.
สกู๊ปเมืองตรัง : กินผักที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเท่าปลูกผักกินเอง
   
 

 ๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ปเมืองตรัง
จำนวนผู้อ่าน 102 คน

กินผักที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเท่าปลูกผักกินเอง

     ในปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันในทางการแพทย์แล้วว่าสาเหตุของโรคต่างๆ มิได้เกิดจาก “เชื้อโรค” เพียงประการเดียว แต่เกิดจาก “วิถีชีวิต” อีกด้วย เช่น พฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ โดยทุกวันนี้ การบริโภคอาหารมิได้เป็นเพียง “ปัจจัยเสริม” สุขภาพเท่านั้น หากยังเป็น “ปัจจัยเสี่ยง” ต่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากทั้งพืชผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ต่างมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารฟอร์มาลีนในถั่วงอก และยาฆ่าแมลงที่ตกค้างอยู่ตามผักและผลไม้ต่าง ๆ การบริโภคสารพิษเข้าไปในร่างกายเมื่อมีปริมาณถึงระดับหนึ่งย่อมก่อให้เกิดโทษ

 

     นายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง ได้เล่าว่าจากการออกเยี่ยมเยียนประชาชนในจังหวัดตรังตามสถานที่ต่าง ๆ ทำให้ได้พบว่าประชาชนส่วนหนึ่งมีอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการรับประทานผักปน เปื้อนยาฆ่าแมลง ตนจึงได้คิดหาวิธีแก้ปัญหาด้านสุขภาพดังกล่าวของประชาชนโดยการหารือกับสอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง (ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) และสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ข้อสรุปของการหารือในครั้งนั้นคือ “ประชาชนจะปลอดจากสารพิษมากที่สุดถ้าสามารถปลูกผักไว้บริโภคเองได้” ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง ที่มุ่ง“ป้องกันการเกิดโรคมากกว่าการรักษาเยียวยา” โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของประชาชนว่าผัก ประเภทใดเป็นที่ต้องการของประชาชน ส่วนศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง (ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) มีหน้าที่ผลิตต้นกล้าของพืชผักตามที่กำหนดในแต่ละปีเพื่อฝึกอบรมและแจกจ่าย ให้กับประชาชนโดยการสนับสนุนงบประมาณจากอบจ.ตรัง ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมาจึงเกิด “โครงการผลิตพืชผักปลอดภัยสารพิษและกล้าไม้เพื่อส่งเสริมราษฎรในเขตพื้นที่ จังหวัดตรัง” โดยในปี 2553 การฝึกอบรมและมอบพันธุ์พืชตามโครงการนี้ได้เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 18 ตุลาคม ถึง 17 ธันวาคม 2553 ซึ่งนายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง พร้อมทีมงานมีกำหนดการพบปะประชาชนในการฝึกอบรมดังกล่าว โดยผลที่คาดว่าจะได้รับคือ (1) ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน (2) ลดความเสี่ยงของการบริโภคผักปนเปื้อนสารพิษ และ (3) ปลูกฝังให้ประชาชนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนบ้าน

 


     ในแต่ละปี พืชผักที่นำมาฝึกอบรมและแจกจ่ายอาจมีความแตกต่างกันบ้างตามความต้องการของ ประชาชน โดยผักที่ได้รับการสนับสนุนให้ปลูกในปีนี้ประกอบด้วย พริก มะเขือเปราะ มะละกอฮอลแลนด์ ผักหวานป่า มะนาว มะกรูด มะยม เนียงหรือนาง และสะตอ นายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง ย้ำกับผู้เข้าร่วมโครงการในการพบปะประชาชนในแต่ละรอบเสมอมาว่า “อย่าลืมนำพืชผักที่ได้รับไปจากการอบรมตามโครงการนี้ไปแบ่งปันให้ผู้ที่ อาศัยอยู่ในบริเวณบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย” ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้ที่อาศัยอยู่ ในละแวกเดียวกัน ที่สำคัญโครงการนี้ช่วยให้ประชาชนมีผักปลอดสารพิษไว้บริโภคตลอดทั้งปี

     โครงการนี้มีคุณเสนอ รัตนสำเนียง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง (ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) เป็นวิทยากรอธิบายวิธีการนำต้นกล้าออกจากกระถางพลาสติกให้ถูกวิธีเพื่อให้ ต้นไม้อยู่รอดเมื่อนำไปปลูกลงดินและอธิบายวิธีการดูแลต้นไม้ให้เจริญงอกงาม นอกจากนี้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง (ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) (โดยการสนับสนุนงบประมาณจากอบจ.ตรัง) ยังได้ผลิตคู่มือ “การผลิตผักปลอดภัยสารพิษ” เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนชาวตรังในด้านต่าง ๆ เช่น (1) วิธีการผลิตผักปลอดสารพิษ (2) วิธีการเลือกซื้อและบริโภคผักให้ปลอดภัยจากสารพิษ (3) วิธีการปลูกและการดูแลรักษาพืชผักต่าง ๆ (4) สรรพคุณทางยาของพืชผักต่าง ๆ (ตั้งแต่ยอดจรดปลายราก) ฯลฯ

 


     คู่มือ “การผลิตผักปลอดภัยสารพิษ” ได้บรรยายสรรพคุณทางยาของผัก 9 ประเภทตามโครงการในปีนี้อย่างละเอียด โดยขอยกมากล่าวในบทความนี้พอสังเขปว่า

(1) พริก (ชื่อท้องถิ่น “ดีปลี”) ผลมีคุณสมบัติให้รสเผ็ดร้อน ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด ท้องอืด บรรเทาอาการเจ็บคอ ส่วนลำต้นมีคุณสมบัติช่วยขับปัสสาวะ แก้กษัย ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้เส้นเอ็นพิการ

(2) มะเขือเปราะ ผลมีคุณสมบัติแก้เสมหะ แก้น้ำลายเหนียว รากมีคุณสมบัติขับเสมหะ แก้ไอ กระทุ้งไข้พิษ

(3) มะละกอฮอลแลนด์ ใบสามารถนำมาต้มดื่มบำรุงหัวใจ ขับพยาธิ ขับปัสสาวะ แก้ไข้ แก้บิด แก้ปอดบวม ผลสุกมีคุณสมบัติบำรุงน้ำนม ระบายท้อง ยางจากผลดิบมีคุณสมบัติกัดหูด ไฝ และฝ้าได้

(4) ผักหวานป่า รากสามารถนำมาต้มเป็นยาลดใข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ปวดมดลูก ยางจากใบสามารถนำมากวาดลิ้นแก้เป็นฝ้าขาวได้ ยอดมีรสหวานกรอบแก้ร้อนในกระหายน้ำ หรือใช้ปรุงเป็นยาเขียวเพื่อลดใข้คลายความร้อน

(5) มะนาว รากสดสามารถนำมาต้มกินแก้อาการฟกช้ำจากการถูกกระแทก ผลสามารถนำมาคั้นแก้กระหาย แก้ร้อนใน ช่วยให้เจริญอาหาร ถ่ายพยาธิ

(6) มะกรูด น้ำจากผลมีคุณสมบัตินำมาสระผมแก้รังแคได้ ใบสดสามรถนำมาปรุงอาหารเพื่อลดกลิ่นคาวได้ ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว

(7) มะยม สามารถนำมาปรุงเป็นยาได้หลายอย่าง เช่น ยาอดบุหรี่ โดยการนำแก่นชิ้นเท่าฝ่ามือ 3 ชิ้นมาต้มกับน้ำ 1 แก้วนาน 5 นาที ดื่มให้หมดวันละ 1 แก้ว

(8) เนียงหรือนาง เปลือกหุ้มเมล็ดช่วยแก้โรคเบาหวาน ใบนำมาพอกแก้โรคผิวหนัง ลูกนิยมนำมารับประทานเป็นผักสด และ

(9) สะตอ เมล็ดมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รับประทานเป็นประจำช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้
 

 


     ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปี 2552 มีเกษตรกรและประชาชนเข้าร่วมโครงการนี้แล้ว 64,400 ครอบครัว (ทั้งนี้ยังไม่รวมราษฎรที่ได้รับการแบ่งปันและขยายผลจากผู้เข้าร่วมโครงการ) โดยในปี 2553 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 10,000 คน อบจ.ตรัง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง (ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) และสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวไว้ข้างต้นทุกประการ  


บทความโดย: สิทธิ หลีกภัย เลขานุการนายกอบจ.ตรัง



    โครงการปลูกผักกินเองเป็นโครงการที่ดีมาก ประหยัดค่าใช้จ่าย และได้ออกกำลังกายทุกวัน
 โดย... น้องโออรัญ
6 กุมภาพันธ์ 2558 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702