.
สกู๊ปเมืองตรัง : ท้องถิ่นกับอาเซียน
   
 

 ๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ปเมืองตรัง
จำนวนผู้อ่าน 168 คน

ท้องถิ่นกับอาเซียน

     สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations) หรืออาเซียน (ASEAN) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2510 โดยประเทศผู้ก่อตั้งคือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ที่ได้ลงนามในปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) ต่อมาบรูไนดารุสซาลาม เวียดนาม พม่า ลาว และกัมพูชา เข้ามาเป็นสมาชิกตามลำดับ ปัจจุบันอาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ


     ในพ.ศ. 2558 อาเซียนได้วางแนวทางในการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ภายใต้การทำงานใน 3 ประชาคมซึ่งได้แก่ (1) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political Security Community) (2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) และ (3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio Cultural Community)

 

     ในการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยมีบทบาทในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้  (1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้เป็นระบบและสะดวกต่อการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมทางถนน ทางราง ทางน้ำและทางอากาศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการขยายฐานการผลิต อาทิไฟฟ้า ประปา อินเตอร์เน็ต ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจต้องประสานความร่วมมือกับส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (2) การพัฒนาส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ด้วยการดูแลและช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่โดยอาจจะต้องมีนโยบายในการส่งเสริมอาชีพ ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม เปิดรับวิสัยทัศน์ในกระบวนการผลิตแบบใหม่ เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นมาตรฐานเท่าเทียมกับระดับสากล ดูแลช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในท้องถิ่นรวมถึงวิสาหกิจชุมชนและทบทวนนโยบายและบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมการลงทุนภายในท้องถิ่น (3) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการเร่งปรับระบบการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งจะต้องจัดการอย่างเป็นระบบโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการเฝ้าระวังการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการกำหนดแผนและมาตรการป้องกันและบรรเทาวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม และทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (4) การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต โดยต้องมีแนวนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องต่างๆ อาทิ การป้องกันโรคระบาด การจัดการสาธารณสุขขั้นมูลฐาน การจัดการศึกษา การบริหารจัดการเรื่องแรงงานต่างด้าว การจัดสวัสดิการให้แก่แรงงาน รวมทั้งการเตรียมรับผลกระทบจากปัญหาสังคมและสาธารณสุขที่อาจเกิดจากการเคลื่อนย้ายแรงงานและนักท่องเที่ยวโดยเสรียิ่งขึ้น อาทิโรคระบาด ความขัดแย้งทางสังคมและเชื้อชาติ และอาชญากรรมข้ามชาติ (5) การรักษาความสงบเรียบร้อย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีบทบาทมากขึ้นในการเฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรม เช่น พัฒนาระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว รวมทั้งร่วมกับชุมชนในการกำหนดกติกาและหลักเกณฑ์ของชุมชนสำหรับแรงงานต่างด้าว และ (6) การจัดการด้านภาษา วัฒนธรรมและจารีตประเพณี โดยส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาทักษะความรู้ด้านภาษาอังกฤษและภาษาของประเทศเพื่อนบ้านตามความจำเป็น ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประเทศเพื่อนบ้าน

 

     นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยอาจต้องประสานความร่วมมือกับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ ในการปรับบทบาทและภารกิจของตน พัฒนาความรู้ความสามารถทางภาษาของข้าราชการเจ้าหน้าที่รวมทั้งภาษาอื่น ๆ ในอาเซียนตามความจำเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในบางพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก อาจต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรโดยการสร้างกองใหม่ ๆ ขึ้นมา เช่น กองวิเทศสัมพันธ์ตามความจำเป็น รวมทั้งพัฒนาและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถในการพัฒนา จัดการและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน

     นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วประชาชนก็ควรเตรียมพร้อมในการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนดังนี้ (1) ศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของอาเซียนและประชาคมอาเซียน (2) ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเนื่องจากประเทศในอาเซียนมีความแตกต่างหลากหลายและเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน (3) เพิ่มพูนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเนื่องจากภาษาอังกฤษได้รับการกำหนดให้เป็นภาษาราชการของอาเซียนตลอดจนภาษาต่าง ๆ ของประเทศในอาเซียนตามความจำเป็น (4) รับรู้และเตรียมพร้อมรับกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศและ (5) ผู้ประกอบการแรงงานต้องพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เด่นชัด

 

     องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.ตรัง) โดยการนำของนายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ตื่นตัวต่อการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และได้ดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในเรื่องนี้ดังนี้ (1) พัฒนาการขนส่งระหว่างประเทศทางน้ำซึ่งมีต้นทุนการขนส่งต่ำกว่าการขนส่งประเภทอื่นๆ โดยการก่อสร้างท่าเทียบเรือนาเกลือซึ่งตั้งอยู่ที่ ต. บ่อหิน อ. กันตัง จ.ตรัง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศของจังหวัดตรังโดยท่าเรือแห่งนี้สามารถเชื่อมโยงกับท่าเทียบเรือปีนังของประเทศมาเลเซีย และท่าเทียบเรือเบลาวัน ของประเทศอินโดนีเซีย (2) ปรับเปลี่ยนป้ายรถประจำทางในตัวเมืองตรังจากเลขไทยเป็นเลขอารบิกเพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถใช้บริการได้ด้วย (3) ให้ความรู้แก่ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดตรังโดยเฉพาะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรื่องประชาคมอาเซียน โดยการให้ความรู้ครั้งสำคัญที่สุดเกิดขึ้นในโครงการรอบรู้เรื่องอาเซียนกับอดีตเลขาธิการอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556 โดยวิทยากรคือ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และการสัมมนาทิศทางท้องถิ่นไทยกับประชาคมอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554 โดยวิทยากรคือ รศ. วุฒิสาร ตันชัย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ ร.ศ. ดร. ขจิต จิตตเสวี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

บทความโดย: สิทธิ หลีกภัย เลขานุการนายกอบจ.ตรัง

(ข้อมูลบางส่วนอ้างอิงมาจาก หนังสือประชาคมอาเซียนกับการปกครองส่วนท้องถิ่น โดย ศ.ดร. ไชยวัฒน์ ค้ำชูและณัชชภัทร อุ่นตรงจิตร จัดพิมพ์โดยวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า และคำบรรยายของ ผศ.ดร. ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 ณ ห้องประชุม 5501 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น)



    Aritelcs like this are an example of quick, helpful answers.
 โดย... yq0rWtHMzav
28 ตุลาคม 2558 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702