๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ปเมืองตรัง
จำนวนผู้อ่าน 1 คน

สถาปัตย์ร้อยปี อิ่มหมีพีมัน กับคืนวันที่ "เมืองตรัง"

เมื่อพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวในจ.ตรัง หลายคนอาจนึกถึงแต่เพียงความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติประเภทเกาะแก่งแอ่งอ่าว ทว่ามนต์เสน่ห์ของเมืองใต้แห่งนี้

 

 

ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความงดงามทางธรรมชาติเท่านั้น เพราะขนบประเพณี วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวตรังก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมแด่ผู้ได้มาสัมผัส...

 

ด้วยเหตุนี้ทางจ.ตรังจึงได้ร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดตรัง จัดเทศกาลการท่องเที่ยวภายใต้ชื่อ "ประเพณี...วิถีตรัง" ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนตุลาคม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจ.ตรัง ตลอดจนอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันเก่าแก่ดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษรุ่นสู่รุ่น

กลิ่นอายความเป็นเมืองเก่าแก่ สามารถสัมผัสได้เพียงแรกเห็นจากสิ่งปลูกสร้างและบ้านเรือนของชาวตรัง เราเริ่มต้นกิจกรรมแรกด้วยการแวะสักการะกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่ "หอการค้าจังหวัดตรัง" ซึ่งไม่เพียงเป็นสถานที่ราชการแต่ยังเป็นศูนย์รวมพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตรัง ไม่ว่าจะเป็น พระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี พระโพธิสัตย์กวนอิม หลวงปู่ทวด เป็นต้น

จากนั้นเรามีโอกาสนั่งรถ "ตุ๊กตุ๊กหัวกบ" เอกลักษณ์เมืองอดีตนายกรัฐมนตรีที่ไม่เหมือนที่ใด ท่องไปตามถนนสายกันตรังเพื่อชมวิถีชีวิตของคนสองข้างทาง แม้จะใกล้-ไกลแค่ไหน คนขับก็คิดราคาเพียง 15 บาทเท่านั้น (ราคาที่ถูกปรับขึ้นในยุคน้ำมันแพง) โดยมี จรัญ ชื่นในธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานททท. ภาคใต้ เป็นไกด์นำเที่ยว โดยคุณจรัญเล่าว่า สิ่งก่อสร้างแบบโบราณตลอดสองฝั่งถนนคือ "ชิโนโปตุกิส" สถาปัตยกรรมแบบโปรตุเกตอายุกว่าร้อยปี ซึ่งชาวบ้านยังคงอนุรักษ์ไว้โดยไม่ปล่อยให้สิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่เข้ามาเติบโตแทนที่

"วิถีวัฒนธรรมของคนที่นี่เข้มแข็งมาก จะเห็นได้ว่าวัยรุ่นที่ใส่เสื้อผ้าประเภทสายเดี่ยวเกาะอก แทบไม่มีให้เห็นเลย สถานบันเทิงหลายแห่งต้องปิดกิจการไปเนื่องจากไม่ได้รับความนิยม เพราะวัยรุ่นยังคงนั่งรวมกลุ่มกันตามร้านน้ำชา กินน้ำชา กาแฟ ดูฟุตบอลไป แสดงให้เห็นถึงวิถีของของชาวตรังอีกอย่างหนึ่ง" จรัญ กล่าว ก่อนเล่าต่ออีกว่า ตรังเป็นเมืองของคนช่างกิน เริ่มต้นกันตั้งแต่เช้ายันมืด ผู้คนจะนิยมพาลูกหลานมากินอาหารที่ร้านน้ำชาเป็นประจำ เพราะคนส่วนใหญ่ต้องตื่นมาตัดยางตั้งแต่เช้ามืด จึงไม่มีเวลาประกอบหาอาหาร ดังนั้นเมืองตรังจึงมีร้านน้ำชาอยู่มากมาย

ว่าแล้ว เราจึงเลือกกินอาหารมื้อเย็นกันที่ "ร้านน้ำชาโกหล่อ" ขณะที่กำลังกินติ่มซำอย่างจุใจอยู่นั้น ก็พลันเหลือบไปเห็นใบปลิวขนาดใหญ่รูปหญิงชราติดอยู่ตามผนัง ไกด์เจ้าเก่าอธิบายให้ฟังว่า "นี่คือใบปิดงานศพของชาวตรังซึ่งมีอยู่ที่เดียวในประเทศไทย เมื่อมีคนตาย ชาวตรังจะไม่นิยมแจกการ์ดเชิญ แต่จะทำใบปิดงานศพแปะตามฝาผนัง โดยจะลงรูปของคนตายและรายละเอียดต่างๆ ไว้ ถ้าใบปิดพิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีแดงก็แสดงว่าผู้ตายมีอายุเกินหนึ่งร้อยปี ซึ่งคนที่ไปร่วมงานห้ามแต่งกายชุดดำ แต่ต้องใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส เพราะถือว่าผู้ตายได้ไปดีถึงสุขแล้วควรแสดงความยินดี"

การเดินทางวันที่สอง เราเน้นหนักไปที่เรื่องอาหารการกินเสียส่วนใหญ่ ด้วยการแวะชิมหมูย่างอีกเมนูขึ้นชื่อของจ.ตรังกันที่ "ร้านหมูย่างคลองเต็ง โกชัย-เจ๊มาลี" จากนั้นไปย้อนตำนานต้นกำเนิดเค้กมีรูกันต่อที่ "ร้านเค้กขุกมิ่ง" ต.ลำภูรา ซึ่งมีจุดเด่นที่การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติล้วนๆ และจะผลิตขึ้นใหม่หอมกรุ่นทุกวัน

หลังจากนั้นจึงแวะไปเยือน พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี หรือ คอซิมบี๊ ณ ระนอง อดีตเจ้าเมืองผู้แอบนำเมล็ดพันธุ์ใส่ไม้ตะพดข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากมาเลเซียเพื่อขยายแจกจ่ายพันธุ์แก่ราษฎรจนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยทุกวันนี้ ซึ่งอนุสรณ์แห่งยางพาราต้นแรกนั้นตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณริมถนนเทศบาลกันตรัง ตกเย็นเราแวะที่ศูนย์การแสดงสินค้าโอท็อป ของจ.ตรัง และมีโอกาสชมการแสดงพื้นบ้าน "รำโนราห์" จากโรงเรียนบ้านห้วยลึกที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดระดับจังหวัดมาแล้ว สมกับคำว่า "มาเมืองตรัง...ไม่หนังก็โนราห์" ซะจริงๆ

"ตรัง" จังหวัดเล็กๆ แต่มากด้วยมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิตผู้คนที่เรียบง่ายแห่งนี้ หากใครที่ไม่ได้ไปสัมผัสกับตนเอง ก็คงไม่มีทางรู้ว่า "เสน่ห์เมืองตรัง" ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/2005/09-20/soc-18550919.html



    ชอบคนเขียนจัง ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอตัวเป็นๆ
 โดย... pk
30 มีนาคม 2550 ลบความคิดเห็น 


    บ้าน หรือ อาคารเก่าๆ ควรจะอนุรักษ์ไว้บ้าง อย่างที่ภูเก็ต หรือว่าที่สิงคโปร์ เค้ายังอนุรักษ์ไว้เลย ไม่ใช่ปล่อยให้สร้างบ้านใหม่ๆ โดยไม่จัดระเบียบเลย ซี่งจริงๆ แล้วบรรยากาศแบบเก่าๆ เนี่ยเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนเมืองได้ดีทีเดียว
 โดย... น้าหมู
21 มิถุนายน 2549 ลบความคิดเห็น 


    ควรจะมีการทำประวัติ.การก่อตั้งชุมชนและประเพณีดั้งเดิมของชาวทับเที่ยง เช่นประเพณีกินผัก เช้งเม้ง การแห่ศพการไหว้พระ ไหว้บรรพบุรุษประวัติท่าจีนการเข้ามาอาศัยของคนจีนฮกเกี้ยนในเมืองตรังการก่อ.สร้างโรงพระกิ่วอ๋องสร้าง..โรงพระเซ๋งอ๋อง.ที่ท่าจีน
 โดย... เอกลูกจีผิ้วโกนัย.
6 พฤศจิกายน 2548 ลบความคิดเห็น 


    ดี
 โดย... อ้น
25 กันยายน 2548 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702