ใครส่งลูกไปเนิร์สเซอร์รี่บ้าง


มีลูกเพียงคนเดียว อายุ 2 ขวบ 1 เดือน อยากให้เด็กแข่งขันเรียนรู้ที่จะสามารถเข้าเรียนใน ร.ร.ชื่อดัง แต่ลูกเลี้ยงยาก ขี้ร้อง งอแงหน่อย แต่เด็กแข็งแรงและปกติดี กลัวปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ยาก และกลัวเป็นข่าวที่ พี่เลี้ยงเหวี่ยงเด็กไปมาด้วยความรู้สึกเบื่อและล้ากับเด็กขี้ร้อง อยากปรึกษาผู้ปกครองที่มีประสบการณ์ ว่าสมควรส่งเรียนเนิร์สเซอร์รี่เพื่อให้เด็กมีพื้นฐานหรือไม่ มีที่ไหนบ้าง ราคาเท่าไหร่ต่อเดือน สุขอนามัยดีแค่ไหน หรือไม่ต้องส่ง ให้ไปฝึกเรียนรู้เองเมื่ออนุบาล ช้าไปหรือเปล่า ขอบคุณมาก ๆๆ


โดย.. ลังเล 222.123.74.4   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

20 ก.ค.2551  เวลา 20:58 น.
โดย.. ำ 58.8.188.67  
ผมว่าคุณควรเลี้ยงลูกเองดีกว่านะ เด็กมีปัญหาส่วนใหญ่ก็มาจากการไม่ได้เลี้ยงดูจากผู้ปกครองโดยตรงทั้งนั้น

 ความคิดเห็นที่ 2

21 ก.ค.2551  เวลา 10:25 น.
โดย.. pp 58.147.59.69  
ทำไมถึงอยากให้ลูกแข่งขันตั้งแต่อายุแค่นี้ ท่าทางแล้วคุณไม่ได้อยากให้ลูกมีความสุขเท่าไหร่ แต่อยากให้ตัวเองมีหน้ามีตา กลัวตัวเองจะเสียหน้าที่ลูกเข้าโรงเรียนชื่อดังไม่ได้ เด็กที่ขี้ร้อง ปรับตัวอยาก เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของแม่ทั้งสิ้น ดูข้อมูลแล้วคุณแม่น่าจะเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้โมโห ไม่ค่อยเอาใจใส่ลูก ดีแต่คิดว่าจะส่งลูกไปให้คนอื่นเลี้ยงและปรับนิสัยให้

 ความคิดเห็นที่ 3

21 ก.ค.2551  เวลา 13:04 น.
โดย.. เคยเจอมาแล้ว 125.24.162.159  
ผู้ปกครองทุกท่านครับ  แค่ให้บุตรหลานของคุณอ่านออกเขียนได้ก็พอแล้วครับ   พอถึงวัยเติบใหญ่คุณไม่ต้องกลัวหรอกว่าบุตรหลานของคุณจะเข้าเรียนไม่ได้  เพียงแค่คุณเอาเงินซัก แสนหรือสองแสน ไปฟาดหัวในสถาบันนั้น  ก็ได้เข้าเรียนเองนั่นแหละ......อย่าคิดมากน่า แค่มีตังค์ก็โอเค

 ความคิดเห็นที่ 4

21 ก.ค.2551  เวลา 17:49 น.
โดย.. ใบหยก 117.47.105.228  
เลี้ยงไปก่อนพออายุครบ 3 ปีก็เข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนครตรัง ที่นี้มาตฐานการเรียนรู้สูงมากเหมาะสำหรับเด็กอ่อนแอ เข้าสังคมยาก

 ความคิดเห็นที่ 5

21 ก.ค.2551  เวลา 20:44 น.
โดย.. ครูไหว 118.173.128.23  

เด็กๆ ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ เลี้ยงยาก เลี้ยงง่าย แตกต่างกันไปตามบุคลิกภาพของเด็ก

ถ้าเลี้ยงเองได้และคิดว่ามีศักยภาพพอ ก็ควรเลี้ยงเองจนถึง 4 ขวบ ค่อยส่งเข้าอนุบาล นั่นแหละเค้าถึงพร้อมจะเรียนรู้ ช่วยเหลือตัวเองได้

 


 ความคิดเห็นที่ 6

22 ก.ค.2551  เวลา 02:30 น.
โดย.. คดท 202.44.210.45  

เข้าธีรพร หรือลูกรัก น่าจะได้แล้ว แต่เราก็อย่าหวังให้สูงมากนัก อย่างไรลูกก็น่าปรับตัวเข้ากับสังคมได้  พ่อแม่ต้องช่วยด้วยนะ เรียนรู้แต่เล็กๆๆเด็กจะได้ไม่เครียด เขามีวิธีสอนให้เด็กรู้เรื่องต่างๆๆได้ดีกว่าผู้ปกครองนะ...(เคยส่งไปเรียนแล้ว)   


 ความคิดเห็นที่ 7

22 ก.ค.2551  เวลา 07:39 น.
โดย.. xxx 117.47.215.104  

รักลูกให้ถูกทาง ทำไมถึงอยากให้ลูก เก่ง หรือต้องแข่ง ทำไมไม่อยากให้ลูกเป็นคนดีล่ะครับ

เลี้ยงลูกเองได้ก็ทำไปเหอะ ดีกว่ามากๆ

ส่วนลูกงอแงบ้าง ปัญหาอาจจะอยู่ที่พ่อแม่และสภาพแวดล้อมด้วย ค่อยๆดูกันไป


 ความคิดเห็นที่ 8

22 ก.ค.2551  เวลา 11:25 น.
โดย.. ลังเล 117.47.106.162  
ขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความเห็นครับ  แต่ว่าผมต้องทำงาน(มนุษย์เงินเดือน)น่ะครับ  และผมรับเด็กเป็นบุญบุตรบุญธรรมเนื่องจากพ่อแม่เด็กเสียชีวิตเมื่อเด็กอายุ 6 เดือนแต่เด็กไม่ติดเชื้อครับ พ่อของเด็กเป็นเพื่อนผมเองแต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายของพ่อแม่เด็กไม่ยอมรับเด็กน่ะครับ และได้รับปากพ่อเด็กว่าจะเลี้ยงอย่างที่ดีที่สุดด้วยเงินเดือนของผมเอง แต่ผมก็ไม่รู้น่ะครับว่าการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด หมายถึงการที่เราต้องส่งลูกเข้าเรียนสถาบันที่ดีที่สุดหรือไม่ ไม่ทราบว่าการเข้าเนิร์สเซอร์รี่คือวิธีที่ดีกว่าหรือเปล่า เพราะเวลาทั้งชีวิตของผม ผมให้แก่เด็กคนนี้ครับ แม้แต่จะมองหาว่าที่ภรรยา ผมยังไม่กล้าจะมีเลย ทุกวันนี้ต้องจ้างญาติผมมาเลี้ยงเช้าถึงเย็น พอญาติผมกลับไปผมจะดูแลเขาเอง ด้วยวัยทำงานของผม ผมคิดว่าได้เลี้ยงดูมาเท่าที่มีกำลังสุดความสามารถแล้วครับ อย่างน้อยก็เหมือนได้เห็นเพื่อนที่ผมรักที่สุดคนนั้น อนาคตน้องพุฒิ จะเป็นอย่างไรล่ะครับถ้าผมคิดจะแต่งงานขึ้นมาจริง ๆ  กลุ้มใจเหลือเกินครับ จะพยายามเข้ามาอ่านความเห็นทุกท่านน่ะครับ ขอบคุณมาก ๆ ๆ เลยครับ

 ความคิดเห็นที่ 9

22 ก.ค.2551  เวลา 13:08 น.
โดย.. pp 58.147.52.223  

ทำไมไม่บอกรายละเอียดแต่แรกล่ะคุณ คนอื่นเค้าจะได้ช่วยกันช่วยหาทางให้ เอาเป็นว่าส่งไปที่ "ลูกรัก" อยู่ในซอยวังตอ ลูกเราเคยอยู่ที่นั่นทั้ง 2 คน ตอนแรกไปก็ร้องสักอาทิตย์นึง ไม่นานก็เลิกร้อง แต่ว่าหลังจากเลิกงานแล้วให้เวลากับเค้ามากที่สุด อดทนกับเค้ามากที่สุด คุณกับเค้าคงจะผูกพันกันมาตั้งแต่ชาติก่อน ขอชมว่าคุณเป็นคนที่มีมนุษยธรรมมากคนหนึ่ง  


 ความคิดเห็นที่ 10

22 ก.ค.2551  เวลา 14:03 น.
โดย.. ลังเล 117.47.106.162  

ขอบคุณมากครับ  ผมเลี้ยงด้วยตนเองมาตลอด เพิ่งมีญาติมาช่วยดูไม่นานนี้เลยขี้ร้องเฉพาะกับคนแปลกหน้าน่ะครับ แต่กับผมจะไม่งอแง แต่พอผมไปทำงานก็ไหว้วานคนในที่ทำงานดูแลให้บ้างครับ ต้องกระเตงไปน่ะ ดีว่านายจ้างใจดีไม่ว่าอะไรน่ะขอรับ ขอบคุณมาก ๆครับ แต่จะให้ส่งสถานสงเคราะห์ก็ทำใจไม่ได้อีกน่ะแหละ อย่างน้อยก็ชะตามันต้องกัน  มีบุตรตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงาน ผู้หญิงที่ไหนก็ดูถูก และไม่ค่อยอยากรู้จัก ทั้ง  ๆ ที่หน้าที่การงานผมค่อนข้างดีนะครับ อายุถึงวัยมีภรรยา แต่ก็เป็นห่วงลูก อยากให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นเองขอรับ ขอบคุณมาก ๆ สำหรับคำแนะนำ ขอบคุณคุณ pp จากใจจริงขอรับ


 ความคิดเห็นที่ 11

27 ก.ค.2551  เวลา 00:37 น.
โดย.. littleant 203.118.93.199  

แสดงความคิดเห็นไม่ถูกเลย..มัวแต่อึ้งกับ คห. 8

แนะนำว่า..ควรส่งไปเรียนเตรียมอนุบาลนะคะ..เพื่อให้เด็กได้มีสังคม มีครูพี่เลี้ยง , เพื่อน รวมถึงการได้รับการฝึกฝนด้านพัฒนาการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจจะได้ในเรื่องของ ความอดทน , การรอคอย , การแบ่งปัน , การมีวินัย ฯลฯ

ลองทำตารางเปรียบเทียบกิจกรรมของเด็กในแต่ละวัน ระหว่าง อยู่บ้าน และ ไปเรียน..( ต้องเข้าใจก่อนนะคะว่าเรียนเตรียมอนุบาล ไม่เหมือนเรียนกวดวิชา ซึ่งจะได้มาในเรื่องของวิชาการ )
แล้วคุณจะรู้คำตอบว่าควรส่งไปหรือไม่ส่งไป..

ตย.
กิจกรรมน้องพุฒิ..ตอนอยู่ที่บ้าน
1. ตื่นนอน , อาบน้ำแต่งตัว , ทานข้าว ( พี่เลี้ยงป้อน เพราะอยากให้หมดเร็ว ๆ ซึ่งมันก็เป็นวิธีที่ผิด )
2. ดูการ์ตูน ( เพราะพี่เลี้ยงต้องซักผ้า รีดผ้าให้น้อง ) ทำให้เด็กสมาธิสั้นทางตรงเลย
3. ดูละครน้ำเน่า ( เพราะพี่เลี้ยงติดละคร ) อาจส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมหรือแสดงออกตามที่ได้รับรู้

กิจกรรมน้องพุฒิ..ตอนอยู่ที่ รร.
1. ไปถึงโรงเรียน ร้องไห้ ไม่ยอมจากอ้อมแขนคุณพ่อ ไม่สวัสดีคุณครู ( อิอิ เป็นจริง ๆ ..แต่รับรองไม่กี่วันอาการนี้จะหายไป แล้ว..ต่อ ๆ ไป ก็จะรู้จัก..สวัสดีคุณพ่อตอนที่มาส่ง , สวัสดีคุณครู แล้วรีบวิ่งเข้าไปเล่นกับเพื่อน ๆ )
2. ทานข้าว..( ทานเองซิคะ..ฝึกกล้ามเนื้อมือ แขน , ทานเสร็จเก็บอุปกรณ์ไปไว้ที่อย่างเรียบร้อย )
3. มีกิจกรรมให้ทำ เช่น ฟังนิทาน , ร้องเพลง , เต้นรำ , ออกกำลังกาย , ระบายสี , ฝึกเขียน , แล้วก็ได้ท่องจำ a - z , ก - ฮ , ฯลฯ

...... ........   .........
โอ้ย..ล้านแปดค่ะ..แต่เรื่องสถานที่ไม่สามารถแนะนำได้นะคะ พอดีเพิ่งย้ายมาอยู่ ตรัง ค่ะ..
หากมีข้อสงสัยหรืออยากปรึกษา ยินดีค่ะ..


 ความคิดเห็นที่ 12

26 ต.ค.2551  เวลา 10:49 น.
โดย.. nice 114.128.41.60  

เข้ามาอ่านด้วย  มีลูกเหมือนกัน ก็คิดเรื่องนี้ เหมือนกัน เป็นแม่เลี้ยงลูกคนเดียว ไม่มีญาติช่วยเลย พ่อเด็กอยู่ต่างจังหวัด เราต้องค้าขาย เปิดร้านตั้งแต่ 8 โมง ปิด สองสามทุ่ม มีพี่เลี้ยง ก็ยังไม่ค่อยถูกใจ ว่าจะไปเนิร์สเซอรี่  ก็ยังหาที่วางใจไม่ได้ เพราะลูกต้องอยู่นานกว่าเด็กทั่วไป อาจจะต้องกินนอนเลย

  เป็นกำลังใจให้นะค่ะ เลี้ยงเค้า ก็ผูกพันธ์รัก และ อยากให้เค้า ได้รับในสิ่งที่ดีที่สุด  เราเป็นเหมือนกัน ค่ะ

อย่างไร ก็ปรึกษากันได้นะค่ะ



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน