.
สกู๊ปเมืองตรัง : กฎจราจรคือกฎของชีวิต
   
 

 ๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ปเมืองตรัง
จำนวนผู้อ่าน 124 คน

กฎจราจรคือกฎของชีวิต

     ตั้งแต่พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.ตรัง) โดยการนำของนายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง ได้ร่วมกับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด จัดโครงการอบรมส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยสร้างวินัยจราจรขึ้นตามโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดตรังทั้งหมด 11 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่ขับรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน ได้เรียนรู้และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ สร้างชมรมดูแลการจราจรในโรงเรียน และลดอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนน โครงการนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากวิทยากรจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองตรัง สำนักงานขนส่งตรังสาขาห้วยยอด โดยในการอบรมวิทยากรได้นำข้อมูลที่น่าสนใจมานำเสนอแก่นักเรียนโดยสังเขปดัง ต่อไปนี้
 


สถิติการเกิดอุบัติเหตุ
     จากสถิติทำให้ทราบว่าในบรรดาประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN) ไทยมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงที่สุด ในขณะที่มาเลเซียมีสถิติต่ำที่สุด โดยรัฐบาลไทยได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ประกาศให้ปี 2554 ถึง 2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน (Decade of Action for Road Safety 2011 - 2020) และข้อมูลจากรายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยปีพ.ศ. 2553 และ 2554 ทำให้ทราบว่าในพ.ศ. 2553 และ 2554 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนวันละ13,766 คนและ 14,033 คนตามลำดับ หรือโดยเฉลี่ยวันละประมาณ 38 คน ทั้งนี้สถิติดังกล่าวยังไม่รวมผู้ที่บาดเจ็บและพิการอีกเป็นจำนวนมาก


สำหรับจังหวัดตรังจากการเก็บสถิติพบว่าใน พ.ศ. 2555 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งสิ้น 110 คน แบ่งตามอำเภอ ได้เป็น
- อำเภอกันตัง 11 ศพ
- อำเภอนาโยง 7 ศพ
- อำเภอปะเหลียน 12 ศพ
- อำเภอเมือง 32 ศพ
- อำเภอย่านตาขาว 8 ศพ
- อำเภอรัษฎา 3 ศพ
- อำเภอวังวิเศษ 12 ศพ
- อำเภอสิเกา 10 ศพ
- อำเภอห้วยยอด 13 ศพ
- อำเภอหาดสำราญ 2 ศพ

และใน พ.ศ. 2556 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั้งสิ้น 102 คน แบ่งตามอำเภอ ได้เป็น
- อำเภอกันตัง 10 ศพ
- อำเภอนาโยง 6 ศพ
- อำเภอปะเหลียน 7 ศพ
- อำเภอเมือง 30 ศพ
- อำเภอย่านตาขาว 16 ศพ
- อำเภอรัษฎา 3 ศพ
- อำเภอวังวิเศษ 8 ศพ
- อำเภอสิเกา 7 ศพ
- อำเภอห้วยยอด 13 ศพ
- อำเภอหาดสำราญ 2 ศพ
 

 


ปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
     จากการบรรยายของวิทยากรทำให้ทราบว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนมี 3 ประการคือคน รถและปัจจัยภายนอก ปัจจัยที่เกิดจากคน เช่น การเสพของมึนเมา การขาดความรู้เรื่องกฎจราจร ความประมาทหรือความคึกคะนอง การขาดจิตสำนึกที่ดีรวมทั้งการขาดความรู้เกี่ยวกับรถ ปัจจัยที่เกิดจากรถเช่น สภาพที่ไม่สมบูรณ์ของรถ การดัดแปลงสภาพรถ  ส่วนปัจจัยภายนอก เช่น สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนลื่น ไม่มีป้ายสัญญาณจราจรในจุดที่ควรจะมี สภาพดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการขับขี่ มีสิ่งของตกอยู่บนถนน ฯลฯ


ข้อดีของการสวมหมวกกันน็อก
     จากงานวิจัยของมูลนิธิเมาไม่ขับได้พบว่าเหตุผลสำคัญที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์นำมาเป็นข้ออ้างในการไม่สวมหมวกนิรภัยโดยเรียงจากมากไปหาน้อยคือ (1) ร้อยละ 64 ตอบว่าขับขี่เพียงในระยะใกล้ ๆ คงไม่เป็นไร (2) ร้อยละ 37 ตอบว่าไม่ได้ขับขี่ออกสู่ถนนใหญ่ (3) ร้อยละ 29 ตอบว่าเร่งรีบจะไปทำธุระ (4) ร้อยละ 21 ตอบว่าการสวมหมวกกันน็อกทำให้ร้อนอึดอัด (5) ร้อยละ 13 ตอบว่ากลัวผมเสียทรง (6) ร้อยละ 10 ตอบว่าไม่มีที่เก็บ พกพาลำบากและกลัวหาย (7) ร้อยละ 8 ตอบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เข้มงวด (8) ร้อยละ 7 ตอบว่าไม่มีหมวกกันน็อกและ (9) ร้อยละ 6 ตอบว่าคิดว่าคงไม่เกิดอุบัติเหตุ และจากงานวิจัยเช่นกัน ทำให้ทราบว่าหมวกกันน็อกมีประโยชน์มากมาย เช่น สามารถลดการเสียชีวิตของผู้ขับขี่ได้ร้อยละ 43 สามารถลดการบาดเจ็บรุนแรงได้ร้อยละ72 และสามารถลดการเสียชีวิตของผู้ซ้อนท้ายได้ร้อยละ 58

 


พรบ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
     ข้อมูลจากวิทยากรทำให้ทราบว่า ในการประกันภัยอุบัติเหตุทางถนนมีการประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ การประกันตามพรบ.นี้เป็นการประกันภัยภาคบังคับซึ่งหากไม่ทำประกันภัยตามพรบ.นี้จะมีโทษปรับ ที่สำคัญการประกันภัยตามพรบ.นี้เป็นการประกันชีวิต ร่างกายและอนามัยของทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสารและคนเดินเท้า แต่มิได้เป็นการประกันภัยความเสียหายของรถ โดยการอบรมได้ครอบคลุมเนื้อหาที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น รถประเภทใดบ้างที่ต้องทำประกันภัยตามพรบ.นี้ จำนวนเงินที่จะได้รับค่าเสียหายในแต่ละกรณี การยื่นคำร้องเพื่อขอรับค่าเสียหาย เป็นต้น


การสอบใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์
     การอบรมเพื่อสอบใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ในโครงการนี้ประกอบด้วยการอบรมในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยในภาคทฤษฎีได้มีการบรรยายเพื่อให้ความรู้ที่จำเป็นต่อการสอบ โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร ที่สำคัญยังมีการฝึกอบรมในภาคปฏิบัติที่ลานฝึกอีกด้วย โดยเมื่อฝึกสำเร็จนักเรียนจะได้รับการรับรองว่าสอบผ่านในภาคปฏิบัติแล้วเพื่อนำผลการรับรองดังกล่าวไปสอบเฉพาะในภาคทฤษฎีที่สำนักงานขนส่งต่อไป สุดท้ายนี้ อบจ.ตรังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการอบรมตามโครงการนี้จะช่วยลดความสูญเสียทางถนนและทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น


บทความโดย: สิทธิ หลีกภัย เลขานุการนายกอบจ.ตรัง


แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702