.
สกู๊ปเมืองตรัง : บทเรียนจากกำแพงเมืองจีน
   
 

 ๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ปเมืองตรัง
จำนวนผู้อ่าน 219 คน

บทเรียนจากกำแพงเมืองจีน

     ชาวไทยมักเข้าใจกันว่ากำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นในสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้ องค์ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉิน ผู้รวมประเทศจีนให้เป็นปึกแผ่นในพ.ศ. 322 แต่ในความเป็นจริงแล้วได้มีการสร้างกำแพงเมืองจีนขึ้นมาก่อนหน้านั้น โดยในขณะนั้นจีนแบ่งออกเป็นก๊กต่าง ๆ ทั้งหมด 7 ก๊ก โดยแต่ละก๊กต่างก็สร้างกำแพงเพื่อปกป้องแว่นแคว้นของตน เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์พระองค์ได้ดำเนินการเชื่อมกำแพงของก๊กต่างๆ เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งได้แก้ไข ดัดแปลงและสร้างกำแพงเพิ่มเติมอีกด้วย นอกจากนี้ หลังจากสมัยของจิ๋นซีฮ่องเต้แล้ว จักรพรรดิของจีนพระองค์ต่อ ๆ มาในราชวงศ์ถัด ๆ มาก็ได้สร้างกำแพงเพิ่มเติมขึ้นอีกจนทำให้ได้กำแพงยาวเหยียดมีลักษณะคล้ายมังกรนอนหลับอยู่ และเนื่องจากแต่ละช่วงของกำแพงได้สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ต่างกันจึงทำให้กำแพงแต่ละช่วงมีลักษณะแตกต่างกันไป โดยบางช่วงสร้างขึ้นจากดิน ในขณะที่บางช่วงสร้างขึ้นจากหินหรืออิฐ  และด้วยความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีนทั้งด้านสถาปัตยกรรมและด้านประวัติศาสตร์นี่เอง ทำให้กำแพงเมืองจีนได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” (World Heritage) ในปี พ.ศ. 2530 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 11 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้กำแพงเมืองจีนยังเป็นหนึ่งในเจ็ด “สิ่งมหัศจรรย์ของโลก” (Wonders of the World) อีกด้วย

     ราชวงศ์ฉินนั้นมีอายุเพียง 15 ปี และตามมาด้วยราชวงศ์ฮั่น ทั้งสองราชวงศ์นี้มีวิธีการสร้างกำแพงเมืองจีนที่คล้ายกันคือสร้างหอคอยก่อนโดยให้มีระยะห่างกันประมาณสามารถยิงลูกธนูถึงกันได้แล้วจึงสร้างเบ้าไม้เชื่อมระหว่างหอคอย หลังจากนั้นจึงเทดินลงไปในเบ้าให้แน่น เมื่อถอดเบ้าออกก็จะได้กำแพงดินที่แข็งแรงทนทาน ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิงได้มีการผลิตอิฐขึ้นด้วยเตาเผา โดยอิฐที่ผลิตขึ้นในสมัยนั้นมีความแข็งแกร่งไม่แพ้อิฐที่ผลิตโดยกรรมวิธีสมัยใหม่ในปัจจุบัน การก่ออิฐก็คล้ายกับวิธีการในปัจจุบัน โดยในสมัยนั้นใช้ดินเหนียวเป็นตัวเชื่อมระหว่างอิฐแต่ละก้อนซึ่งกำแพงเมืองจีนที่ยังคงหลงเหลือให้เราได้ชมอยู่จนถึงทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นส่วนของกำแพงที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์นี้ทั้งสิ้น เนื่องจากส่วนที่สร้างด้วยอิฐย่อมมีความแข็งแรงทนทานกว่าส่วนที่สร้างด้วยดินเหนียว

     เหตุผลสำคัญในการก่อสร้างกำแพงเมืองจีนก็เพื่อป้องกันราชอาณาจักร ตามประวัติศาสตร์ของจีนพบว่ามีการรุกรานโดยชนเผ่าจากทางเหนือนับครั้งไม่ถ้วน ในสมัยราชวงศ์หมิงกำแพงเมืองจีนมีส่วนสำคัญในการต่อต้านการรุกรานจากชาวมองโกลทำให้กำแพงส่วนที่อยู่ใกล้กรุงปักกิ่งซึ่งเป็นเมืองหลวงในขณะนั้นมีความมั่นคงแข็งแรงเป็นพิเศษ (ในบางยุคบางสมัยเมืองหลวงมิได้อยู่ที่กรุงปักกิ่ง) นอกจากนี้ ในช่วงปลายราชวงศ์นี้กำแพงเมืองจีนยังได้ใช้ในการต่อต้านการรุกรานจากชาวแมนจูอีกด้วย
 
     การก่อสร้างกำแพงเมืองจีนใช้แรงงานจากคนงาน นักโทษจากสงครามและทาสกว่า 1 ล้านคน โดยแรงงาน จำนวนมากเหล่านั้นต่างเสียชีวิตลงเนื่องจากความเหน็ดเหนื่อย ความหิวโหยและโรคภัยใข้เจ็บอีกนานับประการ ซึ่งศพของผู้เสียชีวิตได้ถูกฝังอยู่ใต้กำแพงนั่นเอง ทำให้กำแพงเมืองจีนได้รับการขนานนามว่าเป็นสุสานที่มีความยาวที่สุดในโลกอีกด้วยโดยประมาณกันว่าทุก ๆ หนึ่งฟุตก็คือหนึ่งชีวิตของแรงงานผู้ก่อสร้างนั่นเอง นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องยากที่จะทราบความยาวที่แท้จริงของกำแพงเมืองจีนเนื่องจากบางช่วงของกำแพงได้สูญหายพังทลายไปตามกาลเวลา ในขณะที่บางช่วงถูกค้นพบในภายหลังเนื่องจากจมอยู่ไต้ดินและทรายที่พายุทะเลทรายพัดพามา แต่จากการคำนวณ กำแพงเมืองจีนน่าจะมีความยาวประมาณ 4 พันไมล์หรือ 6,350 กิโลเมตร พาดผ่านภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้า ทะเลทราย และเทือกเขาสูง โดยในภาษาจีนเรียกกำแพงเมืองจีนว่า “กำแพงหมื่นลี้” และตัวกำแพงไม่ได้เป็นกำแพงเรียบ ๆ ไปเสียทั้งหมด แต่จะมีหอคอยเป็นระยะ ๆ เพื่อคอยสังเกตการณ์ศัตรูผู้มารุกรานพร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนเมื่อภัยมา

     มีรายงานว่าในปัจจุบันความยาวของกำแพงเมืองจีนเหลืออยู่เพียงหนึ่งในสามของความยาวทั้งหมดในอดีตเท่านั้น โดยกำแพงช่วงที่เป็นจุดท่องเที่ยวจะได้รับการบูรณะอยู่ตลอดเวลาซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวนับหมื่นมาเยี่ยมชม ในขณะที่บางช่วงของกำแพงซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกลับไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประชาชนได้นำอิฐจากกำแพงไปสร้างบ้าน ถนน บ้างก็ปล่อยให้มีการขีดเขียนข้อความสกปรกเลอะเทอะบนกำแพงซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง โดยเมื่อพิจารณาอย่างละเอียด ชะตากรรมของกำแพงเมืองจีนนั้นก็คล้ายกับชะตากรรมของเตาถ่านในจังหวัดตรังซึ่งหากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.ตรัง) โดยการบริหารของนายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง มิได้มีนโยบายอนุรักษ์เตาถ่านดังกล่าวเอาไว้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ลูกหลานชาวตรังได้เรียนรู้กรรมวิธีการผลิตถ่านไม้โกงกางและวิถีชีวิตในอดีตที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตถ่านแล้วล่ะก็ เตาถ่านเหล่านั้นก็คงจะถูกทลายลงเพื่อนำอิฐเตาถ่านไปสร้างเป็นรีสอร์ทเสียหมดแล้ว

 

     นอกจากนี้ ใครที่ไปเยือนกำแพงเมืองจีนจะพบว่ามีผู้นำแม่กุญแจจำนวนมากมาห้อยไว้บนกำแพง หลายท่านคงสงสัยว่าเพราะเหตุใด คำตอบก็คือในปีค.ศ. 2000 (พ.ศ.2543) ได้มีการจัดเทศกาลการแต่งงานของชาวจีน 2,000 คู่โดยบ่าวสาวทุกคู่จะล็อกแม่กุญแจไว้ที่กำแพงเมืองจีนแล้วโยนลูกกุญแจทิ้งไปเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าจะไม่พรากจากกันนั่นเอง

 

     จากการได้ไปเยือนประเทศจีนทำให้ทราบว่าจุดเด่นที่สำคัญด้านการท่องเที่ยวของจีนนั้นส่วนหนึ่งมาจากการที่จีนมีประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องยาวนานและน่าสนใจ และที่สำคัญสถานที่ท่องเที่ยวของจีนแต่ละแห่งล้วนแล้วแต่มีความยิ่งใหญ่อลังการด้วยกันทั้งสิ้น ผู้ที่ไปเยือนเมืองจีนจึงควรเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมเพื่อให้สามารถเดินชมได้อย่างทั่วถึง โดยบางช่วงของกำแพงเมืองจีนมีความสูงชันมาก ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเดินจึงควรระมัดระวัง นอกจากนี้บนตัวกำแพงและรอบ ๆ กำแพงยังมีสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น ร้านขายของที่ระลึกต่าง ๆ ร้านน้ำชา ร้านถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวสามารถแต่งกายย้อนยุคไปถ่ายภาพบนกำแพงได้ ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดตรังได้


บทความโดย: สิทธิ หลีกภัย เลขานุการนายกอบจ.ตรัง



    ไปเที่ยวเมืองจีนแล้วควรนำความรู้มาใช้ประโยชน์บ้างเพื่อให้คุ้มกับงบประมาณของรัฐ
 โดย... เขาน้ำพราย
11 กุมภาพันธ์ 2560 ลบความคิดเห็น 


    ไปเที่ยวเมืองจีนแล้วควรนำความรู้มาใช้ประโยชน์บ้างเพื่อให้คุ้มกับงบประมาณของรัฐ
 โดย... เขาน้ำพราย
11 กุมภาพันธ์ 2560 ลบความคิดเห็น 


    เป็น1ใน10สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สวยงามมาก ที่มนุษย์สร้างขึ้น
 โดย... น้องเล็กจอมบึง
6 กุมภาพันธ์ 2558 ลบความคิดเห็น 


    ตรังควรสร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกบ้าง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นหลวงพ่อที่มีชื่อเสียงในอดีตและปัจจุบัน,บุคคลที่ทำชื่อเสียงให้แก่จังหวัดโดยจัดทำในรูปพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน รวบรวมไว้เพื่อให้ลูกหลานได้รับรู้ถึงผลงานและความดีที่ทำมา
 โดย... ป้าตู่คนสวย
3 เมษายน 2557 ลบความคิดเห็น 


    ครับน่าจะสร้างต้นยางพาราที่ใหญ่ทีสุดในโลกนะครับ ทำให้เป้นแบบหอชมเมืองตรังได้360องศาครับน่าจะสูง สัก100เมตรครับจะได้สนับสนุนการท่องเทียวและเป็นแหล่ง เรียนรู้ประวัติความเป็นมาต้นยางตรังและเมืองตรังครับ
 โดย... คนตรัง
17 สิงหาคม 2556 ลบความคิดเห็น 


    เดี่ยวจะไปเที่ยวนะครับและหวังว่าคงจะสวยตามที่เค้าโม้กันนะครับ
 โดย... ta oo
17 กุมภาพันธ์ 2556 ลบความคิดเห็น 


    ไปเที่ยวเมืองจีนแล้วได้ความรู้มาปรับปรุงจังหวัดตรัง ควรสร้างต้นยางพาราท่ีใหญ่ที่สุดในโลก
 โดย... เขาน้ำพราย
1 ธันวาคม 2555 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702