สาระดีๆ สำหรับน้องหมา


การปรับพฤติกรรมและปราบพยศสุนัขที่ชอบทำลายข้าวของ......... (คัดมาจากรายการเพื่อนรักสัตว์เลี้ยง)

สุนัขเป็นสัตว์ผู้ล่า และมีพฤติกรรมชอบสำรวจ เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ท่านผู้ฟังหลายท่านก็อาจจะเคยประสบปัญหาการขุดดินของสุนัขที่สนามหญ้าหน้าบ้าน หรือแม้แต่กระทั่งการกัด ขุดหรือคุ้ยโซฟาอันแสนโปรดของท่านผู้ฟัง โกรธ...จริงๆ แต่ไม่รู้จะหาวิธีการอย่างไรมาปราบพยศเจ้าตูบของท่านท่านผู้ฟัง ทำไมสุนัขจึงชอบรื้อทุกอย่างออกมากัดเล่นล่ะครับ...... เจ้าจอมซนที่ชอบรื้อของประจำบ้านเป็นประจำนั้นซึ่งความเป็นจริงแล้วการรื้อค้นของออกมากัดเล่นเป็นพฤติกรรมที่ปกติของสุนัขของท่านผู้ฟังครับ........ ปากของสุนัขเป็นเครื่องมือหรืออาวุธแห่งเดียวถ้าเปรียบได้ก็เปรียบได้กับมือของคนนั่นแหล่ะครับ...... สุนัขใช้ปากในการสำรวจ ขุดคุ้ย ต่อสู้ กับสิ่งเร้าต่างๆรอบๆตัวเค้าครับ....... ใช้ปากในการงับหรือคาบอาหาร และบางครั้งอาจใช้ปากเพื่อเป็นเครื่องระบายความเซ็งและความเครียด.....ใช่ว่าท่านผู้ฟังจะมีความรู้สึกนี้แต่เพียงผู้เดียวนะครับ สุนัขที่เครียดและมีพฤติกรรมใช้ปากมากเกินจำเป็นอาจจะต้องไปหาสัตวแพทย์เนื่องจากอาจพบบรอยโรคภายในช่องปากเช่นพบเหงือกอักเสบหรือฟันหักกร่อน หรืออาจพบเนื่องจากเจ้าตูบของท่านผู้ฟังไปกัดเอาของที่เป็นพิษเข้าไป........ ส่งผลเดือนร้อนทั้งเจ้าของและสัตวแพทย์ที่ต้องหาทางช่วยชีวิตสุนัขเอาไว้ครับ ที่หนักข้อหน่อยเจ้าตูบของท่านผู้ฟังก็อาจจะไปเลียแผลบๆ ของยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนภายหลังจากที่ท่านผู้ฟังกำลังใช้สารเคมีควบคุมเห็บ หมัดอยู่...... ช่วยทันก็รอดครับช่วยไม่ทันก็ตายครับ หรือบางทีช่วยทันแต่บังเอิญยาไปทำลายอวัยวะภายในเสียหายยับเยินก็ต้องฝังเหมือนกันครับ หรือบ่อยครั้งทีเดียวที่สุนัขใช้ปากเพื่อรักษาโรคของตัวสุนัขเองที่พบได้บ่อยคือ การแทะของใช้ในบ้านเพื่อระงับอาการปวดฟันและเหงือกอักเสบ มักพบในลูกสุนัขและสุนัขที่มีอายุมากครับ ซึ่งกรณีนี้สุนัขมักจะกัดแทะเพื่อบรรเทาอาการปวดซึ่งอาจกินเวลานานหลายวันหรือจนกว่าอาการจะหายไป หรือพบในสุนัขที่มีอาการปวดท้องหรือปวดบริเวณลำคอซึ่งมักแสดงอาการกัดแทะเพียงระยะเวลาสั้นๆ ที่หมอเล่าให้ท่านผู้ฟังทราบไปแล้วนั้นเกิดจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย แต่บางครั้งการกัดทำลายข้าวของก็เป็นเนื่องจากสภาพความเครียดทางอารมณ์เช่น จากความหวาดกลัวหรือกังวลใจอะไรบางอย่าง หรือเกิดเนื่องจากความเข้าใจผิดของท่านผู้ฟังเช่น ท่านผู้ฟังอาจให้สุนัขของท่านผู้ฟังกัดถุงเท้าเก่าๆหรือตุ๊กตาเก่าๆเล่น ส่งผลให้สุนัขของท่านผู้ฟังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าของที่เล่นอยู่เป็นของให้กัดเล่นเขากัดเล่นหรือเปล่า.......
แล้วท่านผู้ฟังจะทราบได้อย่างไรว่าสุนัขของท่านผู้ฟังชอบกัดทำลายข้าวของหรือไม่ และจะหาสาเหตุได้อย่างไร บ่อยครั้งทีเดียวที่การกัดแทะของเล่นเริ่มจากการเล่นสนุกของตัวสุนัขเองครับ และพฤติกรรมนี้ถูกท่านผู้ฟังละเลย เนื่องจากของที่ม่านผู้ฟังให้สุนัขกัดเล่นอาจเป็นของที่ท่านผู้ฟังทิ้งแล้ว แต่สุนัขแยกไม่ออกหรอกท่านผู้ฟังว่าสิ่งใดเป็นของมีค่าหรือไม่มีค่า สุนัขเห็นก็จะนำมากัดเล่นเป็น พฤติกรรมที่เกิดขึ้นก็จะสร้างปัญหาตามมาทันทีครับ ประการแรกท่านผู้ฟังจะต้องพาสุนัขของท่านผู้ฟังไปปรึกษาหมอเพื่อหาสาเหตุของพฤติกรรมกัดข้างของ มีสาเหตุแทรกซ้อนเพิ่มเติมอื่นอีกหรือไม่มีแน่นอนครับท่านผู้ฟังเช่น ภายหลังที่สุนัขของท่านผู้ฟังกัดแทะจนหน่ำใจแล้วก็อาจจะเลยเถิดไปกินเศษผ้าที่ฉีกขาดหลุดลุ่ยหรือชิ้นของวัตถุอื่นๆเข้าไป อาจเป็นไปได้ทั้ง ตะปูตอกสายไฟ โซ่ทั้งเส้น หิน กระดูกก้อนโต เม็ดทุเรียน ลูกกอล์ฟ เข็ม กระดิ่ง ผ้าขนหนู ฯลฯ ผลก็ต้องส่งโรงหมอครับฃนับว่าเป็นเรื่องใหญ่โตทีเดียวจะทำอย่างไรที่จะให้สุนัขเลิกทำลายข้าวของล่ะครับ.......... ท่านผู้ฟังทราบมาเบื้องต้นแล้วว่าสุนัขใช้ปากในการสำรวจจัดว่าเป็นเรื่องปกติ วิธีที่แก้ไขง่ายที่สุดก็คือ ท่านผู้ฟังก็หาของให้สุนัขของท่านผู้ฟังแทะเล่นเช่น หากกระดูกเทียม ตุ๊กตาผ้าหรือพลาสติกที่ทำมาเพื่อให้สุนัขเล่นเพื่อระบายความเครียด ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ ท่านผู้ฟังอาจจะเลือกซื้อมาหลายๆอย่างสักหน่อยแล้วดูว่าสุนัขของท่านผู้ฟังชอบของเล่นแบบไหนมากที่สุด วางไว้ในที่ ๆ สุนัขเห็นได้ง่าย บางครั้งอาจจะซ่อนขนมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสุนัขไว้ข้างในได้ ซึ่งช่วยได้อย่างมากทีเดียวครับ เพราะสุนัขของท่านผู้ฟังก็จะสนุกกับการหาขนมที่ซ่อนอยู่ในของเล่นจนลืมทำลายข้าวของไปได้อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งครับ..... ท่านผู้ฟังก็อาจจะทาขนม เช่น เนยถั่ว ชีส ทุเรียนกวน หรืออะไรก็ได้ที่สุนัขของท่านผู้ฟังชอบ ท่านผู้ฟังก็สามารถฝึกสุนัขของท่านให้กัดแทะและไม่กัดแทะบางสิ่งได้ เอาล่ะหมอจะแนะนำวิธีการฝึกเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขกัดแทะสิ่งของ ขั้นตอนแรกท่านผู้ฟังก็อาจจะวางของเล่นสุนัขหลายๆอย่างปนกับรองเท้า หลังจากนั้นท่านผู้ฟังสั่งให้สุนัขไปคาบของเล่นของเขามา ถ้าสุนัขคาบได้ถูกต้องก็ให้รางวัลครับ เช่น ของขบเคี้ยวหรือการลูบหัวหรือตบเบา ๆ ที่ไหล่เพื่อแสดงความพอใจ รวมทั้งใช้คำพูดที่อ่อนโยน แต่ถ้าสุนัขของท่านผ็ฟังคาบรองเท้ามาก็ให้ท่านผู้ฟังให้ตวาดหรือส่งเสียงดัง ๆ แสดงความไม่พอใจจนกว่าสุนัขจะวางของนั้นลงครับ ถ้าสุนัขมีพัฒนาการที่ถูกต้องคือคาบของได้ถูกต้องทุกครั้งท่านผู้ฟังก็ค่อย ๆ ลดของเล่นเขาลงและเพิ่มปริมาณของใช้ส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้สุนัขกัด ภายใน 2-3 สัปดา ห์ถ้าท่านผ็ฟังฝึกได้อย่างสม่ำเสมอสุนัขก็จะทราบว่าสิ่งของที่เขาควรจะกัดมีอะไรบ้าง หรือท่านผ็ฟังหากิจกรรมอื่นให้สุนัขของท่านผู้ฟังทำจนเหนื่อยหรือยุ่งจนไม่มีเวลาไปทำลายข้าวของเช่นให้วิ่งไล่คาบของมาให้หรือเล่นซ่อนหากับสุนัขของท่านผู้ฟัง แต่ถ้าสุนัขของท่านผู้ฟังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกทำลายข้าวของอาจจะต้องใช้มาตรการขั้นสุดท้ายเช่น การวางกับดักไว้บริเวณที่สุนัขจะเข้าไปหาของที่ไม่ควรจะเล่นเช่นใช้กระป๋องเปล่าใส่ก้อนหินวางขวางทางสุนัขไว้เวลาล้มจะมีเสียงดังสุนัขจะตกใจวิ่งหนี ใช้พริก หรือพริกไทยโรยของที่ไม่ต้องการให้สุนัขกัด ถ้าท่านผู้ฟังเห็นสุนัขกำลังกัดของให้ว่ากล่าวสุนัขด้วยเสียงที่แสดงความไม่พอใจทันทีครับอย่าตำหนิหลังจากนั้นเพราะสุนัขจะจำไม่ได้ว่าไปทำอะไรมาแต่ถ้าสุนัขทำดีท่านผู้ฟังต้องให้รางวัลและพูดคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่แสดงความยินดี ถ้าสุนัขของท่านผู้ฟังชอบรื้อขยะให้วางกระป๋องเปล่าไว้บนถังขยะ เพื่อว่าเวลาสุนัขมารื้อกระป๋องจะล้มเกิดเสียงดัง สุนัขจะตกใจไม่กล้ามารื้อถังขยะอีก ท่านผู้ฟังต้องคอยควบคุมสุนัขและสัตว์เลี้ยงของท่านผู้ฟังเพื่อช่วยให้สุนัขของท่านผู้ฟังเรียนรู้ว่าสิ่งไหนควรกัดสิ่งไหนไม่ควรครับ ถ้าท่านผู้ฟังไม่สามารถทำสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นได้หรือพยายามแล้วไม่สำเร็จอีกหนทางที่แก้ไขได้คือท่านผู้ฟังต้องจำกัดบริเวณสุนัขขังเดี่ยวเลยครับและจะต้องเป็นบริเวณที่สุนัขของท่านผู้ฟังไม่สามารถทำลายข้าวของได้ ท่านผู้ฟังอย่าขังสุนัขไว้ในห้องครัวหรือห้องน้ำที่มีตู้หรือชั้นวางของก็แล้วกันเพราะสุนัขก็จะรื้อหรือกัดแทะตู้เสียหายให้ท่านผู้ฟังได้จ่ายเงินอีก ............. เงินหมดพอดีกันเพราะมีหมาชอบทำลายข้าวของ......



โดย.. วช.80 124.157.185.173   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

11 ก.พ.2551  เวลา 11:24 น.
โดย.. วช.80 124.157.185.173  
การดูแลสุนัขจากสาเหตุอุบัติเหตุรถชน
(คัดมาจากรายการเพื่อรักสัตวืเลี้ยง)
ท่านผูฟังทราบทราบเป็นอย่างดีว่าวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้สุนัขได้รับอุบัติเหตุคือการเก็บสุนัขไว้ในบ้าน ปลอดภัยแน่ครับ แต่เจ้าตูบคงต้องหงุดหงิดมากแน่ๆ การเกิดอุบัติเหตุจากการถูกรถชนสามารถป้องกันได้ด้วยการไม่ปล่อยสุนัขออกไปนอกบ้านได้ก้จริงอยู่ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากสาเหตุที่สุนัขไม่มีสายจูงหรือคนคอยดูแล โดยเฉพาะในบริเวณที่มีรถวิ่งมากหรือแม้แต่จะมีสายจูงก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน ถ้าสุนัขไม่ได้รับการฝึกให้เชื่อฟังคำสั่ง เมื่อท่านผู้ฟังพบว่าสุนัขได้รับอุบัติเหตุ ควรตั้งสติแล้วนำสุนัขออกจากถนนก่อนโดยทันทีครับ ระวังรถด้วยนะครับ ทั้งนี้ท่านผู้ฟังอย่าลืมว่าสุนัขที่กำลังเจ็บหรืออยู่ในสภาพตกใจกลัวหรือช็อกอย่างสุดขีดอาจจะกัดคนที่เข้าไปช่วยโดยไม่เจตนาก็ได้ครับ ดังนั้นท่านผู้ฟังควรผูกปากสุนัขไว้ก่อนด้วยเชือกหรือแถบผ้าครับ หลังจากนั้นท่านผู้ฟังจึงเข้าปฐมพยาบาลแล้วรีบพาไปพบคุณหมอโดยด่วนครับ

การป้องกันอุบัติเหตุ......ทำได้ออย่างไรล่ะ....
แม้สุนัขจะได้รับการฝึกมาแล้วก็ตาม สุนัขก็คือสุนัขครับ อาจจะวิ่งข้ามถนนโดยไม่ใส่ใจการจราจร มีหลายปัจจัย ที่สามารถเรียกร้องความสนใจสุนัขของท่านผู้ฟังบนอีกฟากหนึ่งของถนน ฉะนั้นเมื่อนำสุนัขออกมาเดินเล่น ท่านผู้ฟังควรจะมีปลอกคอและสายจูง โดยเฉพาะในบริเวณที่มีรถวิ่งกันอย่างพลุกพล่านหรือแม้แต่ในชนบทก็อาจมีสัตว์ร้ายอื่นๆที่เข้ามายั่วยุก็เป็นได้ครับ.....
ทำอย่างไรล่ะเมื่อพบสุนัขเกิดอุบัติเหตุ คงไม่พ้นเรื่องการเคลื่อนย้ายสุนัขบาดเจ็บ
ก่อนเคลื่อนย้ายสุนัขที่ได้รับบาดเจ็บออกจากถนน ไม่ว่าสุนัขจะรู้สึกตัวอยู่หรือไม่ก็ตามหลังจากผูกปากแล้ว ให้ท่านผู้ฟังตรวจดูบริเวณร่างกายสุนัขว่ามีเลือดออกหรือมีส่วนใดของร่างกายผิดไปจากเดิมหรือไม่แล้วจึงเข้าปฐมพยาบาล ในขณะนั้นควรมีอีกคนคอยให้สัญญาณรถที่แล่นมาให้ระวังด้วยนะครับ......
เหตุการณ์ฉุกเฉิน : ถ้าสุนัขไม่รู้สึกตัวแต่ยังหายใจเป็นปกติ ให้ใช้นิ้วกดบนเหงือกแล้วปล่อย เพื่อดูการไหลกลับของเลือด ถ้าเลือดไหลกลับคืนช้า แสดงว่าสุนัขกำลังสูญเสียเลือดมาก ถ้ามีบาดแผลภายนอกก็ให้ท่านผู้ฟังห้ามเลือดโดยเร็วที่สุดครับ โดยใช้ผ้าซับเลือดกดบริเวณบาดแผลหรือใช้ผ้าพันแผลให้แน่นได้เช่นเดียวกันครับ อย่างไรก็ตามควรมีอย่างน้อยสองคนช่วยยกประคองสุนัขขึ้นวางบนผ้าไว้สำหรับแตรียมเคลื่อนย้าย แต่ถ้าต้องทำคนเดียวก็ทำได้ครับโดยให้ท่านผู้ฟังปูผ้าที่ด้านหลังของสุนัข แล้วจับบริเวณหนังคอและสะโพกลากขึ้นมาบนผ้าที่ปูเตรียมไว้นั้น จากนั้นจึงดึงผ้าลากสุนัขออกจากที่เกิดเหตุอย่างระมัดระวัง ควรระวังไม่ให้ส่วนที่บาดเจ็บกระทบกระเทือน

สุนัขที่ถูกอุบัติเหตุรถชนอาจมีอวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ซึ่งสุนัขจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด การเคลื่อนย้ายสุนัขบาดเจ็บควรทำเท่าที่จำเป็นครับ และอาจใช้ผ้าห่มแทนแปลส่งผู้ป่วย ทั้งนี้ต้องจัดให้ลำคอของสุนัขนั้นเหยียดตรงเสมอ เพื่อให้หายใจได้สะดวกครับ

ในกรณีที่สุนัขมีอาการเจ็บปวดมาก ก่อนเคลื่อนย้ายสุนัขควรผูกปากสุนัขด้วยเชือกหรือแถบผ้าก่อน โดยผูกปมแรกที่ใต้คางแล้วจึงผูกปมที่สองบริเวณหลังคอ และต้องระวังเป็นอย่างยิ่งครับ

แม้ว่าร่างกายภายนอกของสุนัขจะดูปกติก็ตาม แต่ก็อาจจะมีการบาดเจ็บของอวัยวะภายได้เช่นเดียวกัน หลังจากที่ท่านผู้ฟังเคลื่อนย้ายสุนัขออกจากที่เกิดเหตุแล้ว ท่านผู้ฟังควรตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง และพาไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุดครับ
การตรวจคลำสุนัขต้องทำอย่างนุ่มนวลและระมัดระวัง ว่ามีกระดูกหักหรือข้อต่อหลุดหรือไม่ ถ้าสงสัยว่าหัก ควรขยับขาข้างนั้นให้น้อยที่สุด ถ้าสุนัขได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลัง ควรย้ายสุนัขโดยวางบนแผ่นไม้กระดาน ครับ

 ความคิดเห็นที่ 2

11 ก.พ.2551  เวลา 11:25 น.
โดย.. วช.80 124.157.185.173  
การช่วยเหลือสุนัขที่จมน้ำ.......
(คัดมาจากรายการเพื่อนรักสัตว์เลี้ยง)
ตามปกติ สุนัขมีนิสัยชอบว่ายน้ำ แต่บางครั้งถ้าว่ายไปไกลหรือหาทางกลับเข้าฝั่งไม่ได้ อาจสำลักน้ำเข้าไปมากจนอ่อนล้า ก่อนอื่นท่านผู้ฟังจะต้องเอาน้ำและสิ่งแปลกปลอมออกจากปากก่อนที่จะเริ่มทำการช่วยหายใจ ถ้าท่านผู้ฟังเผชิญกับสุนัขที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก ให้จับสุนัขห้อยหัวลง เพื่อให้น้ำไหลออกมาจากปอด สุนัขที่อยู่ในภาวะไม่รู้สึกตัวอาจจะสะบัดหัวเพียงเล็กน้อย ถ้ายังไม่หายใจให้วางสุนัขลงแล้วเริ่มผายปอดทันที แต่ถ้าเป็นสุนัขขนาดใหญ่ วางสุนัขให้ส่วนหัวอยู่ต่ำกว่าส่วนท้ายของลำตัว แล้วยกขาหลังขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่จะยกไหวครับ เป็นเวลานาน 30 วินาที จากนั้นจึงเริ่มผายปอดจนกว่าสุนัขจะหายใจได้เองครับ
การช่วยเหลืออสุนัขที่มีสิ่งของและสิ่งแปลกปลอมติดคอ.......พบประจำเลย
ธรรมชาติของสุนัขเป็นสัตว์ที่อยากรู้และชอบขบเคี้ยวกอปรกับสัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่า ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดเศษกระดูกหรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ตำเหงือก ติดอยู่ในคอ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆเข้าไปในรูหูได้ สุนัขอาจกลืนลูกบอลขนาดเล็กหรือของเล่นเข้าไปและเกิดติดคอ ซึ่งท่านผู้ฟังช่วยได้โดยใช้ช้อนหรือปากคีบดึงออก จึงไม่ควรให้สุนัขเล่นลูกบอลที่มีขนาดเล็กจนกลืนได้ นอกจากนี้ยังมีหนาม เศษแก้ว เข็มและเมล็ดพืช สามารถแทงทะลุเข้าไปในผิวหนัง จึงควรตรวจดูขนและผิวหนังของสุนัขหลังจากไปเดินออกกำลังกายมาว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่
การช่วยเหลือสุนัขที่มีสิ่งของติดคอ
สิ่งที่ติดคอได้มีได้ตั้งแต่กิ่งไม้และเศษกระดูก ซึ่งมักจะไปติดอยู่ระหว่างฟันกรามหรือบริเวณลำคอ จะต้องมีคนช่วยเอาออกให้โดยจับสุนัขตรึงให้ดี แล้วอ้าปากสุนัขให้กว้างแล้วใช้ปากคีบปลายมนคีบออก ห้ามใช้นิ้วมือล้วงเข้าไป เพราะมีโอกาสถูกกัดได้มาก วิธีการแบบนี้หมอขอให้ท่านผู้ฟังระวังนิดนึงนะครับ
การช่วยเหลือสุนัขบาดเจ็บที่เกิดจากเบ็ดตกปลาเกี่ยวปาก
บางครั้งสุนัขอาจถูกของแหลมคม เช่น เบ็ดตกปลา หรือ ลวดหนามอื่นๆ เกี่ยวปากได้ ถ้าทะลุผิวหนังออกมา อาจใช้คีมตัดส่วนปลายทิ้ง แล้วค่อยๆดึงออกอย่างนุ่มนวล แต่ถ้ามองไม่เห็นปลาย ห้ามดึงออกมาเชียวนะครับ ให้นำสุนัขไปพบคุณหมอเพื่อเอกซเรย์และอาจจำเป็นต้องถึงขั้นผ่าออกครับ
การเอาสิ่งแปลกปลอมในหูสุนัข
อาจเป็นเมล็ดพืช เศษดินเศษหิน หรือแมลงต่างๆ ซึ่งอาจใช้ปากคีบคีบออกมาได้ แต่ถ้าอยู่ลึก จะต้องให้คุณหมอเอาออกให้ โดยอาจช่วยลดอาการระคายเคืองได้โดยหยอดน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันพืชเข้าไปในหู บางครั้งเศษชิ้นเล็กๆ เหล่านั้นอาจลอยขึ้นมาและคีบออกได้ง่ายๆก็มีครับ
สิ่งแปลกปลอมในตา
การล้างตาแบบง่ายๆ : สุนัขที่มีอาการไถหัวกับพื้นหรือใช้เท้าเกาตา ควรตรวจดูว่ามีสิ่งแปลกปลอม เช่นเมล็ดหญ้าหรือเศษผงติดอยู่หรือไม่ ถ้ามีควรหยดยาหยอดตาหรือน้ำมันมะกอกเพื่อช่วยให้สิ่งแปลกปลอมลอยขึ้นมา แต่ถ้านำออกไม่ได้ให้รีบนำสุนัขไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุด

สิ่งแปลกปลอมตำอุ้งเท้าสุนัข
สังเกตจากท่าทางการเดินของสุนัขโดยพบสุนัขเดินผิดปกติ : สาเหตุเนื่องจากหนาม เข็ม
หรือเศษแก้ว อาจบาดหรือแทงทะลุอุ้งเท้า หรืออยู่ที่ผิวหนังระหว่างอุ้งเท้า ให้ใช้ปากคีบดึงออกอย่างระมัดระวัง
การล้างเท้าสุนัขที่บาดเจ็บ : ถ้ามองไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม ควรแช่เท้าและล้างด้วยน้ำเกลือ
(เกลือ 1 ช้อนต่อน้ำ 1 ถ้วย) จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมาจนสามารถคีบออกได้
การช่วยเหลืออสุนัขที่ได้รับสารพิษ....เข้าสู่ร่างกาย
สารพิษสามารถสามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยการกิน การหายใจ และซึมผ่านทางผิวหนัง แต่ที่พบบ่อยในสุนัขมักเกิดจากการกินครับ ดังนั้นจะต้องเก็บสารเคมีต่างๆ ในที่ที่สุนัขเข้าไม่ถึง และถ้าปลูกพืชมีพิษไว้ในบ้านก็จะต้องมีรั้วกั้นสุนัขโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีลูกสุนัขที่ซนๆ นอกจากนี้ต้องระวังอย่าให้สุนัขไปยุ่งกับซากสัตว์ เช่น หนู นก ซึ่งอาจถูกยาเบื่อ มาก่อนหน้านี้.......
ขนเปรอะเปื้อนจากสี
ขนเปื้อนสีทาบ้าน : ห้ามใช้สารละลายต่างๆ น้ำยาล้างสี หรือผงซักฟอก ในการล้างสีออก
จากขน เพราะสารเหล่านี้มีพิษถ้าสุนัขเลียหรือกินเข้าไปครับ ควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่ใช้กับมนุษย์ได้ หรืออาจตัดขนส่วนนั้นออกแล้วทำความสะอาดด้วยแชมพูสุนัขหรือแชมพูเด็ก และล้างออกด้วยน้ำสะอาด


 ความคิดเห็นที่ 3

11 ก.พ.2551  เวลา 11:27 น.
โดย.. วช.80 124.157.185.173  
ภาวะไส้เลื่อนในถุงอัณฑะ.........
(คัดมาจากรายการเพื่อนรักสัตว์เลี้ยง)
ท่านผู้ฟังครับคำว่าไส้เลื่อนหมายถึงภาวะที่ลำไส้ได้เคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมาสู่ภายนอก เช่นบริเวณขาหนีบ ถุงอัณฑะหรืออาจจะเลื่อนมาในตำแหน่งรอยผ่าตัด ครับ ท่านผู้ฟังครับปกติอวัยวะภายในช่องท้องเช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ถูกปกคลุมโดยเยื่อหุ้มช่องท้องที่เรียกว่า peritoneumหรือomentumและมีพังผืดหรือกล้ามเนื้อหุ้มอีกชั้นเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนอวัยวะภายใน ปกติช่องท้องและช่องเชิงกรานจะมีรูที่ให้ท่อรังไข่ ท่อนำเชื้อของเพศผู้และลำไส้ เคลื่อนที่ผ่านรู ท่านผู้ฟังครับเมื่อมีความอ่อนแอของพังผืด ลำไส้ก็สามารถเคลื่อนออกมาที่ขาหนีบซึ่งมีสองชนิดคือ indirect inguinal hernia และ direct inguinal hernia ครับ

Indirect inguinal hernia เป็นอย่างไรล่ะ.....ตามหมอมาเลยนะครับ....
ท่านผู้ฟังครับขณะที่เจ้าตูบและเจ้าเหมียวเป็นตัวอ่อนในท้อง อัณฑะจะอยู่ในช่องท้องครับ ภายหลังที่ลูกสัตว์คลอดออกมาอัณฑะจะเคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมาอยู่ในถุงอัณฑะครับและรูหรือทางที่ลำไส้เคลื่อนที่จะปิดแต่ลูกสัตว์บางตัวทางเดินและรูของเชิงกรานไม่ปิดทำให้ลำไส้เคลื่อนสู่ถุงอัณฑะที่เรียกว่าไส้เลื่อนในถุงอัณฑะครับ ซึ่งมักจะพบในเพศผู้ครับ สำหรับเพศเมียก็เกิดภาวะนี้ได้เหมือนกันครับโดยรูที่เปิดเกิดจากเยื่อที่ยึดมดลูก round ligament มีการเคลื่อนตัวเหมือนอัณฑะ ไส้เลื่อนชนิดนี้พบบ่อยที่สุดครับ
Direct inguinal hernia มีลักษณะอย่างไร......
ลำไส้ไม่เคลื่อนออกจากช่องท้องบริเวณพังผืดที่หย่อนที่สุด โดยมีปัจจัยส่งเสริมคือมีความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น เช่น ภาวะตับแข็งและมีน้ำในช่องท้อง (ท้องมาร) เป็นต้นครับ
ท่านผู้ฟังครับสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในภาวะใดบ้างที่มีโอกาสเป็นไส้เลื่อนที่ถุงอัณฑะครับ....... สัตว์ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดไส้เลื่อนที่ถุงอัณฑะ ได้แก่ สัตว์เลี้ยงที่มีความดันในช่องท้องสูง เช่น การตั้งท้อง ไอเรื้อรัง อ้วน ท้องผูก ต่อมลูกหมากโต ทำให้ต้องเบ่งเมื่อปัสสาวะ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดไส้เลื่อน ได้ครับ คราวนี้ท่านผู้ฟังมารู้จักอาการทางคลินิกของภาวะไส้เลื่อนที่ถุงอัณฑะกันดีกว่านะครับ อาการทางคลินิกที่สำคัญสำหรับไส้เลื่อนทั้งสองชนิดได้แก่ พบมีก้อนที่บริเวณขาหนีบและก้อนนี้จะโตขึ้นเวลาสัตว์เลี้ยงร้องหรือไอแรงๆจะทำให้ก้อนโผล่ออกมาให้ท่านผู้ฟังเห็นได้ครับ และอาจจะได้ความรู้สึกมีเสียงเคลื่อนไหวของลำไส้เมื่อนอนลงหรือท่านผู้ฟังลองจับก้อนที่ปูดออกมายัดเข้าไปในรูก้อนปูดจะหายไปครับ.....ท่านผู้ฟังครับภาวะแทรกซ้อนของไส้เลื่อนที่สำคัญที่สามารถพบได้มีดังนี้นะครับ
ภาวะแรก หมอจะเรียกว่าเป็นภาวะ Incarcerated hernia เป็นภาวะที่ลำไส้เคลื่อนออกมาแล้วไม่สามารถดันกลับเข้าไปในช่องท้องได้ ทำให้ท่านผู้ฟังสังเกตเห็นก้อนปูดได้ชัดเจน ซึ่งก้อนปูดนี้อาจจะไปเสียดสีหรือถูกของมีคมทิ่มตำหรือเกี่ยวและส่งผลทำให้ติดเชื้อตามมาได้ครับ ภาวะที่สองเรียกว่า Strangulated hernia เป็นภาวะที่ลำไส้ในถุงมีการบิดทำให้ลำไส้เกิดการขาดเลือดไปเลี้ยงและเกิดไส้เน่าตามมา สัตว์ป่วยจะมีอาการปวดท้องอย่างมากแรกๆจะปวดบิดๆ คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อลำไส้เน่าจะปวดทั้งท้องปวดมาก และพบสัตว์ป่วยนอนนิ่งๆ การขยับตัวส่งผลทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้นครับ บางตัวมีไข้ บางตัวอาจจะมีอาการความดันโลหิตต่ำส่งผลทำให้เกิดภาวะช๊อกตามมาได้ครับ........ ภาวะที่สามเรียกว่า Bowel obstruction ท่านผู้ฟังครับเมื่อมูลสัตว์ไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้นี้ไปได้สัตว์ป่วยจะปวดท้องมากๆ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องอืดได้ครับ
สำหรับสัตว์ป่วยที่สงสัยว่าเกิดภาวะไส้เลื่อนที่ถุงอัณฑะ เมื่อท่านผู้ฟังพบสัตว์เลี้ยงของท่านผู้ฟังมีอาการต่อไปนี้ให้ไปพบคุณหมอโดยเร็วนะครับ....
สัตว์ป่วยจะแสดงอาการท่านผู้ฟังทราบได้ดังต่อไปนี้ครับ ปวดบริเวณตรงตำแหน่งที่เกิดภาวะไส้เลื่อน ท่านผู้ฟังพยายามดันนก้อนนั้นกลับเข้าสู่ช่องท้องแต่ก้อนนั้นไม่สามารถดันกลับเข้าไปในช่องท้องได้ สัตว์ป่วยมีอาการปวดท้องและอาเจียนและท้องอืด เป็นต้น
เมื่อมาถึงมือหมอแล้ว คุณหมอก็จะทำการวินิจฉัย ท่านผู้ฟังครับการวินิจฉัยก็ทำได้ง่ายครับโดยการคุณหมอจะทำการซักประวัติและการตรวจร่างกายของสัตวืเลี้ยงของท่านผู้ฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วนเลยทีเดียวครับ เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดขึ้นแล้วอันตรายมากครับ......คุณหมอจะทำการคลำตรวจบางครั้งอาจจำเป็นตอ้องฉายภาพรังสีเพื่อตรวจสอบการอุดตันของลำไส้.....เป็นต้น
ส่วนการรักษานั้น การรักษาไส้เลื่อนทั้งสองชนิดกระทำได้โดยการผ่าตัดครับเพื่อนำลำไส้กลับเข้าไปในช่องท้องและเย็บซ่อมรูหรือตำแหน่งที่ลำไส้ออกมา การผ่าตัดมักจะได้ผลดีครับ การผ่าตัดที่เรียกว่า Herniorrhaphy ผ่าตัดบริเวณไส้เลื่อนเมื่อนำไส้กลับเข้าในช่องท้องแล้วก็เย็บซ่อมรูหรือจุดอ่อน ส่วนการผ่าตัดที่เรียกว่า Hernioplasty วิธีนี้จะใช้แผ่นสารสังเคราะห์เย็บปิดรูหรือจุดอ่อนครับ
ท่านผู้ฟังครับภาวะนี้ถ้าถึงมือหมอได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีนะครับ อย่าปล่อยให้เกิดภาวะที่เรียกว่าลำไส้เน่าขึ้นมา ยิ่งทำให้สัตว์เลี้ยงของท่านผู้ฟังอันตรายเพิ่มขึ้น และการรักษาก็จะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น ถึงงขั้นต้องใช้การผ่าตัดตัดต่อลำไส้เพื่ออตัดเอาส่วนของลำไส้ที่เน่าเสียนั้นออกไปครับ........

 ความคิดเห็นที่ 4

11 ก.พ.2551  เวลา 11:28 น.
โดย.. วช.80 124.157.185.173  
สุขภาพขนและผิวหนังของเจ้าตูบ...........

(คัดมาจากรายการเพื่อรักสัตวืเลี้ยง)
ท่านผู้ฟังครับ ผิวหนังของสุนัขเป็นอวัยวะที่สำคัญ แผ่ปกคลุมออกไปทั่วร่างกายเพื่อปกป้องอวัยวะภายในครับ เมื่อนึกถึงคำว่าอวัยวะท่านผู้ฟังมักจะคิดถึงแต่ หัวใจ ปอด สมอง ตับและไต ใช่หรือเปล่าครับท่านผู้ฟังครับผิวหนังของเจ้าตูบก็ถือว่าเป็นอวัยวะด้วยเช่นเดียวกันครับ ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีโครงสร้างประกอบด้วยเซลล์ และเนื้อเยื้อ ซึ่งร่วมกันทำหน้าที่โดยเฉพาะครับ สิ่งที่ผิวหนังไม่เหมือนกับอวัยวะอื่นในร่างกายก็คือ ผิวหนังเป็นอวัยวะที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ข้อดีนี้ทำให้ท่านผู้ฟังสามารถสัมผัสอวัยวะนี้ได้ โดยตรง และสามารถสังเกตุได้ว่าอวัยวะส่วนนี้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมมากน้อยเพียงใดครับ ท่านผู้ฟังครับผิวหนังและขนที่ปกคลุมร่างกายเจ้าตูบอยู่นั้น เปรียบเสมือนเครื่องปกป้องอวัยวะภายในของร่างกายของสุนัข นอกจากทำหน้าที่ปกป้องแล้วยังทำหน้าที่ฟ้องท่านผู้ฟังด้วยคือ เมื่อสุนัขต้องทนทุกข์ทรมานกับปัญหาของอวัยวะภายในร่างกายผิวหนังมักจะแสดงอาการออกมาให้ท่านผู้ฟังเห็นด้วยครับ ได้แก่ สภาพขน ขนเปราะขาดง่าย และ ผิวหนังแห้งตกสะเก็ด อย่างไรก็ตามผิวหนังก็มีปัญหายุ่งยากที่เป็นของผิวหนังเองเช่นปัญหาผิวหนังของสุนัขส่วนมากที่ต้องไปให้คุณหมอทำการรักษาก็คือปัญหาโรคผิวหนังถึงแม้ว่าโรคนี้จะเป็นโรคที่ไม่อันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด แต่ก็ทำให้เกิดความยุ่งยากในการรักษาได้เช่นกันครับ การที่เรามีโอกาสได้เข้าใจถึงความซับซ้อน และการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะนี้อาจช่วยให้คุณสามารถดูแลสุนัขได้ดียิ่งขึ้นครับลักษณะและหน้าที่ของผิวหนังมีหน้าที่อย่างไร ผิวหนังนั้นมีความสำคัญมากเกินกว่าที่คนทั่วไปจะนึกถึงครับ ผิวหนังสามารถทำหน้าที่ห่อหุ้มและกันการระเหยของน้ำออกจากร่างกาย ผิวหนังและขนที่เจริญขึ้นปกคลุมอยู่นั้น จะทำหน้าที่เป็นฉนวนที่ดีในการป้องกันสุนัขจากสภาพอากาศที่หนาวจัดหรือร้อนจัดและยังทำหน้าที่เป็นอวัยวะรับความรู้สึกที่สำคัญและมีเส้นประสาทและเส้นโลหิตนับล้านมาหล่อเลี้ยงที่บริเวณผิวหนังทำให้สุนัขสามารถรับความรู้สึกได้โดยผ่านทางผิวหนังเป็นต้นว่า ความรู้สึกเจ็บปวด สบายตัว ร้อนหนาวและความรู้สึกทุกอย่างที่สามารถรับสัมผัสได้ทางผิวหนังจากสิ่งแวดล้อมครับ ท่านผู้ฟังครับ ผิวหนังประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อที่เรียงตัวซ้อนกันหลายชั้นและไม่มีความแตกต่างกันมากนักทั้งของคนและของสัตว์ครับ ผิวหนังชั้นนอกสุดเรียกว่าชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ซึ่งเป็นชั้นที่สามารถลอกหลุดออกไปได้ และมีการสร้างมาใหม่ทดแทนอยู่เสมอครับ ความหนาแน่นของผิวหนังชิ้นนี้จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งหรือส่วนต่างๆที่ไปห่อหุ้มยกตัวอย่างเช่นหนังกำพร้าบริเวณอุ้งเท้าของสุนัขจะต้องมีความหนามากเนื่องจากต้องสัมผัสกับพื้นผิวหลายประเภทและต้องรับแรงกดที่มาจากน้ำหนักตัวในขณะที่สุนัขก้าวเดินครับ ท่านผู้ฟังครับในทางตรงกันข้ามหนังกำพร้าบริเวณขาหนีบจะบางมากและมีแนวโน้มที่จะได้รับอันตรายได้ง่ายครับ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าหนังกำพร้านี้มีการลอกหลุดออกอยู่เสมอเพื่อให้เซลล์ผิวหนังที่ถูกสร้างขั้นมาใหม่ออกมาแทนที่ทำให้ผิวหนังสามารถคงความยืดหยุ่นและแข็งแรงอยู่เสมอครับ ท่านผู้ฟังครับ ผิวหนังชั้นถัดมาเรียกว่าหนังแท้(Dermis) เป็นชั้นผิวหนังที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชั้นหนังกำพร้าส่วนที่แตกต่างไปจากหนังกำพร้าอยู่ที่ขั้นนี้ประกอบได้ด้วยเส้นโลหิตที่มาหล่อเลี้ยงเป็นจำนวนมากเพื่อให้สารอาหารแก่ผิวหนังชั้นนอกครับ ชั้นหนังแท้นี้เป็นชั้นที่เป็นที่อยู่ของต่อมต่างๆรูขุมขนครับและรวมทั้งเล็บ เนื้อเยื่อที่มีความยึดหยุ่นได้ในชั้นนี้ ทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่มสามารถกลับคืนสู่ภาพเดิม ได้ หลังจากที่ถูกดึงยึดออกไปหรือเกิดบาดแผลต่าง ๆ ลึกลงไปใต้ชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ เราเรียกส่วนนี้ว่าชั้นใต้ผิวหนัง (SubcutisหรือSuperficial fascia) ชั้นนี้มีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่อยู่กันแบบหลวมๆทำให้สามารถยึดหดผิวหนังได้ ที่ท่านผู้ฟังมักจะเห็นรอยย่นของผิวหนังบริเวณหลังคอสุนัขท่านผู้ฟังสามารถดึงยกขึ้นมาได้ โดยที่คุณหมอมักจะใช้บริเวณนี้เป็นที่ฉีดยา เนื่องจากมีความสะดวกและสุนัขจะได้รับความเจ็บปวดน้อยมากและมักจะใช้ประโยชน์ในการตัดสินว่าสุนัขตัวนั้นขาดน้ำมากน้อยเพียงไรครับ โดยคุณหมอจะดึงผิวหนังส่วนที่อยู่กันหลวม ๆ ยกขึ้นแล้วปล่อยลงดูว่าผิวหนังมีการหดกลับเข้าสู่สภาพเดิมได้เร็วเพียงใด หากผิวหนังที่ถูกดึงออกมาเมื่อปล่อยแล้วยังจับเป็นก้อนอยู่หรือหดกลับได้ช้า อาจส่อให้เห็นถึงสภาพที่สุนัขป่วยเนื่องจากมีการสูญเสียน้ำในร่างกายอย่างรุ่นแรง ครับ
ท่านผู้ฟังมาทราบส่วนประกอบของผิวหนัง ผิวหนังไม่อาจทำหน้าที่ได้โดยลำพังครับ ส่วนประกอบอื่นๆที่ทำให้ผิวหนังมีชีวิตชีวาและทำหน้าที่ได้ตามปกตินั้น ประกอบไปด้วยต่อมต่าง ๆ หลายชนิดครับรวมทั้งขนและเส้นประสาท มีต่อมที่สำคัญมากมายฝังตัวอยู่ภายในผิวหนังเป็นต้น ว่าต่อมน้ำมัน(Sebsceousgland)ทำหน้าที่หลั่งสารพิเศษที่เป็นน้ำมันเคลือบผิวหนังไว้ เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำมิให้ออกไปมากเกินไปส่วนต่อมอีกต่อมหนึ่งก็คือ ต่อมเหงื่อ (Sweat gland) สุนัขก็มีต่อมเหงื่อเช่นกันครับแต่จะอยู่บริเวณอุ้งเท้าและมิได้ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายแต่อย่างใด หากแต่อาจจะใช้เพื่อประโยชนฺ์การบ่งบอกถึงกลิ่นของมันในการแสดงอาณาเขต ครับ
เอาล่ะมาถึง ขนกันบ้างครับ ขนเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวหนังอย่างหนึ่ง ขนจะปกคลุมผิวหนังเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อนหนาวและช่วยในการรับสัมผัสจากสิ่งแวดล้อมครับ การเจริญของขน มีความสัมพันธ์โดยตรงกับพันธุกรรมครับ ถ้าสุขภาพไม่ดีหรือร่างกายผลิตขนที่ไม่มีคุณภาพออกมาก็เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งเตือนให้ท่านผู้ฟังรู้ว่าเริ่มมีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว ขนก็มีอายุเช่นเดียวกับองค์ประกอบอื่นๆของร่างกายครับ เมื่อขนมีอายุมาก ขนแก่นั้นก็จะร่วง เพื่อให้ขนชุดใหม่
งอกขึ้นมาแทนครับ สุนัขบางพันธุ์จะผลัดขนเป็นฤดูแต่บางพันธุ์จะค่อย ๆ ร่วงไปตลอดปี การที่ขน
ล่วงไปนั้นเป็นขบวนการทางธรรมชาติของสุนัขซึ่งท่านผู้ฟังควรมีความเข้าใจที่ดีและหมั่นแปรงและแต่งขนให้สุนัขตัวโปรดของท่านผู้ฟังเป็นประจำนะครับเพื่อให้ขนที่หลุดออกมาไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังได้ไงครับ สุนัขส่วนใหญ่โดยทั่วไปจะมีขนแม้แต่สุนัขพันธุ์ขนสั้น โดยทั่วไปจะแบ่งขนออกเป็น3ชนิดครับ ได้แก่ ขนชั้นนอก (guard hair) ขนชั้นใน (undercoat hair) และขนรับสัมผัส(tactilehair)ส่วนสีและความยาวของขนจะขึ้นอยู่กับพันธุ์ และอายุของสุนัข ครับขนนั้นงอกขึ้นมาจากรูขุมขนที่ฝังตัวอยู่ในผิวหนังและขนแต่ละชนิดก็มีหน้าที่พิเศษที่แตกต่างกันไป ขนชั้นนอก มีลักษณะหนา ยาวกว่า ขนชั้นใน และอยู่ทางด้านนอกสุดของผิวหนัง ส่วนขนชั้นในนั้น มีลักษณะเส้นเล็กเป็นปุย ขนทั้งสองชั้นนี้จะทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความร้อนและ หนาวครับ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่นในช่วงอากาศหนาวขนชั้นนอกกับขนชั้นใน จะปกคลุมตัว
สุนัขให้มีความอบอุ่นโดยที่ปุยขนชั้นที่สองจะดึงอากาศรอบตัวไว้อากาศจะอุ่นขึ้นในเวลาต่อมา เพื่อให้ความอบอุ่นแก่สุนัขขนชั้นนอกยังสามารถป้องกันความชื้นจากภายนอกที่จะแทรกเข้าไป ครับ มิฉะนั้นแล้ว เจ้าสุนัขลากเลื่อนในแถบขั้วโลกที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา จะต้องหนาวสะท้าน หรือ
ว่า สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ที่อยู่กลางทุ่ง เวลาเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวที่ชึ้นแฉะคงจะอยู่ไม่ได้ครับ ขนชนิดที่สามของสุนัขเรียกว่าขนรับความรู้สึกมีลักษณะเป็นเส้นยาว และหนามีรากฝังอยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง ขนชนิดนี้จะยาวและหนากว่าขนชั้นนอกตัวอย่างของขนชนิดนี้ได้แก่ หนวด
และขนเส้นหยาบที่โผล่ออกมาจากบริเวณเหนือตาสุนัขและบริเวณจากชั้นใต้คาง ขนพวกนี้ช่วย
ให้สุนัขรับสัมผัสได้ดียิ่งขึ้นครับ ขนชนิดนี้งอกขึ้นมาจากชั้นใต้ผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อ มีเส้นประสาทวิ่งขนาบอยู่ใกล้ ๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถรับความรู้สึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครับ ท่านผู้ฟังครับหลังจากที่ท่านผู้ฟังได้ทราบเบื้องต้นแล้วว่าแล้วว่า ผิวหนังประกอบไปด้วยส่วนต่างๆเพื่อช่วยให้สามารถทำหน้าที่ต่างๆได้แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผิวหนังก็ยังคงถูกทำลายด้วยโรคภัยต่างๆอยู่เสมอทุกๆปี หมอต้องรักษาสุนัขจำนวนมากที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง พบได้ตั้งแต่ผิวหนังอักเสบจากการถูกเห็บกัดจนถึงอาการอักเสบที่บวมเป็นจ้ำๆ แดง ๆ โผล่ขึ้นมาให้เห็นโดยไม่ทราบสาเหตุ บางโรคก็รักษาหาย บางโรคก็ทำได้เพียงแต่การควบคุมไม่ให้ลุกลามออกไปครับ อย่างไรก็ตามท่านผู้ฟังก็ต้องให้คุณหมอเป็นผู้วินิจฉัยสาเหตุของโรคโดยเฉพาะถ้าหากเป็นสภาพที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติภายในร่างกายหลังจากนั้นคุณหมอจะสั่งจ่ายยาให้ถูกกับโรคนั้นๆ พร้อมกับให้คำแนะนำในการดูแลสุนัขเมื่อกลับไปบ้านครับ ปัญหาของโรคผิวหนังหลายชนิดจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือให้คอร์ติโซน แชมพูผสมยา ให้ยากลับไปทาหรือต้องให้กินอาหารพิเศษ
เฉพาะโรค แต่โดยส่วนมากแล้วสุนัขทุกรายต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากทางบ้านให้ดีขึ้นด้วย
จึงจะช่วยให้สุนัขสามารถเอาชนะโรคนี้ได้ ครับ ปัญหาของโรคผิวหน้าที่อาจพบได้เช่น โรคขี้เรื้อนเป็นตุ่มหนองติดเชื้อราขนร่วงเป็นวงเนื้องอก ที่ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ หรือถูกแดดเผา ที่พบบ่อยในช่วงฤดูร้อนที่เป็นการอักเสบเนื่องจาก หมัดกัด โรคขี้เรื้อนในสุนัข เมื่อเจ้าของพบเห็นรีบนำส่งไปให้คุณหมอตรวจรักษาโดยเร็วนะครับ อย่ามัวแต่นั่งหาตัวหมัดตัวไร ประเดี๋ยวขนจะหมดตัวสุนัขไปเสียก่อนสุนัขบางสายพันธุ์ดูเหมือว่าจะมีแนวโน้มที่ไวต่อโรคผิวหนังบางชนิดได้มาก สภาพที่จะก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังนั้นขึ้นอยู่กับ สาเหตุโน้มนำทางกรรมพันธุ์ สภาพภูมิอากาศ สภาพสิ่งแวดล้อมการให้อาหารที่ไม่ถูกต้องปัญหาของปาราสิตที่เข้ามารบกวนสุนัข และการขาดการแต่งขนที่เหมาะสม ครับ ท่านผู้ฟังครับ การหมั่นดูแลและสังเกตสภาพผิวหนังและขนอยู่เป็นประจำจะทำให้ท่านผ็ฟังสามารถสังเกตพบสิ่งที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ การตรวจดูอย่างคร่าวๆ ก็โดยการดูว่ามีอะไรผิดปกติไปจากสภาพปกติที่พบอยู่ทุกวันมองหาตุ่มนูนที่บวมขึ้นมาจากการอักเสบหรืออาจจะเป็นตุ่มที่เป็นจุดเริ่มต้นของเนื้องอก ซึ่งต้องผ่าตัดเอาออก ดูว่ามีสะเก็ดลอกหรือไม่ มีจ้ำแดงอยู่ที่ไหนบ้างมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกมาหรือเปล่า มีขนร่วงมากผิดปกติหรือเปล่า หรือขนหลุดเป็นหย่อม ๆ ผิวหนังบวม หรือมีฝีมีหนองหรือมีน้ำเหลืองไหลออกมาหรือไม่ อาการเหล่านี้ สามารถบ่งบอกให้ทราบได้ว่าเป็นการติดเชื้อประเภทใด อย่าลืมสังเกตดูว่ามีแผล หรือรอยขีดข่วนบ้างหรือไม่นะครับหากแผลเหล่านี้ไม่ได้รับการรักษาให้หาย จะทำให้เกิดการติดเชื้อ จนเป็นผีขึ้นได้ในภายหลัง ได้ครับ หรือท่านผู้ฟังคอยดูว่ามีพฤติกรรมอะไรของสุนัขที่เปลี่ยนไปเป็นต้นว่า เลียไม่ยอมหยุด หรือมีการลอกหลุดของผิวหนังหรือมีแผลที่ถูกแมลงกัดบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สุนัขรู้สึกไม่สบายตัวและต้องการการเอาใจใส่ดูแล สุนัขอาจต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกหมัดกัดที่บริเวณโคนหางหรืออาจเป็นเนื้องอกที่ขา เนื่องจากสุนัขเกิดการระคายเคืองเนื่องจากเลียมากในบริเวณที่ขาต้องเสียดสีกับพื้น ถ้าสุนัขสะบัดหัวบ่อย ๆ ไม่ยอมหยุดเป็นไปได้ว่า อาจมีไรอยู่ในหู
หากมีอาการเหล่านี้คุณต้องพาสุนัขไปให้คุณหมอตรวจรักษาโดยเร็วที่สุดเพราะถ้าปล่อยทิ้ง ก็มีแต่แย่ลง สุนัขจะพยายามเกาเพราะคันมาก ซึ่งเป็นการทรมานเจ้าตูบตัวน้อย ๆ ที่น่าสงสาร การป้องกันและการดูแลรักษาจะทำอย่างไร ถึงแม้ว่าโรคผิวหนังนี้จะเป็นโรคที่ต้องปวดหัวมากครับ กับการรักษาแต่ท่านผู้ฟังก็สามารถที่จะมีมาตรการในการป้องกันสุนัขของคุณ ดังต่อไปนี้ได้ครับ การแต่งขนให้สุนัข ก็เป็นการดูแลขั้นพื้นฐานที่สามารถรักษาสุขภาพผิวสหนังและขนของสุนัขไว้ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ทีเดียวครับการแปรงขนทุกวันไม่จำกัดว่าจะเป็นสุนัขขนสั้นหรือขนยาว จะทำให้ขนสุนัขเป็นเงางามไม่จับเป็นก้อนและช่วยให้ระบบโลหิตบริเวณผิวหนังหมุนเวียนได้สะดวกสุนัขควรได้รับการอาบน้ำเพื่อทำความสะอาดผิวหนังและขน อย่างไรก็ตามการอาบน้ำมากเกินไปก็อาจมีโทษหรืออาบแล้วล้างแชมพูออกไม่หมดก็จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้ ผิวหนังของสุนัขนั้นไวต่อการถูกแดดเผาได้เช่นเดียวกับผิวมนุษย์ครับดังนั้นควรให้สุนัขอยู่ในที่มีร่มเงาบ้าง เมื่อต้องปล่อยให้อยู่นอกบ้านและต้องจำไว้ด้วยว่าร่มเงานั้นจะเคลื่อนตัวไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ในเวลาเช้าท่านผู้ฟังอาจะเห็นสุนัขวิ่งเล่นสบายดีแต่พอถึงเวลาเที่ยงสุนัขของท่านผู้ฟังอาจจะนั่งลิ้นห้อย หอบแฮ็กๆ ตากแดดเปรี้ยงๆอยู่กลางหัวก็ได้ มะเร็งหรือเนื้องอกที่ผิวหนังนั้นก็ตรวจพบได้
สุนัขครับ ดังนั้นควรพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา หรือทำศัลยกรรม ในรายที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ เนื่องจากหมัดกัด การป้องกันหมัดนั้นอาจหมายรวมไปถึง การป้องกันไม่ให้สุนัขกัดหรือตะกุยบริเวณที่คันจนเลือดออก โดยทั่วไปแล้วคุณหมอจะมองไกลไปถึงปัญหาเรื่องการให้อาหารซึ่งเป็นผลเกี่ยวเนื่องที่สำคัญต่อความผิดปกติของผิวหนังและสภาพขน และมักจะให้คำแนะนำว่าสุนัขควรได้รับอาหารที่มีคุณภาพสูงในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าสุนัขได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เพื่อให้ร่างกายมีความเข็งแกร่งทั้งภายใน และภายนอก รวมไปถึงการช่วยให้สภาพผิวหนังที่ได้รับความเสียหาย ได้รับการรักษาให้หายได้ดีตามปกติครับ ยกตัวอย่าง เช่น คุณหมอบางท่านแนะนำให้เพิ่มไขมันในอาหารสุนัขเพื่อให้ผิวหนังมีความยึดหยุ่นและสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ผิวหนังและส่วนประกอบต่าง ๆที่กล่าวมาแล้วนั้นที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็นองค์ประกอบที่สำคัญทางกายวิภาคของสุนัขครับ เมื่อใดก็ตามที่ผิวหนังสามารถทำหน้าที่เป็นปกติแล้ว มันก็จะสามารถช่วยทำหน้าที่ป้องกันโรคภัยต่างๆเป็นด่านแรกของร่างกายดังนั้นผิวหนังจึงสามารถใช้เป็นเกณฑ์อย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านผ็ฟังพิจารณาสุขภาพของสุนัขได้เป็นอย่างดี โดยการให้การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและคอยรายงานความผิดปกติทันทีที่พบเห็นต่อคุณหมอ ก็จะทำให้สุนัขของท่านผู้ฟังปลอดภัยต่าง ๆ ที่คอยคุกคามระบบปกป้องร่างกายสุนัขตัวโปรดของท่านผู้ฟังไงล่ะครับ

 ความคิดเห็นที่ 5

11 ก.พ.2551  เวลา 21:57 น.
โดย.. ช้างเผือก 58.136.159.229  

โอ้เพียบเลยครับ ต้องพยายามอ่านให้จบให้ได้ครับ ขอบคุณนะครับ สำหรับสาระที่เป็นประโยชน์นะครับ


 ความคิดเห็นที่ 6

13 ก.พ.2551  เวลา 16:22 น.
โดย.. merf 202.139.223.18  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

 ความคิดเห็นที่ 7

21 ก.ย.2551  เวลา 21:51 น.
โดย.. เด็กเมืองจ้า 118.174.68.249  

อยากได้ข้อมูลเยอะกว่านี้


 ความคิดเห็นที่ 8

21 ก.ย.2551  เวลา 22:12 น.
โดย.. หมูน้อย 118.174.68.249  

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิออิออิ



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน