เส้นจราจรบริเวณสี่แยกโกกุน(ตรังรามา)


แต่ก่อนถ้าใช้เส้นทางจากถนนราชดำเนินมุ่งหน้าสู่สี่แยกโกกุนจมีช่องจราจรอยู่
3 ช่องจราจรแต่เมื่อมาถึงสี่แยกจะเหลือเพียง 2 ช่องที่รอสัญญาณไฟจราจร
แล้ววันดีคืนร้ายก็มีการว่าจ้างให้มีการตีเส้นช่องจราจรเสียใหม่
เดิม จากมีช่องซ้ายสุด  สำหรับเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดเมื่อปลอดภัย
และมีช่องขวาถัดมีสำหรับรถตรงและเลี้ยวขวาต้องรอสัญญาณไฟจราจร

อันใหม่ มี 2.2 ช่องจราจรคือ
ซ้ายสุดเลี้ยวซ้ายผ่านตลาดขนาดช่องจราจรประมาณกว้าง 60 ซม.
ช่องถัดมาช่องรถตรง ต้องรอสัญญาณไฟจราจร
และช่องขวาสุดช่องรถเลี้ยวขวา ต้องรอสัญญาณไฟจราจร
ซึงช่องตรงและรอเลี้ยวขวาความกว้างประมาณ 2.2 เมตร

ปัญหาก็มีอยู่ว่า
1. เป็นการตีเส้นที่ผิดพลาดหรือไม่
2.รอที่จะเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดก็ต้องเป็นรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้นใช่หรือไม่เพราะช่องจราจร
เล็กมากๆอย่างนั้น
3.ถ้าเกิดเหตุมีการชนกันหรือมีเหตุรถเชี่ยวชนกันจะยึดเส้นจราจรได้หรือไม่

วันนี้ผมประสบเหตุกับตัวเองแต่ยังไม่ถึงขั้นรถชน
ผมมารอไฟแดงในช่องทางตรงไปที่แยกนี้โดยผมอยู่ด้านถนนราชดำเนิน
ผมก็กลัวว่ามีรถยนตร์นั่งส่วนบุคคลจะเลี้ยวซ้ายก็พยายามไม่อยู่กลางช่อง
อยู่มาค่อนมาทางขวาหน่อยด้านช่องขวามีรถยนตร์จอดรอสัญญาณไฟ
แต่แล้วเมื่อ เวลานับถอยหลังประมาณ 8วินาทีก็มี รถยนตร์กระบะ
ขับมาทางซ้ายไม่รอสัญญาณไฟพยายามเบียดเข้ามาจนผ่านรถผมไปได้อย่าง
ใกล้มาก(ผมใช้รถมอเตอร์ไซค์ครับ)รถที่เบียดมาไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย
แต่อย่างใดเมื่อผ่านผมไปได้ ก็หักพวงมาลัยมาทางขวาทำท่าว่าจะมาปาดหน้า
ผมซึ่งขณะนั้นเวลานับถอยหลังเหลือ 5 วินาที ผมก็ไม่พอใจว่าเหตุใดมาปาดหน้า
กันเช่นนั้น ไร้มารยาทอย่างมาก จึงได้กดแตร่ไปเพื่อแจ้งว่าทำอย่างนี้ไม่ถูก
มิได้ตะโกนด่าออกไปแต่อย่างใด
สิ้นเสียงแตรของผมรถยนตร์กระบะนั้นก็จอดเปิดสัญญาณเลี้ยวซ้ายในทันใด
แล้วลดกระจกออกมามองหน้าผม  แต่ผมก็มองหน้ากลับไปแต่ไม่ได้พูดส่งเสียงใดๆ
ออกไป ผมก็เลยสงสัยว่า มันอะไรของมันรอสัญญาณไฟไม่ได้หรือทำท่าจะตรง
พอโดนคนอื่นต่อว่าก็กลบเกลื่อนบอกจะเลี้ยวซ้ายและมามองหน้าคนอื่นอีก

ถ้าท่านพบเหตุแบบผมท่านจะคิดอย่างไรครับ เส้นจราจรเป็นเหตุหรือว่าผมผิดที่ไปเปิดช่อง
ด้านซ้ายกว้างเกินจะรถยนตร์กระบะสามารถแทรกได้จึงเกิดเหตุเช่นนี้ครับ

โดย.. ช้างเผือก 58.136.151.10   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

2 มี.ค.2551  เวลา 22:51 น.
โดย.. คนตรังด้วยกั 118.173.127.236  
ทำใจเถอะครับ  ขับรถในเมืองตรัง ต้องถือคติ  รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี  ขอให้คุณโชคดีครับ

 ความคิดเห็นที่ 2

3 มี.ค.2551  เวลา 07:50 น.
โดย.. xxx 125.25.161.55  

ตรงนั้นพูดยากอ่ะ ทางมันแคบมาก คนจะเลี้ยวซ้ายบางทีติดรถที่ออกันอยู่ข้างหน้า เค้าก็ไม่อยากรอนานก็เบียดๆกันขึ้นไป

เดียวนี้ที่ตรังรถติดมากขึ้นคนเลยอดทนกันน้อยลง ระบบจราจรตรังก็พิลึกมากด้วย

มีสี่แยกสามแยกแปลกๆเยอะมาก


 ความคิดเห็นที่ 3

3 มี.ค.2551  เวลา 18:34 น.
โดย.. 55555 118.173.130.55  
แล้วผลสุดท้ายรถคันนั้น เลี้ยวซ้ายรึเปล่าครับ  ถ้าเลี้ยวก็หมายความว่ามันต้องไปกลับรถมาใหม่ เพราะมันตั้งใจจะไปทางขวา 

 ความคิดเห็นที่ 4

3 มี.ค.2551  เวลา 19:24 น.
โดย.. นางฟ้าตัวดำ 202.28.78.14  
ต้องวัดใจกัน

 ความคิดเห็นที่ 5

3 มี.ค.2551  เวลา 20:57 น.
โดย.. คนเมือง 118.173.126.50  

ปัญหาตรงนี้มาจากการตีเส้นจราจรใหม่เพื่อรองรับปัญหารถติด

เพราะรถทีจะไปตรงกับเลี้ยวขาวเยอะมากเลยต้องตีเส้นจราจรเป็นสองเลนครึ่ง

เลนซ้ายสุดก็เลยแคบไปนิดหนึ่งครับแล้วทีนี้ความเคยชินของคนขับรถบางคนทีไม่ดูเส้นจราจรใหม่

ก็มีกดแตรไล่กันประจำผมขับรถยนต์จอดเลนกลางยังโดนกดแตรไล่เลยเหนื่อยจริงๆกับตรงนี้

แต่ก็ต้องผ่านทุกวันต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองไห้ดีทีสุดครับคือการแก้ปํญหา


 ความคิดเห็นที่ 6

3 มี.ค.2551  เวลา 23:57 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.136.151.10  

ผมเห็นด้วยกับความคิดเห็นของท่าน คนเมือง ครับตรงที่ว่า เค้าคงจะตีเส้นเพื่อแก้ปัญหา คอขวด ซึ่งเกิดจาก
ปริมาณรถที่เลี้ยงขวาและตรงนั้นมากทั้งคู่

ส่วนคำถามท่านความคิดเห็นที่ 3 นั้นคือ เมื่อสัญญาณไฟจราจร เขียวแล้วผมก็ออกรถไปเลยครับไม่สนใจ
รถยนตร์กระบะอีกเลยว่า จะมองหน้า ด่าทอผมอย่างไร ก็ไม่ได้หันไปมองด้วยว่าเค้าจะเลี้ยวขวา
หรือ ซ้ายตามที่เปิดสัญญาณไฟซ้ายหรือไม่ครับ ผมเกรงใจคนรอต่อท้ายผมครับก็เลยไม่ได้รอ
ช้าเมื่อได้สัญญาณไฟไปได้

ก็ปล่อยให้เค้าด่าผมต่อไปที่ผม กดแตร่ ตอบโต้เค้าไปที่มาเบียดและปากหน้าผม


 ความคิดเห็นที่ 7

4 มี.ค.2551  เวลา 08:13 น.
โดย.. คนตรัง 125.24.138.252  

เส้นจรจรประหลาดๆ ดูได้ที่ (ไม่รู้เกิดจากสมองของใคร คนตีเส้น คนออกแบบ คนตรวจรับงาน หรือ คนรับเงิน)
- สี่แยกโกกุน ตามกระทู้
- แยกถนนพาดกันตรัง (ไม่รู้กี่แยก) เส้นที่มาจากตลาดจะไปกันตัง
- แยกหน้า รร.พรศิริกุล
- หน้าถนนรื่นรมย์ มาจาก รร.พรศิริกุล
- หน้า รร.สหตรังอาชีวะ มาจากน้ำพุ อยู่ๆ ก็เจอเลนเลี้ยวขวาเข้า รร.
นึกออกเท่านี้


 ความคิดเห็นที่ 8

4 มี.ค.2551  เวลา 10:42 น.
โดย.. ขมังเวท 202.28.6.18  

น่าจะเอาภาพของสี่แยกที่มีปัญหามาประกอบด้วยนะครับ เพื่อจะให้คนที่เกี่ยวข้องรับรู้เห็นถึงปัญหา และหาแนวทางแก้ไขต่อไป
อีกอย่าง นานๆ ผมจะไปในเมืองตรังสักที (แบบว่าคนในหม็องครับ) จึงไม่รู้ว่าถนนจุดไหนที่น่าเป็นอันตรายบ้าง จะได้ระมัดระวังครับ


 ความคิดเห็นที่ 9

4 มี.ค.2551  เวลา 10:50 น.
โดย.. ขมังเวท 202.28.6.18  
ฟ้องกันด้วยภาพเลยครับพี่น้อง

 ความคิดเห็นที่ 10

4 มี.ค.2551  เวลา 20:46 น.
โดย.. คนทับเที่ยง 203.158.177.3  
การจราจรที่ไร้ระเบียบ ยกให้อ่ะคะ เจอบ่อยมากเลย ทำใจนะคะ เราขับรถยนต์เจอมอไซด์ขับกลางเลนบ้าง ไม่เปิดไฟเลี้ยวบ้าง เปิดไฟเลี้ยวค้างไว้ก็บ่อยค่ะ พอขับมอไซด์ก็เจอรถยนต์ปาดหน้านี่ก็บ่อย ตุ๊กๆปาดก็บ่อย มอไซด์เองก็เบียดเราบ่อยๆ สรุปว่าต้องระวังสุดชีวิตหน่ะค่ะ หุหุ

 ความคิดเห็นที่ 11

4 มี.ค.2551  เวลา 21:54 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.136.151.10  

ผมมาคิดดูว่า ประชาชนและผู้ใช้ถนนไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ผู้ละเมิดกฎจราจร ก็จริงอยู่
แล้วจะให้ตำรวจจราจร มาคอยนั่งเฝ้าทุกแยกทุกบริเวณ อันนี้ก็ไม่มีทางทำได้
จะให้ใช้ระบบแบบออสเตรเลียคือ ให้มีการโอนการเปรียบเทียบปรับไปใช้ระบบกล้องวงจรปิด
แล้วให้เอกชนมาติดตั้งระบบและก็ให้สัมประทานเอกชนมาประมูลไป เมื่อมีใครทำผิด
ก็จะมีการนำภาพมาดูว่าผิดจริงหรือไม่ เมื่อสิ้นปีนำรถไปต่อทะเบียนก็จะมีการเปรียบ
เทียบปรับทันทีเมื่อสิ้นปี ถ้าไม่เสียค่าปรับก็ไม่ต้องต่อทะเบียนรถให้
เมืองนอกนี้ได้ผลมากเลยเพราะผู้ละเมิดเถี่ยงไม่ขึ้นเพราะเข้าจับภาพมาให้ดูกันเต็มๆ

เมืองไทยคงจะยังหาทางออกไม่ได้อีกแสนนานครับ แต่ที่ผมกังวลคือ ผู้ละเมิดกฎจราจร
และใช้ถนนแบบแล้วแต่ใจฉัน และแต่อารมณ์ ไม่สนใจความปลอดภัยของผู้อื่นซึ่งใช้ถนนเดียวกันเลย

ผมเห็นควรว่า น่าจะมีมาตรการทางสังคมเพื่อที่จะปรามหรือพูดจาหรือแจ้งเตือนให้ผู้ละเมิดเหล่านั้น
ได้ทราบถึงสิ่งที่ถูกต้องบ้าง อย่างที่ผมทำไปคือ กดแตร่ ก็เป็นอย่างหนึ่งที่เจตนาบอกเค้าว่าทำไม่ถูกนะ

แต่ถ้าปล่อยไป ปล่อยไป ตอนนี้น่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่า ไม่มีทางที่ผู้ทำตัวไม่ดีบนถนนจะลดพฤติกรรม
อันแสนจะเห็นแก่ตัวได้ลดการกระทำลง นับวันจะทำกันจนเป็นความเคยชิน และทำกันจนเป็นเรื่องธรรมดา

จนกว่าจะมีการชนกันแขนหัก ขาหัก หรือ เสียชีวิต ก็จะมานั่งบ่นกันว่า ไม่น่าอายุสั้นเลย ไม่น่าเกิด
ขึ้นกับพ่อแม่ ญาติพี่น้องของเราเรา ถึงตอนนี้ คงใช้เวลาทำใจนานแสนนานหละครับ

ผมเลยเสนอว่า อย่างน้อยก็น่าจะบอกคนที่เรารู้จักว่า ควรใช้ถนนอย่างไรให้ถูกต้อง และถ้าพบเห็นผู้
ละเมิดกฎซึ่งจะเพิ่มความอันตรายและเสี่ยงต่อชีวิต ก็ควรจะพูดจาบอกกล่าวนะครับ

ส่วนวิธีการทำใจนั่น คงมีการทดลองมาช้านานแล้วครับ ทำใจยากครับถ้าเกิดเหตุจนเสียชีวิตและคนตายเป็น
คนที่เรารู้จักนะครับผม


 ความคิดเห็นที่ 12

7 มี.ค.2551  เวลา 10:56 น.
โดย.. จอห์น 124.120.86.168  

เห้อ เมืองตรัง  


 ความคิดเห็นที่ 13

7 มี.ค.2551  เวลา 22:40 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.136.151.10  

เมืองตรัง จะมีคนจำนวนมากเมื่ออยู่ในช่วงเปิดเทอมภาคเรียนครับ ถ้าปิดเทอม นักเรียนระดับมัธยมมากมายก็
จะเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่อื่นครับเช่น ไปติวโน้นติวนี้ตามกระแสโลกติวและติว ตามกรุงเทพ หรือหาดใหญ่ครับ

และระดับนักศึกษามหาวิทยาลัยก็ปิดเทอมก็กลับบ้านไปก็มาก เพราะจำนวนนักศึกษาซึ่งมีภูมิลำเนาจังหวัด
อื่นก็มากมายเลยครับ  พอเปิดเทอมทีหนึ่งก็จะเกิดปัญหาคล้ายกรุงเทพครับ รถจะติดตั้งแต่
วันตันตยาภิรมไปจนถึง สี่แยกท่าจีน ช่วงเช้า และช่วงเย็น พอช่วงคนน้อยๆก็ลืมไปว่ามีปัญหาคา
ใจอยู่หลายข้อ ปิดเทอมคราวหนึ่งก็ลืมไปทีหนึ่ง

บริเวณสี่แยกโกกุนสังเกตให้ดีบริเวณด้านฝั่งตรังรามา บริเวณเสาสัญญาณไฟจราจร จะมีแท่ง
ปืนใหญ่โตซึ่งจะไม่เห็นแบบนี้ในที่อื่นของจังหวัดตรังครับ ด้วยเหตุว่าแต่ก่อน
นั้นจะมีเกาะกลางให้ผู้ข้ามถนนได้ยืนหยุดรอกลางถนนจะสูงจากถนนประมาณ 10 ซม.
แต่แล้วด้วยครับคิดของผู้ไม่เคยเดินข้ามถนน ก็ทุบมันทิ้งไป ก็กลายเป็นเสาไฟจราจร
ปักกลางถนน ก็เจอดีครับ ท่านรถยนตร์กระบะไม่รู้ว่าเมาอยากขับหรือว่า ไม่เมาไม่ขับ
มาทำการทดสอบความแข็งแรงของเสาไฟจราจรเข้า เค้าขับท่าไหนไม่ได้เห็นกับตา
แต่เห็นหลังจบเหตุเสาไฟก็อ่อนแรงพับไปนอนจูบพื้นถนน ได้ผลว่าตรงนั้นไม่มี
เสาไฟและสัญญาณไฟอยู่ประมาณ 2 เดือน เมื่อมีการซ่อมแซมก็มีไอเดียแปลก
ทำแท่งคอนกรีตมาเป็นกำแพงกั้นป้องกันเสาไฟจราจร แหมช่างคิดจริงๆ
ถ้ารอบนี้ท่านรถกระบะจะทดสอบกำลังกันอีก สงสัยว่าตายสถานเดียว
ทำไปได้ครับ เอาแท่งคอนกรีตไปตั้งไว้อลังการ คนจะข้ามถนนก็ไม่ต้องข้ามกัน
ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องไปตีเส้นทางม้าลายให้คนข้ามถอยหลังลงไป กลายเป็น
สิ่งที่ดูพิกลอีกอย่างโดยพลัน แล้วรถที่ต้องรอสัญญาณไฟซึ่งมาจากตรังรามา
ไม่เคยเห็นใครรอหลังเส้นทางม้าลายเลยครับ (รถที่มารอคันแรก) ท่านก็เหยียบ
เส้นทางม้าลายเต็มกันทุกที คนก็ยากอีกจะข้ามยังไง แล้วสังเกตไหมเกาะกลางทางแยก
ซึ่งให้คนไปยืนรอจังหวะข้ามถนน จะมีผู้รักสิ่งแวดล้อมรักต้นไม้ เอากระถางเอากระป๋อง
ต้นไม้ไปตั้งไว้เพียบไปหมด ดูเค้าคิดกันไปได้ ดูครู่เดียวก็รู้ว่าคนคิดไม่เคยเดินถนน
ไม่เคยรู้ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร ปลูกดะไปหมดต้นไม้วางไปทั่วไม่รู้กาละเทศะ
เมื่อกระป๋องต้นไม้มาแย่งที่คนข้าม คนก็ต้องถอยหลังไปยืนบนถนนเพียวๆเลยครับ
ให้ต้นไม้ไปยืนบนเกาะกลางแล้ว ต้นไม้ปลอดภัยครับ แต่คนหนะจะตายวันตายพรุ่ง
ไม่รู้ได้ นี้ก็เป็แนวคิดประหลาดๆในตรังครับ สรุปแล้ว ทำไปได้จริงๆแต่ละอย่างครับผม


 ความคิดเห็นที่ 14

11 มี.ค.2551  เวลา 01:36 น.
โดย.. เจ้าแม่ 58.10.231.2  

ถ้า รถมันติดมากก็ขับมอไซสิค่ะ ติดให้ตาย ก็ ยังมีซอยเข้าออก ทะลุนู้นออกนี่ ไปได้ในที่สุด


 ความคิดเห็นที่ 15

23 มี.ค.2551  เวลา 12:48 น.
โดย.. 555 118.174.251.141  
ตรังเป็นเมืองที่ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 555555555555555555555555++++++++++++++++++


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน