนตรีมาในวันนั้น ผมเลยขอให้ท่านช่วยและขอเครื่องช่วยหายใจให้กับจังหวัดด้วยเพราะทางโรงพยาบาลบอกว่ามีแค่ 6เครื่องแล้วมันจะเพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยทั้งจังหวัดได้อย่างไร สุดท้ายผมไปติดต่อขอเกล็ดเลือดที่นั่นอีกครั้งก็มีคนบอกว่าเขาให้งบมาสร้างตึกเพิ่มแวก็ซื้อเครื่องมือใหม่ด้วย มาจากคนที่ไปพูดกับรัฐมนตรีกระทรวงเขาจึงให้งบมา นี่ก็เหมือนกันครับต้องไปขอรัฐมนตรีครับจึงจะได้ที่จอดรถ  อ้อแต่ระวังนะครับพวกพนักงานในนั้นมันยึดทำจ้าวหมดแหละครับ ขนาดเครื่องว่างอยู่มันก็บอกว่าไม่ว่าง ห้องว่างมันก็บอกว่าเต็ม เกล็ดเลือดถ้าไม่มีเส้นมันก็ให้จ่ายเงิน  ยาดีๆมันก็เก็บไว้ใช้เองแล้วเอายาถูกๆมาให้เรา ถ้าสร้างที่จอดรถเดี๋ยวมันก็จอดกันเองเต็มหมด ชาวบ้านอย่างเราๆก็อยู่อย่างเดิม


 ความคิดเห็นที่ 14

29 ต.ค.2553  เวลา 13:30 น.
โดย.. ไท 182.52.53.203  

แท้ที่จริง ในสังคมบ้านเรา มีหลายเรื่องที่ต้องช่วยกันแก้ไข ปรับปรุง ที่ "ตัวเอง" ทั้งสิ้น .. เรามีแบบอย่างที่มาจากครอบครัว จน

ถือปฎิบัติ เป็นประเพณี เป็นวัฒนธรรม จนยากที่จะแก้ไข ให้ตัวเรามี "วินัย" .. ศึกษากฏระเบียบของสังคม .. และถือปฏิบัติเพื่อ

การอยู่ร่วมกัน อย่างสันติ ในสังคม .. สำหรับสถานะการณ์ที่เป็นเช่นนี้ หากยากที่จะแก้ไข .. ก็ต้องปล่อยให้ เละ จนทุกคนรู้สึก ว่า

ถูกกระทบ .. วันนั้นคือวันที่ทุกคนจะต้องมานั่งคุยกัน เพื่อหาทางออก ..


 ความคิดเห็นที่ 15

29 ต.ค.2553  เวลา 15:15 น.
โดย.. sushi-oji 119.46.218.1  

ใช่ครับคุณไท  นัดรวมตัวเลยครับจะได้มาคุยกันแล้วหาทางแก้ไขกับหลายๆปัญหาที่เกิดขึ้น

ผมไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่เพราะเคยเข้าร่วมโครงการทับเที่ยงน่าอยู่2550(โครงการนี้เริ่มทำในปี2545) โดยมีเทศบาลเป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาทุกหน่วยงานทั้งภาคประชาชน ราชการ รวมไปถึงกลุ่มต่างๆมาระดมความคิดกันและแบ่งเป้นกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็จะแยกกันไปตามงานที่ตัวเองคิดว่าอยากทำเช่น แก้ปัญหาการจราจร การอนุรักษ์วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม รู้มั้ยครับหลังจากจบสัมมนาไป2-3เดือนก็ยังมีการรวมกลุ่มที่จะทำอยู่ประปราย หลังจากนั้นก็หายไปเอง ปัญหาคือมีคนแค่ไม่กี่คนในกลุ่มแล้วทางเจ้าภาพเองก็ไม่สนใจ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ให้ความร่วมมือ ที่ชัดเจนคือปัญหาการจราจร ตำรวจไม่เคยมาเข้าร่วมและรับฟังปัญหาพร้อมการแก้ไข แค่ถามว่าคิวมอไซมีกี่คิวเขาก็ตอบไม่ได้ทั้งที่ใครจะตั้งคิวมอไซก็ต้องไปบอกเขา ทำให้กลุ่มที่รวมตัวขึ้นมาก็แยกย้ายกันไปเรื่อยๆจนไม่มีแล้วครับ แต่นั้นเมื่อ 8ปีที่แล้ว

ครั้งนี้คุณไทจะทำอย่างไรครับ หรือจะนัดชาวตรังโซนที่มาเปิดกระทู้ ตอบกระทู้ แล้วมาร่วมคุยกัน แล้วชี้ประเด็นที่คิดว่ามีปัญหาและแนวทางแก้ไข แล้วทำเป็นหนังสือนำไปยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราจะได้อยู่ร่วมโดยสันติ ผมสนับสนุนแนวความคิดคุณไทนะครับที่ว่าถึงวันที่ทุกคนจะต้องมานั่งคุยกันเพื่อหาทางออก 


 ความคิดเห็นที่ 16

2 พ.ย.2553  เวลา 08:56 น.
โดย.. อ๊อซซ่า 61.7.188.28  
อ่านแล้วก็อดดีใจไม่ได้ที่มีความคิดดีๆ แต่อยากให้ทำกันจริงจังซะที เอาง่ายๆนะครับ ตอนนี้ เขามีโครงการจิตอาสา อยากให้คนที่ชอบเสนออะไรเยอะแยะ ลงไปทำโครงการนี้บ้างจัง มากกว่าพิมพ์กันในนี้แล้ว ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ง่ายๆครับ แค่รวมกลุ่มกันไป หรือ จัดเป็นชมรม "จิตอาสาตรัง" ก้ได้ ลงไปช่วยงาน ช่วยกันด้วยน้ำใจ และเอาผลงานมาอวดกันนะครับ

 ความคิดเห็นที่ 17

2 พ.ย.2553  เวลา 13:28 น.
โดย.. sushi-oji 119.46.218.1  
ไม่ทราบว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้ที่จ.ตรัง ติดต่อที่ไหนและใครเป็นหัวหน้าโครงการครับ  อยากจะเข้าร่วมจริงๆครับจะได้ช่วยบ้านเราอย่างเต็มที่ (กลับไปบ้านแล้วจะได้ไปเข้าร่วมเลย)


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน