นโยบายถนนไร้ถังขยะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายแก่ทุกบ้าน



ขณะนี้วันที่ 08 มีนาคม 2553 ผมไม่ได้ตั้งกระทู้ที่นี่นานแล้ว ด้วยเหตุผลอย่างที่ทุกท่านทราบดี

แต่มาวันนี้ เกินกว่าจะอดทนให้โดนกระทำ อย่างไรทางปฏิเสธ
ไม่ได้จริงๆครับ เพราะเกินกว่าจะอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองตรังแห่งนี้ได้แล้ว

นโยบายไล่เก็บ ถังพลาสติกเพื่อรองรับขยะมูลฝอย ตามถนนหนทาง
ส่วนจะเก็บไปแล้ว รักษาไว้หรือ นำไปขายเสียแล้วก็ไม่ทราบได้ครับ
แต่ที่ทราบแน่ชัดคือ ถังชยะพลาสติกทุกใบ ถูกจัดซื้อมา ด้วยเงิน ของ
ทุกท่าน เงินภาษีบำรุงท้องถิ่น เงินค่าเก็บขยะซึ่งร้านค้าซึ่งมีป้ายร้าน
ทุกร้านโดนเทศบาลจัดเก็บทุกปี

ล่าสุดถามไถ่ได้ความว่า การดำเนินแนวคิดนโยบาย ซึ่งทำให้ประชาชน
เดือดร้อนนี้ ก็ยังคงเดินหน้าไม่หยุดบ้านเรือนแถวซอยคอกม้า หรือ
ถนนหนองยวน ก็เพิ่งโดนไปครับ มีคนเอาถุงดำมาเสียบไว้ที่ประตู
หน้าบ้าน 2 ใบ แล้วถังขยะซึ่งเคยมี ก็ถูกยกหายไป มิใช่ว่า
จะถูกมิจฉาชีพมาเอาไปนะครับ แต่คนของเทศบาลนั่นเองครับ
ทำเจ็บไม่น้อยหรือ คนแถบนั้นไม่เคยเห็นด้วยเลยกับโครงการ
ไม่เคยมีใครไปถามความคิดเห็น แต่ทำไมถึงได้กล้าทำเช่นนี้ด้วย

ผมเริ่มเห็นถังสีพลาสติกใบขนาดพอเหมาะตามหน้าบ้านต่างๆบ้างแล้วครับ
แต่ละบ้านเริ่มจะหาถังขยะของตัวเองมาวางกันแล้ว
ก็ในเมื่อเสียเงินภาษีให้เทศบาลแล้ว กลับได้รับการปฏิบัติเยี่ยงนี้
ประชาชนก็ต้องหาทางออกด้วยตนเองแล้วครับ เพราะบ่นอย่างไร
พูดเท่าใดก็ไม่ฟังกัน

ท่านอื่นๆ น่าจะเคยทราบราคาถุงดำกันมาบ้างแล้ว ถ้าไม่ทราบ
ลองเดินไปหาดูนะครับ ราคาขนาดสำหรับใช้เป็นถุงขยะ ราคาไม่ได้
ถูกเลยครับ 4-5 บาทเลยครับผม คิดดูว่า ถ้าบ้านเรือนต่างๆในตรัง
ทิ้งขยะ 3 วันครั้ง เก็บไว้นานกว่านี้คงเหม็นเน่ากันพอดีจนทนไม่ได้
หนึ่งเดือนต้องหาถุงขยะมาจำนวนกี่ถุงครับ

3 วัน ใช้ 1 ถุง ฉะนั้น 30 วันใช้ 10 ถุง ราคาถุงละ 4 บาท(คิดเฉลี่ยนะครับอาจแพงกว่าหรือถูกกว่านิดหน่อย)
1 เดือนต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 40 บาท 12 เดือนเป็นเงิน 480 บาท

ผมบังเอิญไปเห็น ณ.หน้าร้านสะดวกซื้อชื่อดัง คือ 7-
ELEVEN ใช้วันละ 4 ถุง
1 เดือนใช้ 120 ถุง ราคาซื้อมากๆถุงละ 3.5 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเดือนละ 420 บาท
1 ปีต้องมีรายจ่ายเรื่องถุงขยะ 5040 บาท ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับผมเห็นมากับตา
พนักงาน 7-
ELEVEN พยายามลดการใช้ถุงดำให้น้อยที่สุด โดยเอาขยะซึ่ง
อยู่ในถุงดำอีกสองใบมาเทใส่แล้วอัดลงไปให้จงได้เพื่อลดปริมาณการใช้ถุงดำ
เพราะเป็นรายจ่ายซึ่งเพิ่มขึ้นมา อาจจะดูเล็กน้อยสำหรับเค้าก็จริง
แต่ว่าอย่าลืมนะครับ ใช้แล้วหมดไปครับ เทศบาลมิใช่ว่าจะคืนถุงที่เราใส่ขยะ
แก่เราทุกครั้งทุกวัน เค้าเก็บไปเลย

ระยะแรกๆแต่ละบ้านก็อาจจะหาถุงซึ่งเก็บๆไว้มาใส่ขยะไปก่อน แต่นานๆไป
ถุงก็คงไม่พบ ก็ต้องไปซื้อถุงดำมาแน่ หรือไม่ก็หาทางอย่างอื่นทดแทน
คิดแบบคนไม่ต้องฉลาดก็รู้ว่า ถ้าต้องใช้ถุงดำวันละ 4 ถุง นั่น
เอาเงินไปซื้อถังขยะสีน้ำเงิน แบบเดียวกัน ซึ่งเทศบาล เก็บไปไม่ให้ชาวบ้านมีใช้
นั้นราคาประมาณ 600-700 บาท ดีกว่า ถังขยะ 1 ใบ ราคา 600-700 บาท
แต่อายุการใช้งานนานหลายปี กว่าจะพังเพราะเนื้อเหนียวมากสำคัญ
คือ เทศบาลมาเก็บขยะ ก็คืนถังขยะให้ ไม่ต้องซื้อใหม่เหมือนถุงดำ

สรุปแล้ว ทำไมคนตรังซึ่งเศรษฐกิจมิได้ร่ำรวย เท่ากันทุกบ้าน จะต้องมี
ค่าใช้จ่ายอันไม่จำเป็นเพิ่มขึ้นด้วยครับ คิดแล้วทั้งเป็นการเพิ่มรายจ่าย
สำหรับแต่ละบ้านแต่ละครอบครัว ถังเป็นการเพิ่มขยะแก่โลก

สำคัญเคยทราบกันไหมครับ ว่า ถุงขยะสีดำนั้น เมื่อนำไปกองรวมกัน
ที่บริเวณซึ่งขยะถูกนำไปเท มีการแกะขยะออกมาแล้วนำถุงดำเหล่านั้น
ไปขายอีกในตอนท้าย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ว่า คนทั้งเมืองต้องออกเงินซื้อ
ถุงดำมาใส่ขยะ เพื่อให้ปลายทาง มีผู้ได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น
นี่ยังไม่นับรวม ยอดขายถุงดำของร้านค้า ห้างค้าปลีกใหญ่เล็กอีก
ซึ่งแต่เดิมอาจจะมีการจำเป็นต้องใช้ระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบัน ความต้องการ
ทวีคุณมากยิ่งขึ้นไป

ถามกันตรงๆว่า นโยบายถนนไร้ถังขะ ใครเป็นคนได้ประโยชน์กันแน่ครับ
ประชาชนจริงๆหรือครับ แล้วใครเป็นผู้เสียประโยชน์ครับอันนี้ผมแน่ใจ
ประชาชนแน่ๆครับ

สังคมนี้มิใช่ว่า ทุกความคิดซึ่งออกมาจากกลุ่มคนบางกลุ่มจะถูกต้องดีเลิศ
เสมอไป แต่ถ้าความคิดเหล่านี้นำมาใช้เพื่อเป็นกฎเป็นระเบียบในสังคม
ย่อมต้องคิดตรึกตรองไตร่ตรองก่อนว่า สังคมได้อะไรบ้าง ประชาชน
ต้องสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่ แล้วผลเสียสืบเนื่องต่อไป
จะมีอะไรตามมาบ้าง คนเล็กคนน้อยหาของในถังขยะ เค้าจะมีชีวิตอย่างไร
หรือว่า เราๆท่านๆผู้มีงานอื่นทำ จะไปแย่งขยะรีไซเคิลในถังขยะกับคนหา
ของในถังขยะ ไม่นึกไม่ฝันครับว่า ทำไมเพียงเรื่องเหล่านี้ทำไม
คนบางคนถึงไม่เคยคิดได้ หัวจิตหัวใจเค้าไม่ทำด้วยอะไร ทำไมวิธีคิด
ถึงได้มองอะไรเพียงความสวยงาม เอาหน้าเอาตามาก่อน คุณภาพชีวิต
และเศรษฐกิจของคนเล็กคนน้อย และทำไมต้องให้ประชาชนต้องมี
รายจ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นด้วยครับ


โดย.. ช้างเผือก 58.147.53.107   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

9 มี.ค.2553  เวลา 00:12 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.53.107  

มิได้เจตนานำภาพมาโฆษณาเพื่อเป็นประโยชน์ทางการค้าแก่ใครนะครับ
เพียงแต่หา ภาพราคาของถุงขยะได้สะดวก เพียงแหล่งนั้นครับ

ซึ่งพูดอย่างเต็มปากเลยครับ ไม่อยากให้ทุกบ้านต้องเสียเงินซื้อเลย มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นทำไม
เศรษฐกิจก็ไม่ได้ดีอะไร หาเงินมาเลี้ยงชีพทุกวันก็ยากเต็มทีแล้วครับ

ท่านอื่นๆคิดว่า เป็นสิ่งที่ควรทำแล้วหรือไม่ครับ ในเมื่อ ทุกบ้านต้องควักเงินจ่าย
ถ้าไม่ควัก เทศบาลมาแจก ก็คือ ประชาชนควักนั้นเอง เพราะมาจากภาษีประชาชนทั้งสิ้น

ถ้านักการเมืองเจ้าของความคิด ตรังถนนทุกสายไร้ถังขยะ เอาเงินส่วนตัวมาซื้อถุงดำแจก

นั้นหละครับ ผมยอมรับนโยบาย นั้น นี่อะไร คนหนึ่งฝันคิดจินตนาการไปไกลโน้น
แต่ให้คนทั้งเมืองต้องมารับกรรม รองรับผลกรรมซึ่งไม่ได้ก่อกับความคิดความฝัน
ซึ่งบางคนเท่านั้นอยากจะได้ จะมี จะเห็น จะเป็น
ยุติธรรมแล้วหรือ มีคุณธรรมแล้วหรือครับ


 ความคิดเห็นที่ 2

9 มี.ค.2553  เวลา 03:08 น.
โดย.. ๏มัJกSน้๏€๏— 58.10.87.180  
แล้วคนที่เดินตามท้องถนน จะทิ้งขยะตรงไหน ในเมื่อเอาถังออกไปแล้ว

ส่วนเรื่องถุงดำนั้น แพงจริง ๆ เคยอยู่หอมาก่อน

--------------- เทศบาล ทำอะไรแปลก ๆ ดีนะ ------------------

 ความคิดเห็นที่ 3

9 มี.ค.2553  เวลา 09:21 น.
โดย.. วิโรจน์ 118.175.98.206  
คงจะมีอะไรแปลกๆ อีกไหมครับ

 ความคิดเห็นที่ 4

9 มี.ค.2553  เวลา 10:31 น.
โดย.. DONZONE 118.173.134.227  

ล้มเลิกเหอะโครงการนี้ มีแต่คนด่า ชอบเหรอคนด่าอ่ะ....

คนไม่พอใจ ก็อย่าดันทุรังทำไปเลย ไม่ต้องกลัวเสียหน้าหรอก ทุกคนให้อภัยนะ

เอาเงินภาษีที่เก็บๆไปอะ มาซื้อถังขยะให้มันดูดีทันสมัยซะยังดีกว่าเอาเงินไปซื้อเสาไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ไร้สาระนั้น


 ความคิดเห็นที่ 5

9 มี.ค.2553  เวลา 10:44 น.
โดย.. ^__^ 117.47.108.179  

รวมตัวกัน ลงชื่อประนาม ความโง่เขลาของผู้บริหารเทศบาลชุดนี้ ถ้าเรื่องแค่นี้ยังแก้ไขไม่ได้ สมัยหน้าก็อย่าไปเลือก หรือว่ามีกฏหมายข้อไหนที่จะฟ้องศาล ทำให้ประชาชนเดือดร้อนบ้างไหม คิดมาได้โครงการปัญญาอ่อนนี่ ห่วยแตก


 ความคิดเห็นที่ 6

9 มี.ค.2553  เวลา 10:46 น.
โดย.. ^__^ 117.47.108.179  
เอางี้มั้ย รวมถุงดำใครมีขยะอะไรก็ไปกองหน้าเทศบาล หรือนายกฯ ซะเลย เผื่อจะตาสว่างบ้างว่าขยะ มันควรจะทิ้งอย่างไร ควรมีถังขยะมั้ย ถุงดำพวกหมามาก็คุ้ยสกปรกเลอะเทอะ เมืองนอก เมืองที่เจริญแล้วเค้าก็มีถังขยะไว้คอยบริการประชาชน นี่อะไรทำไมสมองผู้บริหารถึงได้งี่เง่าจัง

 ความคิดเห็นที่ 7

9 มี.ค.2553  เวลา 11:18 น.
โดย.. Nen 222.123.75.63  

เห็นด้วยกับ คห. 4 นะครับ เอางบไปจัดหาถังขยะสวยๆ  ทันสมัย มาจะดีกว่ามั้ย แล้ว เพื่อความเรียบร้อย ก็มีมาตรการ การทำความสะอาดถังขยะ ที่ชัดเจน ไม่ใช้มาถึงจับเทใส่รถขนขยะแล้วก็ "โยน" ไว้ที่เดิม เท่าที่สังเกตตอนนี้ ไม่มีถังขยะ ก็ไม่ได้จะดูดีขึ้นนะครับ ประการแรก ถ้าจะให้ถนนสวยไม่มีถังขยะ ก็ควรจะจัดเก็บให้เป็นเวลา ไม่ใช่เกือบเที่ยงแล้วขับรถผ่าน กองขยะก็ยังอยู่ แล้วปัญาหาคนเดินถนน ต้องพกขยะกลับไปทิ้งบ้านรึเปล่า แล้ว ปัญหาสุนัขจรจัด หรือไม่จรจัดตามท้องถนน ที่มาคุ้ยเขี่ย เศษอาหาร จากกองถุงดำ พ่านเต็มไปหมด ผมว่าน่าจะมีการไตร่ตรองมาตรการนี้ใหม่ นะครับ เพื่อให้ได้ข้อสรุปในหารปฎิบัติ ที่ถูกต้องและเหมาะสม  ( บ้านผมใช้ถุงดำ วันละประมาณ 3 - 4 ใบ ) ถ้าขนาดที่เทศบาล "เคยแจก" (ขอใช้คำว่าเคยแจกนะครับ)


 ความคิดเห็นที่ 8

9 มี.ค.2553  เวลา 19:51 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.60.48  

นักการเมืองท้องถิ่นบางคนให้ข้อมูลแก่หนังสือพิมพ์แก่นักข่าวว่า

โดยที่ผ่านมารายได้จากการเก็บค่าบริการไม่ว่าจะเป็นภาษีการจัดเก็บขยะ

ซึ่งทางเทศบาลคิดเพียงครัวเรือนละ 8 บาท/เดือน ปีหนึ่งประชาชนจ่ายเพียงครัวเรือนละ 96 บาท

ในขณะที่เทศบาลอื่นๆ เก็บค่าบริการอยู่ในอัตรา 30-40 บาท/เดือน

ดังนั้นโครงการนครตรังไร้ถังขยะนอกจากจะช่วยเป็นการประหยัดรายจ่ายแล้วยังถือเป็นการช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

พี่น้องประชาชนคนตรังทราบกันดีว่า แต่ละปี ส่วนการปกครองท้องถิ่นมีงบประมาณ เหลือล้นเพียงใด

เพราะดูได้จากบรรดาโปรแจคทั้งหลายทั้งปวงที่ใช้เงินภาษีประชาชนจัดทำและจัดสร้าง ในแต่ละปี

เป็นเงินหลายสิบหลายร้อนล้าน เราๆท่านๆก็เห็นกันดีอยู่กับตา

 

ประชาชนคนตรังทั้งหลาย ก็พยายามทำเป็นมองไม่เห็นแล้ว เกี่ยวกับประสิทธิภาพการบริหาร การจัดการ

หรือแม้กระทั่งความคุ้มค่าของเงินภาษีซึ่ง หน่วยงานต่างๆใช้ว่า คุ้มหรือไม่คุ้มค่าที่เทเงินลงไป

 

แต่บัดนี้ เทศบาล กำลังทำให้เกิดสภาพความไม่ปกติสุข แก่ท้องถิ่นและชุมชน

จริงๆหน้าที่ของเทศบาลคือ ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขอย่างร้ายที่สุดต้องไม่ต่ำกว่าเดิม

แต่นี้กลายเป็นทำให้ประชาชนอยู่ไม่เป็นสุขยิ่งไปกว่าเดิม มีรายจ่ายเพิ่มไปกว่าเดิม

ท่านคิดว่า ท่านกำลังทำสิ่งที่ควรทำแล้วหรือ ท่านคงอยากสอนบทเรียนให้ประชาชนคนตรัง

เข้มแข็งและรวมตัวกันได้อย่างมีพลังใช่หรือไม่ครับ เพื่อให้ประชาชนจะได้รุกขึ้นมา

ดูแลบ้านเมืองอย่างจริงจัง แทนที่จะไว้วางใจให้เพียงบางกลุ่มคนกระทำเหมือนบ้านเมือง

ท้องถิ่นตรังเป็นของกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นหรือ

 

นักการเมืองบางคนอ้างเรื่อง การท่องเที่ยว ลองมาคิดดูว่า นักท่องเที่ยวมาตรัง

เห็นถังขยะบนถนน เปรียบเทียบกับอีกภาพ เห็นกองขยะบนถนนเรียงไปทั่วตาม

เสาไฟฟ้า อันใดน่าชมน่าดูไปกว่ากัน ไม่ต้องฉลาดใครๆก็ทราบว่า อะไรดูดีกว่ากัน

แล้วคำอ้างว่า เพื่อลดสภาวะโลกร้อน ประเด็นนี้ก็ ฟังไม่ขึ้น ทุกวันนี้ใช้ถังขยะ
ใช้แล้วใช้อีก แต่ถุงชยะใช้แล้หมดไป อะไรจะเปลืองทรัพยากรมากกว่ากันอะไร
จะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ากันครับ

ถุงขยะ ตรา.........

ขนาด 40 x 60 นิ้ว (ขนาดถุงใหญ่กว่า)

1 แพ็คบรรจุ 5 ใบ
ราคาถ้าซื้อ 1 แพ็ค ราคาแพ็คละ 39 บาท
ถ้าบ้านหลังใหญ่หน่อย 1วัน ใช้ 1 ถุง
ถ้า 30 วันใช้ 30 ถุง เท่ากับ 6 แพ็ค ได้ราคาถูกลงถ้าซื้อ 10 แพ็คขึ้นไปเป็นราคาแพ็คละ 35 บาท
x 6 แพ็ค เป็นเงิน เป็นเงิน 210 บาท (ต่อ เดือน)
ถ้า 365 วันใช้ 365 ถุง เท่ากับซื้อ 73 แพ็ค ได้ราคาถูกลงถ้าซื้อ 10 แพ็คขึ้นไปเป็นราคาแพ็คละ 35 บาท
x 73 แพ็ค เป็นเงิน 2555 บาท ต่อ 1 ปี


ถุงขยะ ตรา.........

ขนาด 30 x 40 นิ้ว (ขนาดถุงเล็กกว่า)

บรรจุ 10 ใบ

ราคาถ้าซื้อ 1 แพ็ค ราคาแพ็คละ 39 บาท
ถ้าบ้านหลังเล็ก 1วัน ใช้ 1 ถุง
ถ้า 30 วันใช้ 30 ถุง เท่ากับ 3 แพ็ค ได้ราคาถูกลงถ้าซื้อ 10 แพ็คขึ้นไปเป็นราคาแพ็คละ 35 บาท
x 3 แพ็ค เป็นเงิน เป็นเงิน 105 บาท (ต่อ เดือน)
ถ้า 365 วันใช้ 365 ถุง เท่ากับซื้อ 37 แพ็ค ได้ราคาถูกลงถ้าซื้อ 10 แพ็คขึ้นไปเป็นราคาแพ็คละ 35 บาท
x 37 แพ็ค เป็นเงิน 1295 บาท ต่อ 1 ปี


 ความคิดเห็นที่ 9

9 มี.ค.2553  เวลา 21:34 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.60.48  

พี่น้องชาวตรังเคยจำได้หรือไม่ครับ แต่ก่อนถังขยะบนถนนเคยมีแบบ
มีฝาปิด มีถังสีเขียวและสีเหลือก มีลูกล้อ ถังขยะเหล่านั้นเคยถูกใช้บน
ถนนสายต่างๆ แต่บัดนี้ ปี 2553 ถังเหล่านั้นถูกเก็บไปหมดสิ้นแล้ว
ถังเหล่านั้นผ่านการจัดซื้อมาจากภาษีของทุกท่านทั้งสิ้น แล้วหายไป
ไหนหมด หรือว่า ต้องซื้อกันทุกปีไม่มีวันหยุดใช้งบเพื่อซื้อ

ปีนี้ 2552-53 บนถนนมีถังพลาสติก มือสอง ขนาด 200 ลิตรแทนดังตัวอย่าง
ในรูปครับ ถังก็เพิ่งซื้อมาด้วยเงินทำไมต้องเก็บไม่ให้ใช้ด้วยครับ เมื่ออยากจะซื้อ
ก็ซื้อมาเป็นเงินมหาศาล เมื่ออยากจะเก็บเพราะความอยากส่วนตัวก็เก็บอย่างนั้นหรือ
ทำไมใช้เงินกันสิ้นเปลืองเช่นนั้นครับ ถังพลาสติกก็ยังมีสภาพดี ใช้งานได้ดี
เอาไปเก็บแล้วเปลืองเงินซื้อหามาทำไมครับ ช่วยตอบข้อนี้หน่อยเถอะครับ

ถ้าอนาคต เปลี่ยนใจ มาใช้ถังขยะพลาสติกอีก คงต้องจัดซื้อกันใหม่หมดอีกรอบ
อีกหรือเปล่าครับ ที่เก็บไปแล้วถือว่า ผลาญเงินภาษีหรือไม่ ซื้อมาแล้วไม่ยอมใช้งาน
สิ้นเปลืองโดยปราศจากการไตร่ตรองก่อนใช้เงินหรือไม่ครับ


 ความคิดเห็นที่ 10

9 มี.ค.2553  เวลา 21:44 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.60.48  

ลองคิดดูนะครับ ถ้าบนถนนไม่มีถังขยะแล้ว เมื่อนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ

มาเดินซื้ออาหาร ซื้อของว่า ลูกชิ้นปิ้ง น้ำดื่มเป็นแก้ว อย่างเช่น ตลาดรื่นรมย์
ถนนคนเดิน หรือ งานคนอยากขาย หรือ ทั้งหลายทั้งปวง แล้วผู้ซื้อถือภาชนะ
ถือถุงและไม้เสียบหมูปิ้ง ลูกชิ้นปิ้ง จะต้องเอาขยะเหล่านั้นไปทิ้งที่ใดครับผม

โลกนี้มีชีวิตที่นอกเหนือจากอยู่ในตึกในอาคารนะครับ มิใช่ทุกคนจะใช้ชีวิต
ในตึกในอาคารกันหมด ชีวิตกลางแจ้งยังคงมีอยู่ครับ ทำไมถึงใช้วิธีคิด
แบบเฉพาะคนบางกลุ่ม มาบังคับใช้ให้คนทั้งเมืองต้องเดือดร้อนไปด้วยครับผม

คิดง่ายๆนะครับ คนตรังไปเที่ยวจังหวัดอื่น ไปซื้อหาอาหาร ของกินเล่นมากิน

จะต้องแบกต้องเก็บขยะเหล่านั้นกลับมาทิ้ง ที่จังหวัดตรังหรือเปล่าครับ ถ้า
ท้องถิ่นเหล่านั้นไม่มีถังขยะ


 ความคิดเห็นที่ 11

10 มี.ค.2553  เวลา 17:56 น.
โดย.. LUP 118.173.128.218  

ขอบคุณเทศบาลซิครับ ...ที่ นำความเน่าเหม็นมาให้  ผู้บริหารนั่งห้องแอร์เย็นฉำ

หน้าวัดควน-สภา เน่าแล้วพี่น้องเหอ


 ความคิดเห็นที่ 12

10 มี.ค.2553  เวลา 20:19 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.53.105  

ใช่ครับ ถนนวิเศษกุล ตั้งแต่บ้านพักผู้พิพากษา หน้าดับเพลิง ขึ้นไปเรื่อย ถังขยะใช้เงินประชาชนซื้อ
ถูกเทศบาลเก็บไปหมดแล้ว  ทั้งๆที่ถังขยะก็ยังใช้งานได้ดี ยังมีคนใช้ทุกวัน

แล้วก็มาบังคับให้ประชาชนเอาขยะไปกองตามพื้น ตามเสาไฟ สร้างภาพที่แสนจะเสื่อมโทรม

ตกลงเราพัฒนาบ้านเมืองไปลงเหว ลงทะเล หรือพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองกันแน่ก็ดูกันด้วยตา และพิจารณา
กันด้วยสมองของทุกท่านด้วยนะครับ


 ความคิดเห็นที่ 13

10 มี.ค.2553  เวลา 22:17 น.
โดย.. zercon 111.84.3.32  
สุดยอดโครงการในประวัติศาสตร์ครับ  แนวคิดกับแนวทางปฏิบัติมักจะสวนทางกันเสมอ  ผมไม่ทราบนะครับว่าโครงการนี้ก่อนที่จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้  ได้มีการสำรวจความคิดเห็นหรือความต้องการของประชาชนมาก่อนรึเปล่า  แต่เท่าที่เห็นผมไม่ชอบโครงการนี้เอาซะเลย  ขนาดประเทศที่พัฒนาแล้วหลายๆประเทศยังมีถังขยะคอยให้ความสะดวกแก่ประชาชนเลย  ณ ปัจจุบัน  รายรับรายจ่ายของแต่ละคนไม่ได้มากมายอะไรเลยกับการดำรงชีพอยู่แล้ว  แต่ไม่อยากไปเทียบกับคนที่คิดหวังหาผลประโยชน์กับประชาชนตาดำๆ  กลับต้องมารับผิดชอบกับค่าใช้จ่ายที่เหมือนกับรู้สึกว่าถูกเก็บเงินภาษีเพิ่มขึ้นมาอีก.

 ความคิดเห็นที่ 14

11 มี.ค.2553  เวลา 08:09 น.
โดย.. คมแฝก 113.53.7.202  
555555 เที่ยวหน้าอย่าลืมเลือกยกทีมนะครับ......

 ความคิดเห็นที่ 15

12 มี.ค.2553  เวลา 23:31 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.147.52.145  
ผมไม่ทราบว่าในเขตเทศบาลมีบ้านพักอาศัยอยู่กี่ครัวเรือนนะครับ จากข้อมูลคือ จำนวน 21,344  หลัง
คิดดูแบบง่ายว่า แต่ละหลังจ่ายเงินซื้อ ถุงดำใส่ขยะวันละ 1 ถุง เป็นเงินแล้วตก 21344 หลัง x 3.5 บาท(ต่อ1ถุง) เป็นเงิน
74,704 บาท(ต่อวัน)
ถ้า 1 ปี เป็นเงิน 74,704 บาท x 365 วัน    27,266,960 บาท (ยี่สิบเจ็ดล้านสองแสนหกหมื่นหกพันเก้าร้อยหกสิบบาท)
ถ้าคิดว่า เป็นการประหยัดเงิน มากหรือไม่ครับ ที่เงิน 27 ล้านต่อปีที่ประชาชนต้องควักจ่าย

สรุปแล้วนโยบายนี้คนได้จริงๆคือ ธุรกิจขายถุงดำครับ มีแรงซื้อเพิ่มขึ้นมหาศาล จำนวนถุงดำซึ่งไปกองที่ไสยลาว ก็คงจะมหาศาล แล้วใครได้ประโยชน์ครับ

ประชาชนมีแต่เสีย ทุกด้าน เลย  ถ้านโยบายนี้ประชาชนคนตรังยอมรับได้ ผมก็ว่าแปลกแล้วครับ จริงอยู่ครับควักเงินวันละ 3.50 บาทนั่นนิดเดียว แต่ต้องควักทุกวันนั้น 1,277.50 บาท (หนึ่งพันสองร้อยเจ็ดสิบเจ็ดบาทห้าสิบสตางค์)

ทั้งที่ถ้ามีถังขยะรายจ่าย 27 ล้านนี้อาจไม่ต้องจ่าย

เทศบาลคิดอะไรตื้นๆไปหรือเปล่าครับ ความจริงง่ายๆเหล่านี้ทำไม ถึงคิดไม่ออกครับผมสงสัยเหลือเกิน

หรือคิดว่า คนตรังลืมคิด หรือไม่เคยคิด หรือ คิดไม่ทัน ถึงผลกรรมที่ต้องมาแบกรับกับนโยบายเพี้ยนนี้ครับ


เทศบาลนครตรัง จำนวนประชากร 
              ภายในเขตเทศบาลนครตรัง มีประชากรทั้งสิ้น 60,312 คน แบ่งเป็นชาย 28,397 คน เป็นหญิง 31,395 คน มีจำนวนบ้านทั้งสิ้น 21,344 หลัง คิดเป็นประชากรโดยเฉลี่ยต่อพื้นที่ 4,722 คนต่อตารางกิโลเมตร จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 38,903 คน แบ่งเป็นชาย 17,432 คน แบ่งเป็นหญิง 21,476 คน (ข้อมูล ณ เดือน พฤษภาคม 2550
ข้อมูล ณ เดือน พฤษภาคม 2550)
http://www.trangcity.go.th/TH/content.php?Con_ID=1

 ความคิดเห็นที่ 16

25 มี.ค.2553  เวลา 20:57 น.
โดย.. หนึ่งบท 113.53.4.24  
 

ถนนวิเศษกุลไม่มีถังขยะทีแรกเราก็แอนตี้ในใจพอมาสักระยะหนึ่งก็คิดว่าดีเหมือนกันเพราะหลังจากรถเทศบาลมาเก็บขยะแล้วก็สะอาดตาดีไม่มีถังให้รุงรังลูกกะตาแต่ที่ต้องปรับปรุงตามความคิดเราน่ะ

1.ผู้อยู่อาศัยควรนำขยะมาวางให้เป็นเวลาก่อนรถมาเก็บขยะจะได้ไม่ต้องค้างอยู่บนถนน

2.ร้านค้าที่มีขยะมากๆ เช่นร้านอาหารควรมีถังหมักขยะเพื่อทำน้ำชีวภาพและใช้น้ำนั้นแหละราดลงในคูน้ำเพื่อเป็นการลดกลิ่นและทำลายวงจรยุง แมลงสาบและอื่นๆ ด้วย

3.ถ้าเป็นไปได้เทศบาลมีงบแจกถุงดำบ้างก็ดีน่ะเราให้ความร่วมมือท่านแล้วท่านก็ควรอำนวยความสะดวกเราด้วยเดือนล่ะกี่ถุงก็ว่าไปไม่ต้องครบจำนวนวันในหนึ่งเดือนก็ได้

แต่ที่เราให้คำแนะนำไม่ได้ก็คือเมื่อฝนตกหนักขยะลอยเป็นแพบนถนนโดยเฉพาะใกล้สี่แยกวังตอ ขอโทษดูไม่จืดเลย หรือว่ารถเทศบาลจะเวียนมาดูซ่ะก่อน ก่อนที่ฝนจะตกหนัก พอเห็นฝนตั้งคราวรีบมาเวียนเก็บขยะอีกสักรอบ หรือพอฝนหายก็รีบมาทำความสะอาดทันทีแต่ทั้งนี้ถ้าปฎิบัติตามข้อ 1 ก็น่าจะแก้ปัญหาได้น่ะ


 ความคิดเห็นที่ 17

1 เม.ย.2553  เวลา 16:06 น.
โดย.. ช้างเผือก 124.157.162.158  

เทศบาลมาแจกถุงดำให้ทุกบ้าน ท่านอาจจะลืมไปว่า เงินที่ต้องจัดซื้อถุงดำมาแจก นั่นก็เงินภาษีของคนในชุมชนนี่เองครับ
แล้วทำไมไม่เลือกหนทางซึ่ง ประหยัดกว่าหละครับ ก็ในเมื่อถังขยะยังใช้ได้ดี ไม่น่ารังเกียจอะไร ใช้แล้วสามารถกลับมาใช้ใหม่ดี
ลองคิดดูว่า ถุงดำใช้แล้วหมดไปทุกวัน กลับถังขยะซื้อมาแล้วใช้ได้หลายๆปี อะไรช่วยประหยัดเงินมากกว่ากัน

อะไรช่วยลดโลกร้อนมากกว่ากัน อะไรทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยกว่ากัน

บางท่านอาจไม่ทราบว่า ทุกวันนี้ทุกกิจกรรมและทุกโครงการซึ่งเทศบาลทำลงไปใช้เงินมาจากภาษีของทุกท่านนะครับ ถึงท่านจะไม่ตระหนักในข้อนี้ แต่ก็ต้องตระหนักว่า ส่วนรวมและความถูกต้องย่อมมาก่อนความถูกใจ จะทำอะไรก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด คุ้มค่า ประหยัดก่อน มิใช่สวยหรู่งามตา แต่สิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ

มิใช่ว่าเห็นคนต่างประเทศทำอะไรก็จะทำเรียบแบบไปทุกเรื่อง เราต้องมองให้ครบรอบด้านว่า จะเกิดผลเสียหรือผลดีอะไรบ้างตามมา อย่ามองแต่ความหรู่ งามตา แต่ไร้แก่นสารสาระครับ

เบื้องหลังพรุทุกดอดที่จุด แล้วคนเห็นก็ร้องเฮเพียง 3-5วินาที เบื้องหลังความสวยงามที่ผ่านตากเพียงชั่วครู่ ต้องแลกมาจากเงินภาษีทั้งสิ้นนะครับ



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน